Frame Top

แรงงานไทย เสี่ยงภัยพิษสุรา

โดย ปฐมา ลอออรรถพงศ์
28 กุมภาพันธ์ 2012

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดการพบปะพูดคุยนโยบายโรงงานสีขาวลด ละ เลิกเหล้า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีผู้ประกอบการ และลูกจ้าง กว่า 100 คนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

หลังจากพบว่า แรงงานไทยมีอัตราเสียชีวิต เพราะสุราถึง 40,000คน ต่อปี จึงมีการเสนอกฎหมายใหม่ห้ามขายห้ามดื่มสุราในโรงงาน ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผลการสำรวจพบว่า ได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งกองทัพผู้ใช้แรงงานและฝ่ายนายจ้างมากกว่า 95%

สุราเป็นแอลกอฮอล์ (Alcohol) ประเภทหนึ่ง แต่ที่นิยมกันที่สุดคือแอลกอฮอล์เอธานอล (Ethanol) ซึ่งมีอีเธน (Ethane) เป็นสารประกอบหลัก มนุษย์ได้ทำการผลิตและบริโภคเอธานอลมายาวนานานับพันๆ ปี ก่อนยุคประวัติศาสตร์ โดยการหมักและกลั่นเป็นเครื่องดองของเมาที่เรียกว่าสุราหรือเหล้า และใช้ประโยชน์อื่นๆได้อีก

เอธานอลเป็นของเหลวติดไฟ มีจุดเดือดที่ 78.4 องศาเซลเซียส ซึ่งใช้เป็นตัวทำละลาย (Solvent) ในอุตสาหกรรม เชื้อเพลิงรถยนต์ และเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี เนื่องจากข้อกำหนดของกฎหมายและภาษีในการบริโภคแอลอฮอล์ ในสหรัฐอเมริกาและในอีกหลายประเทศ เมื่อมีจุดประสงค์เพื่อนำเอธานอลไปใช้ในอุตสาหกรรม จะต้องทำการเติมสาร (Additive) บางชนิด หรือสารพิษบางอย่าง เพื่อมิให้เกิดความอร่อยถูกปาก (Unpalatable) นอกจากนี้ เอธานอลยังมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด เป็นอาหาร และเป็นยารักษาโรค

อย่างไรก็ตาม การบริโภคแอลกอฮอล์เอธานอล (สุรา) ในปริมาณมากจะก่อให้เกิดการมึนเมา (Drunkenness) และมีอาการเมาค้าง (Hangover) ปัจจัยสำคัญที่อาจก่อให้เกิดความล้มเหลวในระบบทางเดินหายใจจนถึงเสียชีวิตคือปริมาณแอลกอฮอล์และความบ่อยถี่ในการบริโภค [ซึ่งมีผลกระทบต่อความคุ้นชินของร่างกายที่มีต่อแอลกอฮอล์] เนื่องจากแอลกอฮอล์เอธานอลมีผลลดประสิทธิภาพการตัดสินใจของมนุษย์ จึงเป็นสิ่งกระตุ้นพฤติกรรมอยู่ไม่สุข งุ่นง่าน จนถึงการขาดสติขาดความรับผิดชอบ

สาเหตุหลักของความเป็นพิษในแอลกอฮอล์เอธานอลมาจากสารปฐมภูมิ (ขั้นแรก) และสารทุติยภูมิ (ขั้นที่สอง) ในกระบวนการผลิต ซึ่งก่อให้เกิดสารสังเคราะห์อินทรียสาร (Acetaldehyde) และกรดน้ำส้มสายชู (Acetic) ตามลำดับ เมื่อถูกเผาผลาญในร่างกาย แต่สารจากทุติยภูมิและตติยภูมิ (ขั้นที่สาม) ในกระบวนการผลิต จะเป็นพิษน้อยกว่า แอลกอฮอล์เอธานอล เพราะตับไม่สามารถเผาเผลาญจนเกิดเป็นสารพิษตกค้าง (Toxic by-product) จึงเหมาะที่นำสารจาก 2 ขั้นสุดท้าย มาใช้เพื่อความบันเทิงเริงรมย์และการรักษาพยาบาล เนื่องจากอันตรายจากผลข้างเคียงที่ต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีแอลกอฮอล์อีกชนิดหนึ่งที่เป็นพิษมากกว่าเอธานอล นั่นคือเมธานอล (Methanol) เพราะเมธานอลซึ่งใช้เวลาเผาผลาญในร่างกายนานกว่ามากและสารที่ได้จากการเผาผลาญมีความเป็นพิษมากกว่า เช่น การหมักแอลกอฮอล์จากไม้จะก่อให้เกิดการสันดาปเป็นสารฆ่าเชื้อที่มีกลิ่นฉุน (Formaldehyde) และเป็นกรดควันระคายเคือง (Formic) ในตับ ซึ่งการสะสมสารดังกล่าว จะส่งผลให้ตาบอดหรือเสียชีวิตได้ในที่สุด

แหล่งข้อมูล:

  1. นายจ้าง-ลูกจ้าง จับมือ หนุนออก กม.ห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000025199 [2012, February 27].
  2. History of alcoholic beverages http://en.wikipedia.org/wiki/History_of_alcoholic_beverages [2012, February 27].
Blog

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom