Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ดวงตา  ตา  ระบบตา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ตามัว  ตามัวเฉียบพลัน 

หลอดเลือดดำจอตาอุดตันคือโรคอะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคหรือภาวะหลอดเลือดดำจอตาอุดตัน (Central retinal vein occlusion) หรือเรียกย่อว่า โรคซีอาร์วีโอ (CRVO) เป็นโรค/ภาวะที่หลอดเลือดดำใหญ่ของจอตาอุดตันจากมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือด (Thrombus) ทั้งนี้ในบริเวณด้านหลังต่อจาน/ขั้วประสาทตา (อ่านเพิ่มเติมในบท ความเรื่อง กายวิภาคและสรีรวิทยาของตา) ที่หลอดเลือดต่างๆและที่ประสาทตาจะแทงผ่านเปลือก ลูกตา (Sclera) เข้าสู่ภายในลูกตา (บริเวณที่เรียกว่า Lamina cribrosa) เป็นบริเวณที่ทุกเนื้อเยื่ออัดกันแน่น หลอดเลือดดำใหญ่ของจอตาจึงถูกเบียดจึงเกิดการอุดตันได้ง่าย จึงส่งผลให้แขนงของหลอดเลือดดำไม่สามารถนำเลือดเข้าหลอดเลือดดำใหญ่ที่อุดตันได้ทำให้จอตาค่อยๆขาดเลือดไปเลี้ยงและตายในที่สุด

การอุดตันจากลิ่มเลือดเกิดจากสาเหตุหลักใหญ่ 3 ประการได้แก่

1. เลือดข้นมาก หนืดมากเกินไป เช่น ที่พบในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ในภาวะเม็ดเลือดแดงมาก (Polycythemia) และในภาวะมีปริมาณโปรตีนบางชนิดในเลือดสูงผิดปกติ (Dysproteinemia)

2. โรคของผนังหลอดเลือด เช่น จากโรคเบาหวาน หรือจากมีหลอดเลือดดำจอตาอักเสบ (Retinal periphlebitis) เช่น โรค Behcet’s syndrome

3. มีแรงดันจากภายนอกหลอดเลือดกดหลอดเลือด เช่น โรคต้อหิน โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคความดันโลหิตสูง ความดันที่เพิ่มขึ้นจึงกดหลอดเลือดดำให้อุดตัน

หลอดเลือดดำจอตาอุดตันมีอาการอย่างไร?

โรคซีอาร์วีโอ

โรคของหลอดเลือดทุกชนิดจะมีอาการฉับพลัน หลอดเลือดดำจอตาอุดตันก็เช่นกันจะมีอาการตามัวอย่างฉับพลัน ซึ่งมักเกิดกับตาเพียงข้างเดียวโอกาสเกิดในตาซ้ายและตาขวาเท่ากัน แต่ก็พบได้ที่จะเกิดพร้อมกันทั้ง 2 ตา ทั้งนี้ตาจะมัวมากในรายที่มีการอุดตันอย่างสมบูรณ์ของหลอดเลือดกล่าวคือเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้เลย แต่ตาจะมัวไม่มากในกรณีของการอุดตันเกิดเพียง บางส่วนของหลอดเลือดซึ่งหมายความว่ายังมีบางส่วนของเลือดไหลเวียนได้

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดดำจอตาอุดตัน?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรค/ภาวะหลอดเลือดดำจอตาอุดตันได้แก่

1. มีความดันโลหิตสูง

2. เป็นโรคเบาหวาน

3. เป็นโรคต้อหินชนิดมุมปิดคือชนิดมีความดันในลูกตาสูง

4. มีโรคที่มีปัญหาของการแข็งตัวของเลือดคือเลือดแข็งตัวได้ง่ายเช่น โรคเลือดชนิด ที่มีเม็ดเลือดมากกว่าปกติ (Polycythemia) ภาวะมีเลือดข้นกว่าปกติ มีโรคที่ก่อให้เกิดการอักเสบโดยไม่มีการติดเชื้อของเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งของผนังหลอดเลือด เช่น โรค Sarcoidosis โรคเอสแอลอี (SLE) โรค Behcet’s syndrome หรือภาวะมีปริมาณโปรตีนบางชนิดในเลือดสูงผิดปกติ (Dysproteinemia)

5. การใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดหรือยาขับปัสสาวะ (Diuretic) อาจมีส่วนก่อให้เกิดโรค/ภาวะนี้ได้

โรคหลอดเลือดดำจอตาอุดตันรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

ความรุนแรงของโรค/ภาวะหลอดเลือดดำจอตาอุดตันแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ

1. การอุดตันบางส่วนหรือชนิดไม่รุนแรง ไม่ทำให้เกิดภาวะขาดเลือดจนเนื้อเยื่อจอ ตาตายเรียกกันว่า “Nonischemic CRVO บางคนเรียกว่า Partial CRVO หรือ Perfused CRVO” (ยังมีเลือดผ่านไปเลี้ยงจอตาได้) มักจะพบในคนอายุน้อยกว่า 65 ปี มีสายตามัวไม่มาก เมื่อตรวจจอตาอาจพบรอยเลือดออกที่จอตาเต็มไปหมด แต่ไม่พบรอยสีขาวคล้ายปุยฝ้าย (Cotton wool) หรือพบน้อยมากซึ่งเป็นรอยบ่งถึงมีการตายของเซลล์จอตาในบริเวณเนื้อเยื่อ Macula และบริเวณจานประสาทตา (Optic disc) มักจะไม่บวม กลุ่มนี้มีการพยากรณ์โรค/ธรรมชาติของโรคที่ดี อาจหายจนสายตาเกือบใกล้เคียงกับปกติได้

2. การอุดตันแบบสมบูรณ์เรียกกันว่า “Ischemic CRVOเป็นการอุดตันที่รุนแรง ก่อให้เกิดการขาดเลือดของจอตา ทำให้นอกจากพบเลือดออกกระจายทั่วจอตาแล้ว ยังจะพบรอยสีขาวที่เรียก Cotton wool ซึ่งบ่งถึงการตายของเซลล์จอตาเป็นหย่อมๆจำนวนมาก มีโอกาสพบการบวมของบริเวณ Macula และจานประสาทตา (Optic disc) ได้มาก หากตรวจโดยการฉีดสีเข้าหลอดเลือด (FFA, Fundus Flourescein Angiography) จะพบบริเวณจอตาที่ขาดเลือดมาเลี้ยงเป็นบริเวณกว้าง การอุดตันแบบนี้มักจะมีผลต่อเนื่องและทำให้ตามัวลงได้มาก เป็นภาวะที่ต้องให้การติดตามและรักษาอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปมากกว่า 90% จะมีการมัวลงของสายตาตลอดไปไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยบางราย ระยะแรกอาจเป็นแบบที่ 1 คือเป็นแบบจอตาไม่มีการขาดเลือดมากนัก แต่เมื่อติดตามไปอาจกลายเป็นแบบรุนแรงหรือแบบที่ 2 ได้ ทั้งนี้แพทย์ไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดได้กับผู้ป่วยคนใด

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากโรคนี้คือ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อหิน และอาจมีการฝ่อของจานประสาทตาและ/หรือการเสื่อมของเนื้อเยื่อ Macula ซึ่งจะส่งผลให้สายตามัวลงถาวร

อนึ่งอ่านเพิ่มเติมเรื่องกายวิภาคของจอตาได้ในบทความเรื่อง กายวิภาคและสรีรวิทยาของตาที่เวปไซด์ www.haamor.com

มีวิธีรักษาโรคหลอดเลือดดำจอตาอุดตันอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดดำจอตาอุดตันได้แก่

1. ควบคุมและรักษาโรคที่คิดว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น และหากมีความดันในลูกตาสูงก็ต้องรักษาควบคู่ไปด้วย

2. ตรวจจอตาอย่างละเอียดร่วมกับการฉีดสี (FFA) เพื่อแยกให้ได้ว่าโรคเป็นแบบหลอดเลือดอุดตันบางส่วนหรืออุดตันสมบูรณ์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม

3. ในกรณีที่โรคเป็นแบบหลอดเลือดอุดตันบางส่วน การให้ยาลดการแข็งตัวของเลือด ประเภทยา Aspirin พบว่าไม่ค่อยได้ผล แม้แต่การรักษาด้วยเลเซอร์ ผลการรักษาก็ไม่สู้ได้ผลดีนัก ส่วนมากการรักษาโรคแบบหลอดเลือดอุดตันบางส่วนจึงมักเป็นการเฝ้าติดตามคือ การตรวจจอตาเป็นระยะๆ หากกลายเป็นหลอดเลือดอุดตันแบบสมบูรณ์จึงค่อยรักษาและดูแลใกล้ชิดต่อไป

4. หากเป็นการอุดตันของหลอดเลือดแบบสมบูรณ์ ต้องติดตามดูว่าพบความผิดปกติที่ม่านตาโดยมีการเกิดหลอดเลือดใหม่ที่ม่านตาหรือไม่ (Iris neovascularization) ซึ่งเป็นตัวบอกว่าการขาดเลือดที่จอตาเป็นรุนแรงจนลามมาถึงส่วนหน้าของลูกตาคือม่านตา ซึ่งต้องรีบให้การรักษาด้วยเลเซอร์ที่จอตา (Panretinal laser photocoagulation) ซึ่งจะส่งผลให้หลอดเลือดที่เกิดใหม่บริเวณม่านตาฝ่อลง ในบางรายโรคอาจรุนแรงจนหลอดเลือดเกิดใหม่ไปอุดทางเดินของสารน้ำในลูกตา (Aqueous humor) ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคต้อหินเฉียบพลันอย่างรุนแรงที่เรียกว่า Neovascular glaucoma ซึ่งการเกิดแบบเฉียบพลันนี้คล้ายต้อหินมุมปิดทั่วไป แต่ภาวะนี้มุมที่ปิดเกิดเพราะหลอดเลือดเกิดใหม่ที่ม่านตาไปปิด มักจะเกิดต้อหินชนิดนี้ภายหลังเกิดโรค CRVO แล้วประมาณ 100 วันจึงเรียกกันว่า “โรคต้อหิน 100 วัน (Hundred day glaucoma)” ในปัจจุบันนิยมรักษาโดยฉีดยาต้านการเกิดใหม่ของหลอดเลือดที่เรียกว่า ยา Anti VEGF (Vascular endothelial growth factor) เข้าไปในน้ำวุ้นตา (Vitreous) ก่อนแล้วจึงตามด้วยการทำเลเซอร์โดยเฉพาะในรายที่เป็นรุนแรงที่มีเลือดออกในน้ำวุ้นตาร่วมด้วย

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อมีสายตาผิดปกติควรต้องรีบพบจักษุแพทย์เสมอเพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุเพื่อการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะหลายโรคเป็นโรคที่รักษาได้หาย และหลายโรคเมื่อรักษาจะสามารถป้องกันไม่ให้สายตาเลวลงกว่าเดิมได้

ส่วนเมื่อทราบว่าเป็นโรคหลอดเลือดดำจอตาอุดตัน การดูแลตนเองและการพบจักษุแพทย์ คือ

  • ปฏิบัติตามจักษุแพทย์และพยาบาลแนะนำให้ถูกต้องครบถ้วน
  • ใช้ยาต่างๆตามที่จักษุแพทย์แนะนำให้ครบถ้วนถูกต้อง ไม่ขาดยา
  • รักษาควบคุมโรคต่างๆดังกล่าวแล้วที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงเช่นที่ได้กล่าวแล้วในหัว ข้อปัจจัยเสี่ยง
  • ไม่สูบบุหรี่ เลิกบุหรี่เมื่อสูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่จะส่งผลให้เกิดโรคหลอด เลือดแข็งซึ่งรวมถึงหลอดเลือดของจอตาด้วย
  • พบจักษุแพทย์ตามนัดเสมอ
  • รีบพบจักษุแพทย์ก่อนนัดเมื่อมีอาการผิดปกติไปจากเดิมหรือมีอาการต่างๆเลวลง โดยเฉพาะในเรื่องของการมองเห็นหรือเมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันโรคหลอดเลือดดำจอตาอุดตันอย่างไร?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นควรรักษาและควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการตรวจตาเป็นระยะๆจากจักษุแพทย์ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคนี้ได้

Updated 2016, June 18


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Ppvbb Nut.Nattapong
Frame Bottom