Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ดวงตา  ระบบตา  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

มองเห็นภาพผิดปกติขณะตั้งครรภ์ 

บทนำ

หญิงตั้งครรภ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย การไหลเวียนของเลือดในร่างกายเปลี่ยนไป ต้องมีเลือดไปสู่รกและทารก ทำให้การเผาผลาญพลังงานของร่าง กาย (Metabolism) เปลี่ยนไป เป็นเหตุให้เกิดความผิดปกติเล็กๆน้อยๆต่ออวัยวะต่างๆของร่าง กาย รวมถึงของตา แต่บางราย อาจมีภาวะบางอย่างที่รุนแรงต่อสายตาและต่อตาได้ ดังจะกล่าวต่อไป

การเปลี่ยนแปลงทางตาในขณะตั้งครรภ์มีอะไรได้บ้าง?

โรคตาในหญิงตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงทางตา/โรคตา/ภาวะผิดปกติทางตา ที่อาจพบได้ในขณะตั้งครรภ์ ผู้ เขียนขอแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียมากนัก มักจะหายไปได้เองหลังคลอด
  • กลุ่มที่ 2 เป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้สายตาเสื่อมลง มีความผิดปกติชนิดที่แพทย์จำเป็นต้องติดตามอาการ ให้การดูแล และให้การรักษา
  • กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่มีโรคตาอยู่เก่าก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งจะลุกลามหรือมีอาการรุนแรงขึ้นเมื่อตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทางตาเมื่อตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทางตาเมื่อตั้งครรภ์ ที่อาจพบได้ ได้แก่

การเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้สายตาเสื่อมลงเมื่อตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

การเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้สายตาเสื่อมลงเมื่อตั้งครรภ์ที่อาจพบได้ ได้แก่

การเปลี่ยนแปลงทางตาเมื่อมีโรคตาอยู่ก่อนตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

โรคต่างๆที่เป็นอยู่ก่อนตั้งครรภ์ และอาจกำเริบเมื่อตั้งครรภ์ และอาจก่อปัญหาทางตาได้ ได้แก่

อนึ่ง การรักษาภาวะ DR ด้วยเลเซอร์ เป็นการใช้แสงเลเซอร์ฉายไปยังจอตา ซึ่งไม่มีโทษอะไรในหญิงตั้งครรภ์รวมถึงทารกในครรภ์ ดังนั้นหากตรวจพบภาวะนี้ ผู้ป่วยก็ควรยอมรับการรักษาไปเลย

การเปลี่ยนแปลงทางตาที่อาจเกิดในระหว่างคลอดมีอะไรบ้าง?

ความผิดปกติ/การเปลี่ยนแปลงทางตาที่อาจเกิดในระหว่างคลอด ทีมีรายงาน ได้แก่

ความผิดปกติทางตาที่อาจเกิดในระยะหลังคลอดมีอะไรบ้าง?

ส่วนใหญ่ความผิดปกติ/การเปลี่ยนแปลงต่างๆทางตาที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์จะค่อยๆหาย ไป ละกลับมาสู่ปกติ เมื่อฮอร์โมนในร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ คือประมาณ 1-2 เดือนหลังคลอด แต่มีบางภาวะ/การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจยังคงอยู่ในระยะหลังคลอดได้ เช่น

เมื่อไรควรพบแพทย์

ขณะตั้งครรภ์ เมื่อมีอาการทางตา โดยเฉพาะในการเห็นภาพ ควรรีบพบจักษุแพทย์เสมอ ส่วนกรณีเป็นโรคตาอยู่ก่อนตั้งครรภ์แล้ว ควรปรึกษาจักษุแพทย์เสมอ เพื่อวางแผนการรักษาตั้ง แต่ก่อนการตั้งครรภ์

แพทย์วินิจฉัยโรคตาในหญิงตั้งครรภ์อย่างไร?

การวินิจฉัยหาสาเหตุอาการทางตา/โรคตาในช่วงตั้งครรภ์ จะเช่นเดียวกับการวินิจฉัยโรคตาในช่วงก่อนตั้งครรภ์ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคตา) โดยแพทย์จะเริ่มจากการสอบถามประวัติอาการ ประวัติทางการแพทย์ต่างๆ อายุครรภ์ การฝากครรภ์ การใช้ยาต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจตา แต่ที่แตกต่างไปบ้าง คือ แพทย์จะต้องคำนึงถึงผลข้าง เคียง/ผลกระทบจากการตรวจต่อทารกในครรภ์ด้วยเสมอ เช่น การเอกซเรย์ ซึ่งถ้าพบว่า วิธีตรวจอาจกระทบต่อทารกในครรภ์ แพทย์จะปรึกษาผู้ป่วยและครอบครัวผู้ป่วยก่อนเสมอ ถึงความจำเป็นในการตรวจ หรือความจำเป็นในการต้องเลื่อนการตรวจ

รักษาโรคตาในหญิงตั้งครรภ์อย่างไร?

การรักษาโรคตา/การเปลี่ยนแปลงทางตาในหญิงตั้งครรภ์ ขึ้นกับสาเหตุ ซึ่งจะแตกต่างกัน

โดยทั่วไปถ้าเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย อาการจะหายไปได้เองหลังคลอด ดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทางตาเมื่อตั้งครรภ์ จึงไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้ากังวลก็ควรพบจักษุแพทย์ ซึ่งมักให้คำแนะนำ และ/หรือให้การรักษาประคับประคองตามอาการ

ถ้าอาการเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้สายตาเสื่อมลง จักษุแพทย์จะให้การรัก ษาตามสาเหตุ โดยใช้วิธีรักษาที่คำนึงถึงผลกระทบต่อทารกในครรภ์ร่วมด้วยเสมอ ดังได้กล่าวแล้ว ในหัวข้อ การเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้สายตาเสื่อมลงเมื่อตั้งครรภ์

ถ้าอาการมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงทางตา เมื่อมีโรคตาอยู่ก่อนตั้งครรภ์ หรือเกิดจากโรคร่วมอื่นๆก่อนตั้งครรภ์ เช่น โรคเบาหวาน คือ การรักษา ดูแล ควบคุม โรคร่วมนั้นๆ ที่รวมถึงโรคตาที่เป็นอยู่ก่อนตั้งครรภ์ เช่น ต้อหิน ให้ได้ดี และร่วมกับการรักษาประคับประคองตามอา การ อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีรักษาจะคำนึงถึงผลกระทบต่อทารกในครรภ์ด้วยเสมอ

ถ้าอาการทางตาเกิดช่วงระหว่างคลอด หรือในระยะหลังคลอด การรักษาจะเป็นไปตามสาเหตุ เหมือนในคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่คลอดทารกแล้ว แต่ถ้ามารดาให้นมบุตร การเลือกยาในการรักษาของจักษุแพทย์ ก็ต้องคำนึงถึงว่า เป็นยาชนิดที่ผ่านออกทางน้ำนมได้หรือไม่ ซึ่งถ้าจำเป็น ก็จะแนะนำให้มารดาหยุดให้นมบุตรในช่วงการรักษาด้วยยาเหล่านั้น

โรคตาในหญิงตั้งครรภ์มีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของโรคตา/การเปลี่ยนแปลงทางตาในหญิงตั้งครรภ์ จะขึ้นกับสาเหตุ และความรุนแรงของอาการ

โดยทั่วไป เป็นอาการไม่มาก ซึ่งจะหายได้เองหลังคลอดบุตร เมื่อร่างกายกลับมามีภาวะฮอร์โมนตามปกติ คือในระยะประมาณ 1-2 เดือนหลังคลอด

ส่วนถ้าสาเหตุของอาการทางตา ที่เกิดจากโรคตาที่เป็นอยู่ก่อนตั้งครรภ์ หรือจากโรคร่วม /โรคประจำตัวต่างๆของมารดา การพยากรณ์โรคก็จะขึ้นกับโรคที่เป็นสาเหตุ และการที่ผู้ป่วยรัก ษา ควบคุมสาเหตุนั้นๆได้ดีหรือไม่

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีโรคตาขณะตั้งครรภ์?

การดูแลตนเองเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางตา/โรคตาขณะตั้งครรภ์ คือ

  • รีบพบจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เมื่อมีอาการทางตา
  • เมื่อได้พบจักษุแพทย์แล้ว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ และสูตินรีแพทย์ที่ฝากครรภ์ไว้
  • ใช้ยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ขาดยา
  • พบแพทย์ทุกท่านตามนัดเสมอ
  • พบจักษุแพทย์ก่อนนัด เมื่ออาการทางตาเลวลง หรือเมื่อกังวลในอาการทางตา

โรคตาขณะตั้งครรภ์มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์อย่างไร?

โดยทั่วไปโรคตา/การเปลี่ยนแปลงทางตา มักไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ยกเว้น เป็นโรคทางตาที่เกิดจากการติดเชื้อ ที่จะส่งผลให้ทารกติดเชื้อไปด้วย ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ การเปลี่ยนแปลงทางตาเมื่อมีโรคตาอยู่ก่อนแล้ว หรือมีโรคตาที่เกิดจากโรคร่วม/โรคประจำตัวบางโรคของมารดา เช่น โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรค/ภาวะพิษแห่งครรภ์ ที่อาจส่งผลให้เกิด การแท้งบุตร การคลอดก่อนกำหนด หรือ ภาวะทารกมีน้ำหนักตัวเกิน ที่อาจก่อปัญหาในการคลอดได้

ป้องกันโรคตาในหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างไร?

การป้องกันโรคตา/การเปลี่ยนแปลงทางตาขณะตั้งครรภ์ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ป้องกันไม่ได้ เพราะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ แต่สามารถควบคุม รักษา และลดความรุนแรงลงได้ จากเมื่อมีโรคประจำตัวต่างๆ รวมทั้งการมีโรคทางตาอยู่แล้ว ก่อนตั้ง ครรภ์ควรต้องวางแผน โดยต้องปรึกษาจักษุแพทย์และสูตินรีแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อควบคุมโรคเหล่านั้นให้ได้ดีก่อนตั้งครรภ์เสมอ



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน sirikul Thun Thanaporn1999 brightnaruto555 Scarecrowwarrior
Frame Bottom