Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ลำไส้  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ยาระบาย 

บทนำ

ยาโซเดียมไบฟอสเฟต (Sodium biphosphate) จัดเป็นสารประเภทเกลือชนิดหนึ่ง มีแร่ธาตุฟอสฟอรัส (Phosphorus) ที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ทางคลินิกได้นำยาโซเดียมไบฟอสเฟตมาผสมรวมกับยาโซเดียมฟอสเฟต (Sodium phosphate) เพื่อใช้เป็นยาระบายกับผู้ที่มีอาการท้องผูก ผู้ป่วยที่ต้องทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ก่อนการผ่าตัด รวมถึงผู้ที่ต้องทำการส่องกล้องในทางเดินลำไส้หรือที่เราเรียกกันว่า Endoscopic examinations

ข้อจำกัดของการใช้ยาโซเดียมไบฟอสเฟตมีอยู่หลายประการเช่น ผู้ป่วยเป็นโรคไต ผู้ป่วยมีภาวะลำไส้อุดตัน ลำไส้อักเสบ เป็นแผลที่ลำไส้ หรือมีภาวะหัวใจล้มเหลว แพทย์จะไม่อนุญาตให้ใช้ยานี้ กรณีที่ใช้เป็นยาระบายห้ามใช้เกิน 1 ครั้ง/วัน การใช้ยานี้มากเกินไปจะส่งผลต่อการทำ งานของไตหนักขึ้น รวมถึงรบกวนสมดุลของเกลือแร่ต่างๆในร่างกายจนกระทบต่อระบบการทำ งานของหัวใจอีกด้วย

อนึ่ง ก่อนที่แพทย์จะใช้ยานี้ ผู้ป่วยมักจะได้รับคำถามจากแพทย์เช่น

ปกติการใช้ยาโซเดียมไบฟอสเฟตมักจะถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยในสถานพยาบาลเท่านั้น ด้วยต้องอาศัยการตรวจร่างกายมาประกอบก่อนการใช้ยา และระหว่างการใช้ยาต้องคอยควบคุมการทำงานของอวัยวะสำคัญอย่างเช่น ไต หัวใจ รวมถึงสภาพของลำไส้หลังการใช้ยา เป็นต้น

ยาโซเดียมไบฟอสเฟตที่เป็นยาระบายชนิดรับประทานนั้น หลังการดูดซึมจากระบบทาง เดินอาหาร ตัวยาจะถูกขับออกโดยไต ระหว่างการใช้ยาประเภทรับประทานนี้จะต้องดื่มน้ำตามเป็นปริมาณที่เพียงพอเพื่อช่วยมิให้ไตทำงานหนักจนเกินไป

ทั้งนี้ การใช้ยานี้กับกลุ่มผู้ป่วยที่มิได้มีการระบุให้ใช้ยานี้เช่น เด็ก สตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร หรือกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคลมชัก จะ ต้องเพิ่มความระมัดระวังและต้องมีการประเมินผลได้ - ผลเสียก่อนการใช้ยาเป็นอย่างดีจากแพทย์ ผู้รักษาเท่านั้น

โซเดียมไบฟอสเฟตมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

โซเดียมไบฟอสเฟต

ยาโซเดียมไบฟอสเฟตมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

  • ใช้เป็นยาระบายเมื่อท้องผูก
  • ใช้เป็นยาระบายในผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือกรณีที่ต้องส่องกล้องตรวจในระบบทางเดินอาหาร
  • โซเดียมไบฟอสเฟตมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

    กลไกการออกฤทธิ์ของยาโซเดียมไบฟอสเฟตคือ ในขณะที่ตัวยาอยู่ในลำไส้จะเกิดภาวะเร่งการดูดน้ำของร่างกายให้เข้าสู่ลำไส้ ส่งผลให้เกิดแรงดันพร้อมกับมีการบีบตัวของลำไส้ใหญ่เพิ่มมากขึ้นจนเป็นเหตุให้เกิดการระบายอุจจาระตามมา

    โซเดียมไบฟอสเฟตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

    ยาโซเดียมไบฟอสเฟต มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

    โซเดียมไบฟอสเฟตมีขนาดรับประทาน/การบริหารยาอย่างไร?

    ยาโซเดียมไบฟอสเฟตมีตัวอย่างขนาดการบริหารยา/ใช้ยา เช่น

    ก.เพื่อการทำความสะอาดลำไส้ก่อนรับการผ่าตัดหรือก่อนการส่องกล้องในช่องทางเดินลำไส้:

    • ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป: รับประทานยาขนาด 32 เม็ด (ประมาณ 48 กรัม) ร่วมกับน้ำสะอาดประมาณ 2 ลิตร (2,000 ซีซี/cc/cubic centimeter) โดยแบ่งรับประทานครั้งละ 4 เม็ดต่อน้ำประมาณ 250 ซีซีทุกๆ 15 นาทีหลังรับประทานเสร็จแล้ว
    • เด็กและผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี: ไม่ควรใช้ยานี้กับเด็กและกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

    ข. ชนิดยาสวนทวาร:

    • ผู้ใหญ่: ใช้ยาชนิดสวนทวาร 1 ขวดเพียง 1 ครั้งเพื่อระบายลำไส้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด หรือก่อนการส่องกล้องในทางเดินลำไส้/ระบบทางเดินอาหาร
    • เด็ก: การใช้ยานี้ในเด็กต้องอยู่ในคำสั่งแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

    *อนึ่ง:

  • เมื่อใช้ยาโซเดียมไบฟอสเฟตห้ามใช้ยาสวนทวารหรือยาระบายชนิดอื่นร่วมอีก
  • *****หมายเหตุ:

  • ขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
  • เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

    เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาโซเดียมไบฟอสเฟต ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและ เภสัชกรดังนี้

    หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

    การใช้ยาโซเดียมไบฟอสเฟตชนิดรับประทานมักจะใช้ในสถานพยาบาลโดยมีบุคคลากรทางการแพทย์เป็นผู้กำกับดูแลอย่างถูกต้อง ทำให้ยากต่อการลืมรับประทานยา

    โซเดียมไบฟอสเฟตมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

    ยาโซเดียมไบฟอสเฟตสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น

    กรณีใช้เป็นยาระบาย: อาจพบอาการปวดศีรษะ วิงเวียน อาเจียน ปัสสาวะน้อยลง มีไข้ ปวดท้องแบบเฉียบพลัน ท้องเสียอย่างรุนแรง มีเลือดออกทางทวารหนัก/อุจจาระเป็นเลือด มีภาวะลมชัก หัวใจเต้นเร็วหรือช้าไม่แน่นอน ลำไส้อาจหยุดเคลื่อนไหว (ท้องอืดมาก) หลังใช้ยานี้

    สำหรับผู้ที่ได้รับยานี้เกินขนาด: จะพบอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการชักกระตุก ไตวาย จนอาจถึงขั้นเสียชีวิต (ตาย) ดังนั้นการใช้ยานี้ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก หากพบอาการผิดปกติจากการได้รับยานี้เกินขนาดควรต้องพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

    มีข้อควรระวังการใช้โซเดียมไบฟอสเฟตอย่างไร?

    มีข้อควรระวังการใช้ยาโซเดียมไบฟอสเฟต เช่น

    • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้หรือแพ้ส่วนประกอบอื่นในสูตรตำรับของยานี้
    • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่มีความเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน
    • ห้ามใช้ยาระบายโซเดียมไบฟอสเฟตชนิดรับประทานกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
    • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ โรคลมชัก มีแผลในลำไส้ ผู้ที่มีภาวะลำไส้อุดตัน ผู้ที่มีภาวะเกลือฟอสเฟต (Phosphate) ในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ
    • ห้ามใช้ยานี้ทั้งชนิดรับประทานและชนิดสวนทวารในขณะที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนหรือขณะมีอาการปวดท้อง
    • ด้วยข้อจำกัด/ห้ามการใช้ยานี้ชนิดรับประทานในเด็ก ควรเลี่ยงมาใช้ยาชนิดสวนทวารประ เภทที่ใช้กับเด็กแทน โดยต้องใช้ตามคำสั่งจากแพทย์เท่านั้น
    • ระวังการใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร ด้วยยังต้องการข้อมูลทางคลิ นิกมาสนับสนุนถึงความปลอดภัยในการใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้
    • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ที่มีภาวะเกลือโพแทสเซียม เกลือแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำ
    • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ที่มีภาวะเกลือโซเดียมในร่างกายสูงเกินปกติ
    • ระหว่างการใช้ยานี้ควรเฝ้าระวังเรื่องการทำงานของไต หัวใจ ระบบประสาท มิให้เกิดอา การผิดปกติ
    • การรับประทานยานี้ควรต้องดื่มน้ำตามครบปริมาณตามที่แพทย์ระบุเป็นอย่างต่ำเพื่อช่วยลดภาระการทำงานของไต
    • ระหว่างรับประทานยานี้หากพบอาการผิดปกติเช่น ผื่นขึ้น มีลมพิษ อึดอัด/หายใจไม่ออก /หายใจลำบาก ให้หยุดการใช้ยาแล้วรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
    • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
    • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
    • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

    ***** อนึ่ง:

    ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาโซเดียมไบฟอสเฟตด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

    โซเดียมไบฟอสเฟตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

    ยาโซเดียมไบฟอสเฟตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น ระหว่างการใช้ยาโซเดียมไบฟอสเฟตควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายสูญ เสียเกลือโพแทสเซียมติดตามมา

    ควรเก็บรักษาโซเดียมไบฟอสเฟตอย่างไร?

    ควรเก็บรักษายาโซเดียมไบฟอสเฟตดังนี้เช่น

    • รูปแบบยาชนิดรับประทาน: ควรเก็บภายใต้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส (Celsius)
    • รูปแบบยาสวนทวาร: สามารถเก็บที่อุณหภูมิ 23 - 35 องศาเซลเซียส

    *อนึ่ง: ห้ามเก็บยานี้ทุกรูปแบบในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาที่มีสภาพเสื่อมหรือที่วัสดุบรรจุชำรุดเสียหาย

    โซเดียมไบฟอสเฟตมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

    ยาคาร์บิโดปาที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต เช่น

    ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
    OsmoPrep (ออสโมเพรป)Salix Pharmaceuticals, Inc
    Unima enema (ยูนิมา อีนีมา)Unison
    Visicol (วิซิคอล)Pharmaceutical Manufacturing Research Services Inc.

    บรรณานุกรม

    1. http://www.drugs.com/mtm/sodium-biphosphate-and-sodium-phosphate.html [2015,July18]
    2. http://ikt-info.ru/usa-drugs/usa-o/9118-osmoprep.html [2015,July18]
    3. https://en.wikipedia.org/wiki/Quart [2015,July18]
    4. http://drugline.org/drug/medicament/9790/ [2015,July18]
    5. http://china.mims.com/Myanmar/drug/info/Unima%20Enema/?type=full#Indications [2015,July18]
    6. http://www.drugs.com/pro/Visicol.html [2015,July18]



    สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน math14207 opas2540 imy_jung pondkung
    Frame Bottom