Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ง่วงนอนผิดปกติ 

บทนำ

ยาโมดาฟินิล(Modafinil) เป็นยาที่นำมาใช้บำบัดภาวะง่วงเกินหรือที่เรียกกันว่า โรคลมหลับ ยานี้จะช่วยสนับสนุนให้ร่างกายมีการตื่นตัว บางประเทศในซีกโลกตะวันตกจัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ โดยมีข้อจำกัดการใช้ที่ออกมาเป็นกฎหมายอย่างเคร่งครัด อาจพบเห็นการจำหน่ายยาโมดาฟินิลในต่างประเทศภายใต้ชื่อการค้าว่า Alertec, Modavigil, และ Provigil รูปแบบผลิตภัณฑ์ของยานี้จะเป็นยารับประทาน

ตัวยาโมดาฟินิลสามารถถูกดูดซึมได้ดีจากระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระแสเลือด ตัวยาจะเข้ารวมตัวกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 60% ยาโมดาฟินิลจะถูกส่งไปทำลายที่ตับ ก่อนที่จะถูกขับออกไปกับปัสสาวะ ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำในการกำจัดยานี้ออกจากกระแสเลือด

สำหรับกลไกการออกฤทธิ์ของยาโมดาฟินิล ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่า ยาโมดาฟินิลส่งผลลดปริมาณสารสื่อประสาทประเภทกาบา (GABA-mediated neurotransmission) จึงอาจเป็นที่กลไกนี้ที่ทำให้ผู้ที่ได้รับยาโมดาฟินิลไม่มีอาการง่วงนอนตามมา

ข้อจำกัดของการใช้ยาโมดาฟินิลบางประการที่ผู้บริโภค/ผู้ป่วยควรทราบ อาทิเช่น

สำหรับประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับจากยานี้ นอกจากจะเป็นเรื่องบำบัดอาการโรคลมหลับแล้ว ยาโมดาฟินิลยังทำให้ผู้ที่ต้องทำงานกะกลางคืนสามารถปฏิบัติภารกิจ หรืองานที่ต้องรับผิดชอบได้ดีระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ยาโมดาฟินิลยังถูกนำมาใช้รักษาอาการนอนกรน โดยยาโมดาฟินิล มิได้ช่วยแก้ไขเรื่องท่อทางเดินหายใจอุดกั้นแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นตัวควบคุมเวลาการนอนหลับของผู้ป่วยให้มีเวลาเหมาะสม หรือทำให้ไม่นอนหลับนานจนเกินไปเท่านั้น

หลายประเทศได้นำยาโมดาฟินิลมาใช้ในกองทัพ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงและทดแทนการใช้ยากระตุ้นอย่างเช่น Amphetamine นั่นเอง ข้อดีอีกประการหนึ่งของยาโมดาฟินิลคือ ยานี้ก่อให้เกิดการติดยาที่ค่อนข้างต่ำ จึงถือเป็นประโยชน์ของผู้ป่วยที่สามารถหยุดการใช้ยานี้โดยไม่ค่อยพบเห็นภาวะถอนยาตามมา

สำหรับประเทศไทยอาจไม่พบเห็นการใช้ยาโมดาฟินิลเท่าใดนัก และเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาใดๆก็ตามที่รวมถึงยานี้ ผู้บริโภคควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาอย่างเคร่งครัด

โมดาฟินิลมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

โมดาฟินิล

ยาโมดาฟินิลมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ เช่น

  • บำบัดรักษาโรคลมหลับ (Narcolepsy) โดยทำให้เวลาการนอนเหมาะสม ไม่มาก จนเกินไป
  • บำบัดความผิดปกติของการนอนอันเนื่องมาจากการทำงานเป็นกะ จากกลางวัน มาทำงานในเวลากลางคืน ร่างกายอาจปรับตัวได้ไม่ดีพอ ส่งผลให้ขณะทำงาน กลางคืนจะเกิดอาการง่วงนอนตามมาจนเป็นอุปสรรคในการทำงาน ยาโมดาฟินิลจะออกฤทธิ์ไม่ให้เกิดภาวะง่วงนอนขณะที่ต้องทำงานในกะกลางคืน
  • บำบัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ/นอนหลับแล้วหยุดหายใจ ชนิด Obstructive sleep apnea/OSA
  • บำบัดการหลับนานจนเกินไป จนอาจก่อให้เกิดภาวะนอนกรนตามมา และทำให้ร่างกายขาดอากาศ การใช้ยาโมดาฟินิลจะทำให้การหลับมีระยะเวลาที่เหมาะสมมากขึ้น ส่งผลลดภาวะนอนกรนและการขาดอากาศหายใจได้

โมดาฟินิลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

จากการศึกษาเชื่อว่า ยาโมดาฟินิลมีกลไกการออกฤทธิ์โดย ตัวยาจะไปลดสารสื่อประสาทประเภทกาบา (GABA-mediated neurotransmission)ในสมอง ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกง่วงนอน และสนับสนุนให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว จากกลไกเหล่านี้จึงก่อให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ

โมดาฟินิลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาโมดาฟินิลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น ยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 100 และ 200 มิลลิกรัม/เม็ด

โมดาฟินิลมีขนาดรับประทาน/การบริหารยาอย่างไร?

ยาโมดาฟินิลมีขนาดรับประทาน เช่น

ก. สำหรับโรคลมหลับ และบำบัดอาการหยุดหายใจขณะหลับ/ภาวะนอนหลับแล้วหยุดหายใจ:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 200 – 400 มิลลิกรัม วันละ1ครั้งตอนเช้า หรือแบ่งรับประทาน เช้า – กลางวัน
  • ผู้สูงอายุ: เริ่มต้นรับประทาน 100 มิลลิกรัม/วัน หลังจากนั้นแพทย์จะปรับยาตามอาการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย

ข.สำหรับบำบัดความผิดปกติของการนอนอันเนื่องจากการทำงานเป็นกะ:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 200 มิลลิกรัม ครั้งเดียว ก่อนเข้าทำงาน 1 ชั่งโมง

อนึ่ง:

  • เด็ก: ทางคลินิกยังไม่มีขนาดรับประทานสำหรับเด็ก
  • สำหรับผู้ป่วย โรคตับ โรคไต ที่เข้ารับการรักษาโรคลมหลับ หรืออาการหยุดหายในขณะหลับ แพทย์จะลดขนาดรับประทานลงมาเป็น 100 – 200 มิลลิลิตร/วัน
  • สามารถรับประทานยานี้ ก่อน หรือพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารก็ได้

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสม ควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาโมดาฟินิล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโมดาฟินิล สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

โมดาฟินิลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาโมดาฟินิลสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น

มีข้อควรระวังการใช้โมดาฟินิลอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาโมดาฟินิล เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาโมดาฟินิลด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพร ต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

โมดาฟินิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาโมดาฟินิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

ควรเก็บรักษาโมดาฟินิลอย่างไร?

ควรเก็บยาโมดาฟินิลในช่วงอุณหภูมิ 20 – 25 องศาเซลเซียส(Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

โมดาฟินิลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโมดาฟินิล มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
ALERTEC (อะเลอร์เท็ค)Teva
Modavigil (โมดาวิกิล)Teva
Provigil (โพรวิจิล)Cephalon

บรรณานุกรม

  1. https://www.drugs.com/sfx/modafinil-side-effects.html [2016,Dec17]
  2. http://www.mims.com/thailand/drug/info/modafinil?mtype=generic [2016,Dec17]
  3. https://www.drugs.com/drug-interactions/modafinil.html [2016,Dec17]
  4. http://www.tevacanadainnovation.ca/downloads/L_Alertec_Prescribers_EN.pdf [2016,Dec17]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน admin1 artthat39
Frame Bottom