Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระเพาะอาหาร  กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กตอนต้น  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดท้อง  ปวดท้องลิ้นปี่ 

บทนำ

โรคแผลเปบติค (Peptic ulcer) หรือ เรียกย่อว่า โรค พียู (PU) หรือ พียูดี (PUD, Pep tic ulcer disease) หรืออาจเรียกว่า โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric ulcer) ได้แก่ โรคซึ่งเกิดมีแผลขึ้นในกระเพาะอาหาร และ/หรือ ลำไส้เล็กส่วนต้นที่เรียกว่า ดูโอดีนัม (Duode num) และบางครั้งเป็นส่วนน้อย อาจเกิดแผลในบริเวณปลายหลอดอาหารส่วนที่อยู่ต่อกับกระเพาะอาหารร่วมด้วยได้ ทั้งนี้ เกิดจากเยื่อเมือกบุภายในทางเดินอาหารเหล่านี้ถูกทำลายโดยน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ชื่อ เปบซิน (Pepsin) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรคว่า แผลเปบติค ซึ่งเปบซินเป็นน้ำย่อยโปรตีนที่ทำงานร่วมกับกรดในกระเพาะอาหาร โดยมีกรดเป็นตัวปลุกฤทธิ์ (Activate)ให้น้ำย่อยนี้มีประสิทธิภาพในการย่อยเพิ่มขึ้น

เนื่องจาก แผลสามารถเกิดได้ทั้งในกระเพาะอาหาร และในลำไส้เล็กดังกล่าวแล้ว ดัง นั้น โรคนี้เมื่อเกิดแผลเฉพาะในกระเพาะอาหาร จึงเรียกว่า “โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric หรือ Stomach ulcer หรือ เรียกย่อว่า จียู, GU) “ และเมื่อเกิดแผลเฉพาะในลำไส้เล็ก จึงเรียกว่า “โรคแผลในลำไส้เล็ก (Duodenal ulcer หรือ เรียกย่อว่า ดียู, DU)”

ในบทความนี้ขอรวมเรียกโรคที่เกิดแผลทั้งในกระเพาะอาหาร และ/หรือลำไส้เล็กว่า โรคแผลเปบติต เพราะเป็นโรคที่มีสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย ตลอดจนการรักษาและอื่นๆเหมือนกัน

โรคแผลเปบติค เป็นโรคพบได้บ่อยโรคหนึ่ง พบได้สูงในประเทศด้อยพัฒนา (แต่ไม่มีสถิติชัดเจน) พบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่ในเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยพบได้สูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อสูง อายุขึ้น ทั้งนี้อัตราเกิดโรคใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย ในสหรัฐอเมริกา พบคนเป็นโรคนี้ได้ประมาณ 350,000-500,000 คนต่อปี โดย 70% พบในช่วงอายุ 25-64 ปี

โรคแผลเปบติคมีสาเหตุจากอะไร?

แผลในกระเพาะอาหาร

สาเหตุพบบ่อยของแผลเปบติคเกิดจากการติดเชื้อ แบคทีเรีย ชื่อ เอช ไพโลไร (H. pylori หรือ Helicobacter pylori) พบได้ประมาณ 60% ของแผลในกระเพาะอาหารทั้งหมด และเป็นประมาณ 90% ของแผลในลำไส้เล็กดูโอดีนัมทั้งหมด

เอช ไพโลไร เป็นแบคทีเรียที่มีคนเป็นรังโรค แต่พบในแมวเลี้ยง และสุนัขเลี้ยงได้บ้าง เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในส่วนที่มีความเป็นกรดสูง ซึ่ง คือ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กดูโอดีนัมนั่นเอง เป็นแบคทีเรียที่ติดต่อได้จากการสัมผัสน้ำลายของผู้ติดเชื้อแบคทีเรียนี้ แต่มีรายงานพบแบคทีเรียนี้ในอุจจาระได้ ดังนั้นการติดต่ออีกทาง คือ การกินแบคทีเรียจากอาหาร และน้ำดื่มปนเปื้อนแบคทีเรียนี้ จากการขาดสุขอนามัยพื้นฐาน จึงเป็นสาเหตุให้พบโรคแผลเปบติกได้สูงขึ้นในประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา ดังกล่าวแล้ว

ส่วนสาเหตุอื่นๆที่พบได้ คือ

โรคแผลเปบติคมีอาการอย่างไร?

อาการสำคัญของโรคแผลเปบติค คือ ปวดท้องบริเวณยอดอกหรือบริเวณใต้ลิ้นปี่ (Epi gastrium) มักปวดเมื่อหิว หรือหลังกินอาหารแล้วประมาณ 2-5 ชั่วโมง อาจตื่นกลางคืนจากปวดท้อง ซึ่งอาการปวดท้องนี้จะดีขึ้นเมื่อ กินอาหาร หรือกินยาเคลือบกระเพาะ หรือกินยาลดกรด

อาการอื่นๆที่พบได้ คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคแผลเปบติคได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคแผลเปบติคได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย อาจมีการตรวจภาพกระเพาะอาหาร และลำไส้ด้วยเอกซเรย์กลืนแป้ง แต่วิธีนี้มักไม่นิยมในปัจจุบัน หรือการตรวจภาพกระเพาะอาหารและช่องท้องด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แต่การตรวจที่ให้ผลแน่ นอน คือ การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร และลำไส้ ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจหาสารบางชนิดในอุจจาระซึ่งสร้างโดยเชื้อ เอชไพโลไร หรือการตรวจสารบางชนิดที่เชื้อนี้สร้างและร่างกายกำจัดออกทางการหายใจ

รักษาโรคแผลเปบติคได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคแผลเปบติค ขึ้นกับสาเหตุ เช่น กินยาปฏิชีวนะเมื่อเกิดจากติดเชื้อ เอช ไพโลไร หรือการปรับเปลี่ยนการใช้ยา เมื่อเกิดจากยาในกลุ่มเอ็นเสดส์ แต่ร่วมกับกินยาลดกรด และ/หรือ ยาเคลือบกระเพาะอาหาร ซึ่งมีหลากหลายตัวยามาก ทั้งนี้การจะเลือกใช้ยาตัวใดอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

นอกจากนั้น คือ การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดชนิดคลายการบีบตัวของกระเพาะอาหาร/ยาแก้ปวดท้อง และยาบรรเทาอาการคลื่นไส้/ ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน และยังอาจมีการผ่าตัดกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ เมื่อแผลมีขนาดใหญ่มาก หรือแผลไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา หรือเมื่อมีกระเพาะอาหาร หรือลำไส้อุดตัน หรือทะลุ

มีผลข้างเคียงจากโรคแผลเปบติคไหม?

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากแผลเปบติค มักเป็นภาวะรุนแรง และอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ โดยผลข้างเคียงที่พบได้ คือ

โรคแผลเปบติครุนแรงไหม?

โรคแผลเปบติค โดยทั่วไปไม่รุนแรงเมื่อทราบสาเหตุและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เป็นโรคที่รักษาได้หาย แต่ถ้าเกิดจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นโรคมีความรุนแรงสูงมาก

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเอง และการพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเมื่อเป็นโรคแผลเปบติค คือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ กินยาต่างๆให้ถูกต้อง ครบถ้วน
  • งด/เลิกบุหรี่ และไม่สูบบุหรี่ งด/เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเป็นสาเหตุ และเป็นตัวเพิ่มความรุนแรงของโรค
  • ไม่ซื้อยาแก้ปวดต่างๆกินเอง ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือ เภสัชกรก่อนเสมอ
  • สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร และเครื่องดื่มที่รับประทาน กับอาการเสมอ ควรหลีกเลี่ยงอาหารเครื่องดื่มที่ทำให้อาการรุนแรงขึ้น ซึ่งมักได้แก่ อาหารรสจัด เผ็ดจัด และรสเปรี้ยว
  • รักษาสุขภาพจิตไม่ให้เครียดจนเกินเหตุ เข้าใจชีวิต
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ
  • ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อมีอาการต่างๆเลวลง หรือมีอาการต่างๆผิดปกติไปจากเดิม หรือเมื่อกังวลในอาการ
  • ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน เมื่อมีอาการของเลือดออกจากแผล หรือ กระเพาะอาหาร/ลำไส้เล็กอุดตัน หรือ กระเพาะอาหาร หรือ ลำไส้เล็กทะลุ ดังได้กล่าวแล้ว

ป้องกันโรคแผลเปบติคได้อย่างไร?

การป้องกันโรคแผลเปบติคที่สำคัญ คือ การป้องกันสาเหตุ ที่สำคัญ คือ

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. Ramakrishnan, K., and Salinas, R. (2007). Peptic ulcer. Am Fam Physician. 76, 1005-1012.
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Peptic_ulcer_disease[2017,Sept2]
Updated 2017,September 2


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน patamodox behringer q159753 Misakiyuri DashSpinneR Sakda2531
Frame Bottom