Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อรา 

บทนำ

แอมโฟเทอริซิน บี (Amphotericin B) เป็นยาต้านเชื้อราที่สกัดได้จากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Steptomyces nodosus ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 (พ.ศ.2498) ก่อนหน้านี้ได้มีการค้นพบตัวยาแอมโฟเทอริซิน เอ/A แต่ไม่เป็นที่นิยมในทางคลินิกด้วยประสิทธิภาพของการรักษาด้อยกว่าแอมโฟเทอริซิน บี

สำหรับเชื้อราที่ตอบสนองต่อยาแอมโฟเทอริซิน บี ได้ดีเช่น Candida albicans, Candida krusei, Coccidioides immitis, Cryptococcus neoformans, และ Fusarium oxysporum

จากการศึกษาการกระจายตัวของตัวยานี้ในร่างกายมนุษย์พบว่า ยานี้ถูกดูดซึมไม่ค่อยดีจากระบบทางเดินอาหาร และเมื่อยาเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีที่ไต และร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการกำจัดยา 50% ออกจากกระแสเลือด ซึ่งตัวยาที่เหลือต้องใช้เวลาในการกำจัดต่ออีกนานประมาณ 15 วันโดยผ่านไปกับปัสสาวะและอุจจาระ

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยานี้ในบ้านเราที่มีหลายชื่อการค้าจะเป็นยาฉีดเสียส่วนใหญ่ แต่ในต่างประเทศอาจพบรูปแบบอื่นๆอีกเช่น ยาน้ำแขวนตะกอน ยาอม เพื่อใช้ฆ่าเชื้อราแคนดิดา/Candida ในช่องปาก

การบริหารยานี้กับผู้ป่วยที่ไม่ใช่ชนิดยารับประทานเช่น ยาฉีด ต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งมีอยู่เฉพาะตาสถานพยาบาลทั้งของรัฐและของเอกชนทั่วไป

แอมโฟเทอริซิน บี มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

แอมโฟเทอริซิน-บี

ยาแอมโฟเทอริซิน บี มีสรรพคุณดังนี้

แอมโฟเทอริซิน บี มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาแอมโฟเทอริซิน บี คือ ตัวยาจะเข้าจับกับผนังเซลล์ของเชื้อราในส่วนที่เรียกว่า เออร์โกสเตอรอล (Ergosterol) เป็นผลให้ผนังเซลล์ของเชื้อรารั่วและเปิดออกจนเป็นเหตุให้เชื้อราตายลงในที่สุด

แอมโฟเทอริซิน บี มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาแอมโฟเทอริซิน บี มีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้

  • ยาฉีด ขนาด 100 มิลลิกรัม/20 มิลลิลิตร
  • ยาฉีด ขนาด 50 มิลลิกรัม/ขวด
  • ยาอม ขนาด 10 มิลลิกรัม/เม็ด
  • ยาน้ำแขวนตะกอนชนิดรับประทาน ขนาด 100 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
  • ยาผงบรรจุแคปซูลชนิดรับประทาน ขนาด 250 และ 500 มิลลิกรัม/แคปซูล

แอมโฟเทอริซิน บี มีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาแอมโฟเทอริซิน บี ใช้รักษาโรคติดเชื้อราได้หลากหลายระบบอวัยวะรวมถึงรักษาการติดเชื้อราได้หลากหลายชนิด ซึ่งขนาดการบริหารยาจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละอวัยวะที่ติดเชื้อราและในแต่ละชนิดของเชื้อรา ในหัวข้อนี้จึงจะยกตัวอย่างขนาดการใช้ยาในโรคและเชื้อราที่พบได้บ่อยซึ่งมีขนาดการบริหารยา/การใช้ยาดังนี้เช่น

ก. สำหรับการติดเชื้อแคนดิดาในช่องปาก (Oral candidiasis):

  • ผู้ใหญ่: รับประทานยาน้ำ 1 มิลลิลิตร (100 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร) วันละ 4 ครั้งทุก 6 ชั่วโมง โดยอมไว้ในช่องปาก 2 - 3 นาทีก่อนกลืน หรืออมยาเม็ดขนาด 10 มิลลิกรัม/เม็ดและปล่อยให้ค่อยๆละลายในปากวันละ 4 ครั้ง

ข. สำหรับการติดเชื้อราที่กระจายทั่วตัวในระยะรุนแรง (Severe systemic fungal infection):

ขนาดการให้ยาสูงสุดไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจให้ยาเป็น 1.5 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ควรหยดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยใช้เวลาประมาณ 2 - 4 ชั่วโมงซึ่งสามารถผสมยาที่ความเข้มข้น 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรในกลูโคส 5%

ค. สำหรับการติดเชื้อราที่เยื่อหุ้มสมองระยะรุนแรง (Severe meningitis):

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง 25 ไมโครกรัม ขนาดการให้ยาระดับปกติอยู่ที่ 0.25 - 1 มิลลิกรัมสัปดาห์ละ 2 - 4 ครั้ง

ง. สำหรับการติดเชื้อราในปอด (Aspergillosis):

  • ผู้ใหญ่: หยดยาเข้าหลอดเลือดดำในอัตรา 0.6 - 0.7 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน เป็นเวลา 3 - 6 เดือน

จ. สำหรับเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อรา (Endocarditis):

  • ผู้ใหญ่: หยดยาเข้าหลอดเลือดดำในอัตรา 0.6 - 1 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และหลังเข้ารับการผ่าตัดแลัวหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำในอัตรา 0.8 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันโดยให้ยาวันเว้นวันเป็นเวลา 6 - 8 สัปดาห์

ฉ. สำหรับการติดเชื้อราแคนดิดาในช่องทางเดินปัสสาวะ (Candiduria):

*****หมายเหตุ:

  • เด็ก: การใช้ยานี้ในเด็กจะขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ โดยแพทย์ประเมินจากชนิดของเชื้อรา อวัยวะที่ติดเชื้อรา ความรุนแรงของอาการ อายุและน้ำหนักตัวของเด็ก
  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาแอมโฟเทอริซิน บี ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยา/อมยาแอมโฟเทอริซิน บี สามารถรับประทานยา/อมยาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยา/อมยาในมื้อถัดไปไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

แอมโฟเทอริซิน บี มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาแอมโฟเทอริซิน บี สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น

ก. หากเป็นยาที่ใช้ชำระล้างอวัยวะภายใน (Local irrigation): อาจพบอาการผื่นคันที่ผิวหนังที่สัมผัสกับยา

ข. หากเป็นยาฉีด: อาจมีอาการไข้ สั่น ชัก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หูดับ วิงเวียน ความดันโลหิตต่ำหรือสูงก็ได้ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ปวดบริเวณที่ฉีดยา เกิดพยาธิสภาพที่ปลายประสาท/เส้นประสาท เป็นพิษกับไต และการได้รับยาเกินขนาดสามารถทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

ค. หากเป็นยารับประทาน/ยาอม: อาจพบอาการผื่นคัน หน้า-ปาก-คอ-ลิ้น บวม หายใจลำบาก ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน สีของฟันเปลี่ยนเป็นสีออกเหลือง

ง. หากเป็นยาฉีดเข้าช่องไขสันหลัง: อาจพบอาการตาพร่า อ่อนเพลีย ปวดขา ปวดหลัง ปวดคอ วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

มีข้อควรระวังการใช้แอมโฟเทอริซิน บี อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาแอมโฟเทอริซิน บี ดังนี้เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาแอมโฟเทอริซิน บี ด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

แอมโฟเทอริซิน บี มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาแอมโฟเทอริซิน บี มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้เช่น

ควรเก็บรักษาแอมโฟเทอริซิน บี อย่างไร?

ควรเก็บยาทุกรูปแบบการใช้ของยาแอมโฟเทอริซิน บี ไม่ว่าจะเป็นยาฉีด ยารับประทานยาอม ยาที่ใช้ชำระล้าง (Irrigation) ภายใต้อุณหภูมิ 2 - 8 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงสว่าง แสงแดด และความชื้น ไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ และต้องเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

แอมโฟเทอริซิน บี มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาแอมโฟเทอริซิน บี ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
AmBisome (แอมบิซัม)Gilead
Ampholin (แอมโฟลิน)Mediorals
Amphotret (แอมโฟเทรท)Bharat Serums and Vaccines
Amphotericin-B Biolab (แอมโฟเทอริซิน-บี ไบโอแลบ)Biolab
Amphotericin-B Asence (แอมโฟเทอริซิน-บี เอเซนส์)Asence
Amphocil (แอมโฟซิล)Hospira
ADPHO (เอดีพีเฮชโอ)Advanced Remedies
Anfotericina (แอนโฟเทอริซินา)Laboratorios Richet SA
ABELCET (เอบีอีแอลซีอีที)AndersonBRECON (UK) Limited
Fungizone (ฟังจิโซน)Bristol-Myers Squibb
Fungilin (ฟังจิลิน)Medsafe

บรรณานุกรม

1 http://en.wikipedia.org/wiki/Amphotericin_B [2015,Jan3]
2 http://www.mims.com/USA/drug/info/amphotericin%20b/?type=full&mtype=generic#Actions [2015,Jan3]
3 http://www.drugs.com/drug-interactions/amphotericin-b-index.html?filter=3&generic_only= [2015,Jan3]
4 http://www.mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=amphotericin+b [2015,Jan3]
5 http://www.drugs.com/ppa/amphotericin-b.html [2015,Jan3]
6 http://www.medicines.org.uk/emc/PIL.28850.latest.pdf [2015,Jan3]
7 http://www.medsafe.govt.nz/consumers/cmi/f/Fungilin.pdf [2015,Jan3]
8 http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10791445 [2015,Jan3]
9 http://www.fungusfocus.com/html/triple_rx_treatment_strategy.htm [2015,Jan3]
10 http://www.medsafe.govt.nz/consumers/cmi/f/Fungilin.pdf [2015,Jan3]
11 http://www.drugs.com/sfx/amphotericin-b-side-effects.html [2015,Jan3]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Lifealip iispicyii
Frame Bottom