โทรพิซีตรอน (Tropisetron)

สารบัญ บทความที่เกี่ยวข้อง

บทนำ

ยาโทรพิซีตรอน(Tropisetron หรือ Tropisetron hydrochloride) เป็นยาในกลุ่ม เซโรโทนิน 5เอชที 3 รีเซ็ปเตอร์ แอนตาโกนิสต์(Serotonin 5-HT3 receptor antagonist) วางจัดจำหน่ายโดยบริษัท Novartis ในแถบยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ทางคลินิก นำยานี้มาใช้ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด

ยาโทรพิซีตรอนมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ยาเป็นยารับประทานและยาฉีด กรณียารับประทาน ยาจะถูกดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารเข้าร่างกาย และมีความเข้มข้นในเลือดสูงสุดภายในประมาณ 3 ชั่วโมงหลังรับประทาน ตัวยาในเลือดจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 71% ตับจะคอยเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของยานี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 6 - 8 ชั่วโมงในการกำจัดยานี้ออกจากร่างกาย โดยผ่านทิ้งไปปัสสาวะและบางส่วนไปกับอุจจาระ

สำหรับข้อห้ามใช้ยาโทรพิซีตรอนในผู้ป่วยบางกลุ่มที่ควรทราบ ดังนี้ เช่น

  • เป็นผู้ที่มีประวัติแพ้ยาโทรพิซีตรอน
  • อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ หรืออยู่ในภาวะให้นมบุตร ด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกอย่าง แน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผลต่อทารกในครรภ์ หรือส่งผ่านจากน้ำนมของมารดาไปถึงทารกได้หรือไม่

นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวก็ควรต้องแจ้งให้ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทราบก่อนทำการรักษาทุกครั้ง โดยเฉพาะ โรคไต โรคตับ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ หรือกรณีที่มีการใช้ยาอื่นๆบางประเภท ก็อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาโทรพิซีตรอนกับยาโทรพิซีตรอนได้ อย่างเช่นยา Rifampicin, Phenobarbital, ยารักษาโรคหัวใจบางตัว รวมถึงยาต้านเศร้าประเภท Serotonergic drug

ระหว่างการใช้ยาโทรพิซีตรอนนี้ หากพบ อาการหัวใจเต้นผิดปกติ เป็นลม ผื่นคัน อึดอัด/หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ตัวบวม ย่อมแสดงถึงอาการแพ้ยานี้ จะต้องหยุดใช้ยานี้ทันที และรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์/มารงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

การใช้ยาโทรพิซีตรอนได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ควรต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น และผู้ป่วยจะต้องใช้ยานี้อย่างมีวินัย เช่น รับประทานยานี้ตรงเวลา ไม่ปรับขนาดการรับประทานยานี้ด้วยตนเองซึ่งจะส่งผลดีต่อตัวผู้ป่วยเอง

โทรพิซีตรอนมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

โทรพิซีตรอน

ยาโทรพิซีตรอนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ เช่น

  • รักษาและบรรเทาอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยที่ต้องได้รับยาเคมีบำบัด
  • รักษาและบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียนหลังการผ่าตัด

โทรพิซีตรอนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาโทรพิซีตรอนคือ ตัวยาจะแสดงฤทธิ์เป็น 5-HT3 receptor antagonist โดยตัวยาจะเข้ารวมตัวกับตัวรับ(Receptor)ชนิด 5-HT3 receptor(5-hydroxytryptamine receptor) ในสมอง ส่งผลให้เกิดการยับยั้งอาการคลื่นไส้ อาเจียน และทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นเป็นลำดับ

โทรพิซีตรอนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาโทรพิซีตรอน มีรูปแบบการจัดจำหน่าย เช่น

  • ยาฉีด ขนาด 2 มิลลิกรัม/2 มิลลิลิตร และ 5 มิลลิกรัม/5 มิลลิลิตร
  • ยารับประทานชนิดแคปซูล ขนาด 5 มิลลิกรัม/แคปซูล

โทรพิซีตรอนมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาโทรพิซีตรอนมีขนาดการบริหารยา/ใช้ยา เช่น

ก. สำหรับป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังการผ่าตัด:

  • ผู้ใหญ่: ให้ยาขนาด 2 มิลลิกรัมเข้าทางหลอดเลือดดำ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด หรือหลังการผ่าตัดแล้วมีอาการคลื่นไส้-อาเจียน สามารถฉีดยาขนาด 2 มิลลิกรัม เข้าหลอดเลือดดำได้เช่นกัน

ข.สำหรับบำบัดอาการคลื่นไส้อาเจียนที่มีสาเหตุจากการได้รับยาเคมีบำบัด:

  • ผู้ใหญ่: ให้ยาขนาด 5 มิลลิกรัมเข้าทางหลอดเลือดดำก่อนเข้ารับการทำเคมีบำบัด จากนั้นให้รับประทานยาขนาด 5 มิลลิกรัมก่อนอาหารเช้า 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วัน บางครั้งแพทย์อาจต้องให้ยา Dexamethasone ร่วมด้วย ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาแต่เพียงผู้เดียว

อนึ่ง:

  • สำหรับยาฉีด ให้เตรียมยาโดยผสมตัวยากับสารน้ำ Sodium chloride 0.9% หรือสารน้ำ Glucose 5% หรือ Ringer's solution ตามคำแนะนำในเอกสารกำกับยา
  • สำหรับยารับประทาน: ควรรับประทานยานี้ตรงเวลาในแต่ละวัน
  • เด็ก: การใช้ยานี้กับเด็ก ควรต้องเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาโทรพิซีตรอน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

  • ประวัติแพ้ยาทุกชนิด เช่น กินยา/ใช้ยาแล้ว คลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือ แน่นหายใจติดขัด/หายใจลำบาก
  • มีโรคประจำตัวต่างๆ รวมทั้งกำลังกินยา/ใช้ยาอะไรอยู่ เพราะยาโทรพิซีตรอน อาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรืออาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กิน/ที่ใช้อยู่ก่อน
  • หากเป็นสุภาพสตรีควรแจ้งว่าอยู่ในภาวะตั้งครรภ์ หรือ กำลังให้นมบุตร เพราะยาหลายประเภทสามารถผ่านทางน้ำนม หรือรก และเข้าสู่ทารกจนก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโทรพิซีตรอน สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2เท่า

อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิผลของการรักษา ควรรับประทานยาโทรพิซีตรอน ตรงเวลา

โทรพิซีตรอนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

การใช้ยาโทรพิซีตรอนอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายดังนี้ เช่น

  • ผลต่อระบบประสาท: เช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนแรง หน้าแดง
  • ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น ปวดท้อง ท้องเสียหรือท้องผูก เบื่ออาหาร
  • ผลต่อสภาพจิตใจ: เช่น เห็นภาพหลอน

*กรณีได้รับยานี้เกินขนาด อาจสังเกตได้จากอาการ เห็นภาพหลอน มีความดันโลหิตสูง เกิดอาการชัก หากพบอาการเหล่านี้ ต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้โทรพิซีตรอนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาโทรพิซีตรอน เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง และควรรับประทานยานี้ตรงเวลา
  • หากพบอาการแพ้ยานี้ เช่น หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก แน่นหน้าอก มีผื่นคัน เกิดอาการตัวบวม ต้องหยุดใช้ยานี้ทันที และรีบพาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว ทันที/ฉุกเฉิน
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามนัดทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาโทรพิซีตรอนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติ ตามข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

โทรพิซีตรอนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาโทรพิซีตรอนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

  • การใช้ยาโทรพิซีตรอนร่วมกับยารักษาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ, กลุ่มยาเบต้า บล็อกเกอร์(Beta blocker) อาจเกิดความเสี่ยงที่จะทำให้หัวใจของผู้ป่วยเต้นผิดจังหวะ หากไม่มีความจำเป็นใดๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • การใช้ยาโทรพิซีตรอนร่วมกับยา Tramadol และ Paracetamol อาจทำให้ฤทธิ์ลดอาการเจ็บปวดของ Tramadol และของ Paracetamol ด้อยลงไป หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน แพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณีไป

ควรเก็บรักษาโทรพิซีตรอนอย่างไร?

ควรเก็บยาโทรพิซีตรอน ชนิดรับประทานภายใต้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส(Celsius) สำหรับยาฉีดที่มีการเจือจางเป็นสารละลายแล้ว ควรเก็บภายใต้อุณหภูมิ 2 – 8 องศาเซลเซียส และเก็บได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง

ยานี้ทุกรูปแบบ ห้ามเก็บในช่องแช่แข็งตู้เย็น ไม่เก็บยาชนิดรับประทานในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และ เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

โทรพิซีตรอนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโทรพิซีตรอน ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Navoban (นาโวเบน)Novartis

อนึ่ง ยาชื่อการค้าของยานี้ในต่างประเทศ เช่น Setrovel, Tropindol

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Tropisetron [2016,Sept3]
  2. http://www.mims.com/thailand/drug/info/tropisetron/?type=brief&mtype=generic [2016,Sept3]
  3. http://www.news-medical.net/drugs/Navoban.aspx [2016,Sept3]
  4. http://www.mims.com/thailand/drug/info/navoban/ [2016,Sept3]