Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดท้อง  ท้องเสีย 

บทนำ

โรคทางเดินอาหาร หรือ โรคระบบทางเดินอาหาร (Digestive disease หรือ Gastroin testinal disease หรือย่อว่า GI disease) คือ ความผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อ/อวัยวะในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ ช่องปาก ช่องคอ/ลำคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไปจนถึงทวารหนัก และยังรวมทั้งเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำย่อยอาหารด้วย ได้แก่ ตับ ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี และตับอ่อน

ทั้งนี้ เมื่อเป็นการกล่าวถึงเฉพาะ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กตอนบน (ส่วนที่เรียกว่า ดูโอดีนัม/Duodenum) แพทย์หลายท่านจะเรียก ทางเดินอาหารในช่วงอวัยวะเหล่านี้รวมกันว่า “ทางเดินอาหารตอนบน หรือตอนต้น (Upper GT tract)”“ทางเดินอาหารตอนล่าง หรือตอนปลาย (Lower GI tract)” และจะเรียก ลำไส้เล็กตอนล่างที่ต่อจากดูโอดีนัม ลำไส้ใหญ่ และทวารหนักรวมกันว่า

โรคทางเดินอาหาร เป็นโรคที่พบบ่อยมากโรคหนึ่ง โดยอาการสำคัญของโรคระบบนี้ที่พบบ่อยที่สุด คือ ปวดท้อง รองลงไป คือ ท้องเสีย ทั้งนี้พบโรคในระบบนี้ได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดได้เท่ากัน

ในสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยด้วยโรคทางเดินอาหารประมาณ 34 ล้านคน โดยประมาณ 43% จะมีอาการได้หลายครั้ง เป็นๆหายๆ และประมาณ 8% จะป่วยด้วยโรคทางเดินอาหารเรื้อรัง ซึ่งโรคทางเดินอาหารนี้ เป็นสาเหตุประมาณ 15% ของการหยุดงานสำหรับคนอเมริกันวัย 17-64 ปี และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตประมาณ 8-9% ของการเสียชีวิตทั้งหมด โดย 60% ของผู้เสีย ชีวิตเกิดจากโรคมะเร็งของอวัยวะต่างๆในระบบทางเดินอาหาร และ 40% ที่เหลือเกิดจากโรคอื่นๆที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง

โรคทางเดินอาหาร เป็นโรคที่เกิดซ้ำได้หลายครั้งในชีวิต โดยอาจเกิดได้อย่างเฉียบพลัน (Acute disease, อาการเกิดขึ้นรวดเร็ว ทันที และสามารถรักษาให้หายได้ภายในระยะเวลาประ มาณ 3-6 เดือน ส่วนใหญ่ภายใน 1-3 สัปดาห์) หรือมีอาการเรื้อรัง (Chronic disease, โรคที่มีอาการค่อยเป็นค่อยไป แต่มีอาการต่อเนื่องนานเกิน 3-6 เดือน โดยบางครั้งอาจเกิดต่อเนื่องจากอาการเฉียบพลัน หรือมีธรรมชาติของโรคเรื้อรังตั้งแต่เริ่มเกิดโรค เช่น โรคทางพันธุกรรม เป็นต้น และยังอาจมีอาการเฉียบพลันเกิดทับซ้อนได้เป็นระยะๆ)

โรคทางเดินอาหารมีสาเหตุจากอะไร?

สาเหตุของโรคทางเดินอาหารมีได้หลากหลาย ที่พบได้บ่อย คือ

โรคทางเดินอาหารที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?

โรคทางเดินอาหารที่พบได้บ่อย คือ โรค/ภาวะจากการแปรปรวนของการทำงานของกระ เพาะอาหารและลำไส้ เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ อาหารไม่ย่อย ท้องผูก จากติดเชื้อแบคทีเรีย และจากโรคมะเร็ง

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินอาหาร?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินอาหาร ที่สำคัญที่สุด คือ ขาดการสาธารณสุขที่ดี โดย เฉพาะในเรื่องของน้ำดื่ม น้ำใช้ รวมทั้งการไม่มีส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และขาดสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) นอกจากนั้น ได้แก่

  • กินอาหารไม่สะอาด ปรุงดิบ หรือสุกๆดิบๆ หรือ อาหารค้าง อาหารแช่แข็งที่ไม่ปรุงให้สุก
  • เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด
  • กินอาหารแต่ละมื้อในปริมาณมากเกินควร
  • กินอาหารรสจัด
  • กินอาหารขาดใยอาหาร
  • ดื่มสุรา
  • สูบบุหรี่

โรคทางเดินอาหารมีอาการอย่างไร?

อาการสำคัญและที่พบบ่อยที่สุดของโรคทางเดินอาหาร คือ ปวดท้อง นอกนั้นได้แก่

นอกจากนี้ อาจมีอาการอื่นๆร่วมได้อีกซึ่งขึ้นกับสาเหตุ เช่น มีไข้เมื่อเกิดจากการติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำเมื่อท้องเสียมาก คลำได้ก้อนในท้องเมื่อเกิดจากโรคมะเร็ง หรือเนื้องอก หรือมีน้ำในท้องเมื่อมีโรคมะเร็งลุกลามเข้าเยื่อบุช่องท้อง หรือมีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ

แพทย์วินิจฉัยโรคทางเดินอาหารได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคทางเดินอาหารได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจอุจจาระ การตรวจภาพอวัยวะในช่องท้องด้วย เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ และบางครั้งอาจมีการตรวจเลือดดูสารภูมิต้านทานต่างๆเพื่อช่วยการวินิจ ฉัยชนิดของการติดเชื้อ หรือการตรวจเพาะเชื้อจากอุจจาระ หรือการตรวจวิเคราะห์น้ำย่อยอา หาร หรือการส่องกล้องตรวจในกระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือ ทางเดินน้ำดี หรือการตัดชิ้นเนื้อจากเนื้อเยื่อที่ผิดปกติเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาโรคทางเดินอาหารอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคทางเดินอาหาร คือ การรักษาสาเหตุ และการรักษาประคับประคองตามอาการ

ทั้งนี้ แพทย์ที่ให้การรักษาโรคทางเดินอาหาร คือ แพทย์ทั่วไป แพทย์เฉพาะทางอายุร กรรมทางเดินอาหาร ศัลยแพทย์ และ/หรือแพทย์โรคมะเร็ง ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ และความซับ ซ้อนรุนแรงของโรค

โรคทางเดินอาหารรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

ความรุนแรงของโรคทางเดินอาหารขึ้นกับสาเหตุ เช่น โรคไม่รุนแรงเมื่อเกิดจากลำไส้แปรปรวน แต่มักส่งผลให้มีอาการเรื้อรังจึงอาจมีผลต่อคุณภาพชีวิต หรือเมื่อเกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่โรคหายได้จากการดูแลตนเอง แต่การติดเชื้อบางโรคอาการรุนแรง อาจเป็นสาเหตุเสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ เช่น อหิวาตกโรค หรือโรคไทฟอยด์ และความรุน แรงโรคจะสูงขึ้นมากเมื่อเป็นโรคมะเร็ง เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากโรคทางเดินอาหาร คือ

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองที่สำคัญที่สุด คือ เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าว และอาการไม่ดีขึ้น หรืออา การเลวลงหลังการดูแลตนเอง ควรรีบพบแพทย์เสมอ

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางเดินอาหาร การดูแลตนเอง การพบแพทย์ ได้แก่

มีการตรวจคัดกรองโรคทางเดินอาหารไหม?

โรคในระบบทางเดินอาหารที่มีการตรวจคัดกรอง ที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยให้สามารถลดอัตราเสียชีวิตจากโรคได้ คือ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ป้องกันโรคทางเดินอาหารได้อย่างไร?

การป้องกันโรคทางเดินอาหารที่สำคัญที่สุด คือ การป้องกันการติดเชื้อซึ่งเป็นสาเหตุพบบ่อยที่สุดของโรคทางเดินอาหาร ซึ่งการป้องกัน ได้แก่ การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) และการปรับปรุงชุมชนที่อยู่อาศัยให้มีสุขอนามัยพื้นฐานที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องน้ำดื่ม น้ำใช้ และการมีส้วมที่ถูกหลักอนามัย นอกจากนั้น คือ

บรรณานุกรม

  1. Digestive disease http://en.wikipedia.org/wiki/Digestive_disease [2012,Dec23].
  2. Digestive disease: the fact http://www.healthguidance.org/entry/6328/1/Digestive-Diseases-The-Facts.html [2012,Dec24].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom