Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคพาร์กินสัน 

บทนำ

โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี (Monoamine oxidase-B ย่อว่า MAO-B) เป็นเอนไซม์ในร่างกายของมนุษย์ที่คอยทำลายสารเคมีหรือสารสื่อประสาทในสมองอย่างเช่น โดพามีน (Dopamine) ปกติเอนไซม์โมโนเอมี ออกซิเดส-บี จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามอายุของมนุษย์ การมีปริมาณมากจนเกินไปสามารถส่งผลให้เกิดอาการของโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) และโรคพาร์กินสัน (Parkin son disease) ส่วนกลุ่มยาโมโนเอมี ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ (Monoamine oxidase-B inhibitor ย่อว่า MAO-B inhibitor) คือกลุ่มยาที่มีสรรพคุณยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โมโนเอมีน ออกซิเดส -บี โดยตัวยาจะช่วยยับยั้งการทำลายสารโดพามีนในสมองและทำให้สารสื่อประสาทนี้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อาการป่วยของโรคดังกล่าวดีขึ้นเป็นลำดับ

อาจจำแนกยาของกลุ่มโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ที่มีใช้ในปัจจุบันได้เป็น 2 รายการคือ

ก. Selegiline: เป็นยารักษาอาการของโรคพาร์กินสัน สามารถใช้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยา Levodopa ก็ได้โดยขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ ขนาดรับประทานสูงสุดในผู้ใหญ่ต้องไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน และไม่เหมาะที่จะใช้กับผู้ป่วยเด็ก หลังจากการรับประทานยานี้ ระยะเวลาของยาSelegiline จะอยู่ในร่างกายได้นานถึงประมาณ 10 ชั่วโมง การได้รับยานี้เกินขนาดเป็นปริมาณมาก โดยใช้ร่วมกับยาต้านโรคซึมเศร้าอย่างยา TCAs อาจทำให้ผู้ป่วยมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นและถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในประเทศไทยจัดให้ยา Selegiline อยู่ในหมวดของยาอันตราย การใช้ยานี้จะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น

ข. Rasagiline: ใช้รักษาอาการโรคพาร์กินสันได้เช่นเดียวกันกับยา Selegiline แต่ขนาดการใช้ยาจะน้อยกว่ายา Selegiline หลายเท่ากล่าวคือ หากใช้เป็นลักษณะยาเดี่ยวผู้ป่วยอาจรับประ ทานสูงสุดไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/วัน ถ้าใช้ร่วมกับยา Levodopa ก็สามารถลดขนาดการใช้ลงมาเป็น 0.5 มิลลิกรัม/วัน ตัวยาสามารถอยู่ในร่างกายได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงก็จะถูกกำจัดออกไปกับปัสสาวะและอุจจาระ ยา Rasagiline มีจำหน่ายในประเทศไทยเช่นเดียวกับยา Selegiline และต้องใช้ยานี้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้นเช่นกัน

ยาในกลุ่มโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ (MAO-B inhibitors) สามารถก่อให้เกิดอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) ที่พบเห็นได้บ่อยเช่น คลื่นไส้เล็กน้อย ปากแห้ง วิงเวียนศีรษะ ท้องผูก รู้สึกสับสน และประสาทหลอน ซึ่งมักจะพบในผู้สูงอายุ แพทย์มักจะกำกับการใช้ยาร่วมกับการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อด้วยว่า หากรับประทานร่วมกับอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramine, สารที่มีผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาทบางชนิด) สูงเช่น ชีส (Cheese) ไวน์ อาจทำให้ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงและก่อให้เกิดอันตรายตามมา

ทั้งนี้การจะเลือกใช้ยาตัวใดเพื่อรักษาอาการของโรคพาร์กินสันนั้น ต้องขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยใช้เงื่อนไขทางสุขภาพของผู้ป่วยมาพิจารณาร่วมกัน

โมโนเอมีน ออกซิเดส บี อินฮิบิเตอร์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

โมโนเอมีน-ออกซิเดส-บี-อินฮิบิเตอร์

ยาโมโนเอมีน ออกซิเดส บี อินฮิบิเตอร์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน

โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยากลุ่มโมโนเอมีน ออกซิเดส บี อินฮิบิเตอร์คือ ตัวยาจะออกฤทธิ์ที่สมองโดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่มีชื่อว่า โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี ส่งผลให้ระดับสารสื่อประ สาทในสมองอย่างโดพามีน (Dopamine) มีระดับสูงมากขึ้น ทำให้อาการป่วยของโรคพาร์กินสันทุเลาลงและเป็นที่มาของสรรพคุณ

โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

  • ยาเม็ดและยาแคปซูลชนิดรับประทานซึ่งเป็นรูปแบบที่พบเห็นและมีการใช้ในประเทศไทย
  • พลาสเตอร์ปิดผิวหนังที่มีใช้ในต่างประเทศ

โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีขนาดรับประทานเช่น

ก. ยา Selegiline: ผู้ใหญ่, รับประทาน 5 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งโดยรับประทานพร้อมอาหาร

ข. ยา Rasagiline: ผู้ใหญ่, รับประทาน 1 มิลลิกรัมวันละครั้งโดยรับประทานก่อนหรือ พร้อมหรือหลังอาหารก็ได้

*อนึ่งโรคพาร์กินสันเป็นโรคของผู้ใหญ่จึงยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกของการใช้ยานี้ในเด็ก

*****หมายเหตุ: ขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามหากลืมรับประทานยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์บ่อยๆหลายครั้ง สามารถก่อให้เกิดผลกระทบกับตัวผู้ป่วยได้เช่น มีประสิทธิภาพในการควบคุมอาการโรคลดลง

โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายดังนี้เช่น

มีข้อควรระวังการใช้โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ร่วมกับยา Fluoxetine, Pethidine, Bupropion, Buspirone, ยากลุ่ม SSRI, Propo xyphene, Tramadol, ยากลุ่ม TCAs, ยากลุ่ม MAOIs, ยากลุ่ม 5-HT1 agonist
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยเนื้องอก Pheochromocytoma ผู้ป่วยโรคตับระยะรุนแรง
  • ห้ามใช้ยาที่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานยานี้ด้วยตนเองหรือหยุดการใช้ยานี้ทันทีโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • หากอาการไม่ดีขึ้นหลังการใช้ยานี้ควรต้องกลับมาปรึกษาแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อแพทย์พิจจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • หยุดการใช้ยานี้ทันทีหากพบอาการแพ้ยานี้หลังรับประทานแล้วรีบมาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
  • ตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับเฝ้าดูพฤติกรรมของผู้ป่วยว่ามีความคิดอยากทำร้ายตนเองหรือไม่ ถ้าพบอาการความผิดปกติดังกล่าวต้องรีบมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาล
  • ระวังการรับประทานยานี้ร่วมกับอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramine) สูง ควรรับประทานอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
  • พาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามนัดทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์อย่างไร?

ควรเก็บยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส(Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

โมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Azilect (แอซิเลค) Lundbeck
Julab (จูแล็บ) Biolab
Jumex (จูเม็กซ์)sanofi-aventis
Sefmex (เซฟเม็กซ์) Unison

อนึ่งยาชื่อการค้าของยาโมโนเอมีน ออกซิเดส-บี อินฮิบิเตอร์ที่จำหน่ายในประเทศตะวันตก เช่น Eldepryl, Zelpar

บรรณานุกรม

  1. http://en.wikipedia.org/wiki/Monoamine_oxidase_inhibitor [2016,April9]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Monoamine_oxidase [2016,April9]
  3. http://www.drugs.com/drug-class/monoamine-oxidase-inhibitors.html [2016,April9]
  4. http://www.parkinson.org/understanding-parkinsons/treatment/Medications-for-Motor-Symptoms/MAO-B-inhibitors [2016,April9]
  5. http://www.drugs.com/cdi/rasagiline.html [2016,April9]
  6. http://www.drugs.com/cdi/selegiline.html [2016,April9]
  7. http://www.drugs.com/drug-interactions/rasagiline-index.html?filter=3&generic_only= [2016,April9]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน admin1 artthat39
Frame Bottom