Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคเรื้อน 

บทนำ

ยาโคลฟาซิมีน (Clofazimine) เป็นสารที่ละลายได้ดีในไขมัน ใช้ร่วมกับยา Rifampicin และยา Dapsone เพื่อรักษาโรคเรื้อน (Leprosy) ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Mycobac terium leprae และ Mycobacterium lepromatosis ในต่างประเทศจะรู้จักยานี้ภายใต้ชื่อการ ค้า “Lamprene” ถูกจัดจำหน่ายโดยบริษัทยา Novatis ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) รูป แบบยาแผนปัจจุบันของยานี้ที่สามารถพบเห็นได้จะเป็นยาชนิดรับประทาน

ยาโคลฟาซิมีนมีการดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารประมาณ 45 - 70% จากนั้นจะกระ จายไปตาเนื้อเยื่อไขมันของร่างกาย ซึ่งทำให้การกำจัดยาโคลฟาซิมีน 50% ออกจากกระแสเลือดต้องใช้เวลาถึงประมาณ 70 วัน ยาโคลฟาซิมีนยังสามารถซึมผ่านเข้ารกและเข้าไปในน้ำ นมของมารดาได้อีกด้วย ซึ่งร่างกายสามารถกำจัดยานี้โดยผ่านทิ้งไปกับอุจจาระ ปัสสาวะ และต่อมเหงื่อ

องค์การอนามัยโลกระบุให้ยาโคลฟาซิมีนเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานของระดับชุมชน คณะ กรรมการอาหารและยาของไทยก็ได้บรรจุยาโคลฟาซิมีนลงในบัญชียาหลักแห่งชาติเช่นกัน ด้วยความจำเพาะเจาะจงของตัวยากับอาการโรค การใช้ยานี้กับผู้ป่วยจึงต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

โคลฟาซิมีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

โคลฟาซิมีน

ยาโคลฟาซิมีนมีสรรพคุณดังนี้

โคลฟาซิมีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาโคลฟาซิมีนคือ ตัวยาจะยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย โดย ตัวยาจะเข้าไปรวมตัวกับสารพันธุกรรม (DNA) ในตัวแบคทีเรีย ส่งผลให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบ โตและตายลงในที่สุด

โคลฟาซิมีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาโคลฟาซิมีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้เช่น

  • ยาแคปซูลชนิดรับประทาน ขนาด 50 และ 100 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 100 มิลลิกรัม/เม็ด

โคลฟาซิมีนมีขนาดรับประทานยาอย่างไร?

ยาโคลฟาซิมีนมีขนาดรับประทานสำหรับรักษาอาการของโรคเรื้อนดังนี้เช่น

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 50 มิลลิกรัม/วันเป็นเวลา 12 เดือน โดยในแต่ละเดือนให้กำหนด 1 วันที่ต้องรับประทานยาเพิ่มจาก 50 มิลลิกรัมเป็น 300 มิลลิกรัม เช่น วันที่ 1 - 14 รับประทาน 50 มิลลิ กรัม/วัน, วันที่ 15 รับประทาน 300 มิลลิกรัม, วันที่ 16 - 30 รับประทาน 50 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 10 - 14 ปี: รับประทาน 50 มิลลิกรัมวันเว้นวันเป็นเวลา 12 เดือน และเช่นกันกับในผู้ใหญ่ดังได้กล่าวแล้วที่ในแต่ละเดือนให้กำหนด 1 วันที่ต้องรับประทานยาเพิ่มจาก 50 มิลลิกรัมเป็น 150 มิลลิกรัม
  • เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีลงมา: รับประทาน 50 มิลลิกรัมสัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นเวลา 12 เดือน และเช่นกันในแต่ละเดือนให้กำหนด 1 วันที่ต้องรับประทานยาเพิ่มจาก 50 มิลลิกรัมเป็น 100 มิลลิ กรัม

*อนึ่ง:

  • ควรรับประทานยานี้พร้อมอาหาร
  • ปกติการรักษาโรคเรื้อนจะใช้ยาโคลฟาซิมีนร่วมกับยา Dapsone และ Rifampicin แต่ในบทความนี้จะไม่ขอกล่าวถึงขนาดการใช้ของยา Dapsone และ Rifampicin แนะนำอ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง Dapsone และเรื่อง Rifampicin

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาโคลฟาซิมีนที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาโคลฟาซิมีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโคลฟาซิมีนสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับ การรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

โคลฟาซิมีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาโคลฟาซิมีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น ทำให้ผิวหนังมีสีแดง-น้ำตาลคล้ำเมื่อถูกแสงแดดในระหว่างการใช้ยา พบอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย น้ำหนักลด ปวดศีรษะ วิงเวียน ผิวแห้ง ตามัว ร่างกายลดการผลิตน้ำ ตาและเหงื่อ

อนึ่ง หากผู้ป่วยเผลอรับประทานยานี้เกินขนาด แพทย์จะให้การรักษาโดยอาจใช้วิธีทำให้อาเจียนหรือการล้างท้องร่วมกับรักษาผู้ป่วยตามอาการที่ปรากฏ

มีข้อควรระวังการใช้โคลฟาซิมีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาโคลฟาซิมีนดังนี้เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาโคลฟาซิมีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

โคลฟาซิมีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาโคลฟาซิมีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้เช่น เมื่อใช้ยาโคลฟาซิมีนร่วมกับยารักษาวัณโรคเช่น Bedaquiline สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การใช้ยาทั้งคู่ร่วมกันแพทย์จะประเมินข้อดีข้อเสียรวมถึงเฝ้าระวังอาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นจึงต้องใช้โดยเป็นไปตามคำสั่งแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

ควรเก็บรักษาโคลฟาซิมีนอย่างไร?

ควรเก็บยาโคลฟาซิมีนภายใต้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

โคลฟาซิมีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโคลฟาซิมีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Aplaket (อะพลาเค็ท)Rottapharm

บรรณานุกรม

1. http://en.wikipedia.org/wiki/Clofazimine [2015,April18]
2. http://www.mims.com/Thailand/drug/search/?q=clofazimine [2015,April18]
3. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Lamcoin/ [2015,April18]
4. http://www.mims.com/USA/drug/info/clofazimine/clofazimine?type=brief&mtype=generic[2015,April18]
5. http://apps.who.int/medicinedocs/en/d/Jh2988e/14.html[2015,April18]
6. http://www.medicinenet.com/clofazimine-oral/page2.htm#DrugInteractions [2015,April18]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน Sertthaphong Bobby1 eurokungza nmaliwan2537
Frame Bottom