Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ 

แท้งสมบูรณ์คืออะไร?

การแท้ง (Abortion หรือ Miscarriage) คือ การสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนที่ทารกจะมีชีวิตรอดเมื่อคลอดออกมา

การแท้งมีหลายชนิด เช่น แท้งคุกคาม แท้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แท้งค้าง แท้งเป็นอาจิณ/แท้งซ้ำ แท้งไม่สมบูรณ์ และแท้งที่สมบูรณ์ ซึ่งการที่ทารก รก และเยื่อหุ้มรก ถูกขับออกมาจากโพรงมดลูกทั้งหมด โดยที่ไม่มีเหลือเศษค้างในโพรงมดลูก ไม่ต้องให้การรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม เรียกว่าเป็น “แท้งสมบูรณ์ หรือ แท้งครบ (Complete abortion)”

สาเหตุของการแท้งมีอะไรบ้าง?

แท้งสมบูรณ์

สาเหตุที่ทำให้เกิดการแท้งได้แก่

  1. ความผิดปกติของทารกด้านโครโมรโซม หรือทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงจนไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้
  2. การติดเชื้อในโพรงมดลูก
  3. ความผิดปกติของมดลูกหรือของปากมดลูกเช่น
    • ปากมดลูกปิดไม่สนิท (Cervical incompetent)
    • มีผนังกั้นทำให้เกิดเป็นช่องผิดปกติในโพรงมดลูก (Septate uterus)
    • มดลูกมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ (Bicornuate uterus)
    • มดลูกเติบโตเพียงครึ่งเดียว (Unicornuate uterus)
  4. ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด (ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์คลอด) จึงกระตุ้นให้ร่างกายมีการหลั่งสาร Prostaglandins ออกมา ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้มดลูกบีบตัว จนเป็นสาเหตุการแท้งได้
  5. โรคประจำตัวของมารดาซึ่งจะมีผลต่อทารก ทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกไม่ดีพอ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน

อาการของแท้งสมบูรณ์มีอย่างไรบ้าง?

อาการเริ่มแรกของแท้งสมบูรณ์เหมือนการแท้งทั่วไป คือจะมีเลือดออกทางช่องคลอดขณะที่ตั้งครรภ์ ซึ่งตามปกติไม่ควรจะมีเลือดออก มีอาการปวดหน่วงที่ท้องน้อย ต่อมอาการปวดท้องน้อยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีเลือดออกทางช่องคลอดมากขึ้น และจะมีเศษชิ้นเนื้อลักษณะคล้ายไส้ปลาหลุดออกมาหากอายุครรภ์ยังน้อย หากมีการแท้งในอายุครรภ์ที่มากขึ้นอาจมีการแตกของถุงน้ำก่อน คือมีของเหลว/น้ำคร่ำไหลออกมาจากช่องคลอด แล้วตามมาด้วยตัวทารกและรก หรือเศษเยื่อหุ้มรกหลุดออกมา หลังจากนั้นอาการปวดท้องน้อยจะลดลงอย่างมาก ปริมาณเลือดที่ออกจะลดลงและค่อยๆจางลงไปเรื่อยๆจนไม่มีเลือดออก

สตรีตั้งครรภ์รู้ได้อย่างไรว่าแท้งสมบูรณ์แล้ว?

เมื่อมีการตั้งครรภ์จะรู้ได้ว่าเกิดการแท้งสมบูรณ์ โดยจะสังเกตเห็นว่ามีชิ้นส่วนคล้ายไส้ปลา หลุดออกมาพร้อมกับก้อนเลือด หรือเห็นตัวทารกและรกหลุดออกมา และอาการปวดท้องน้อย (ที่เคยปวดอย่างมาก ก่อนที่จะมีชิ้นส่วนต่างๆหลุดออกมา) ลดลงอย่างมาก รวมทั้งปริมาณเลือดที่ออกมาก (จากช่องคลอด) ก็จะลดลง และค่อยๆจางลงไปเรื่อยๆจนหยุดเลือดออกในที่สุด

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

หากตั้งครรภ์แล้วมีเลือดออกทางช่องคลอดต้องรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทันที แต่หากไปไม่ทัน มีเลือดออกมาก มีอาการปวดท้องและมีเศษชิ้นเนื้อหลุด หรือมีถุงการตั้งครรภ์ (ถุงหุ้มตัวทารก/Gestational sac) หลุดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน จากนั้นอาการปวดท้อง/ปวดท้องน้อยที่เคยปวดอย่างมากก็หายปวด เลือดที่ออกมากๆก็ลดลง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยบอกว่าน่าจะเป็นการแท้งโดยสมบูรณ์ ไม่มีเศษชิ้นส่วนค้างในโพรงมดลูก อย่างไรก็ตามควรไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดเพื่อยืนยันอีกครั้งว่าเป็นการแท้งที่สมบูรณ์หรือไม่ เพราะบางครั้งอาจมีเศษรกค้างอยู่ และเป็นเหตุให้เกิดการเสียเลือดมากก่อนจะแท้งโดยสมบูรณ์

แพทย์วินิจฉัยภาวะแท้งสมบูรณ์ได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยภาวะแท้งสมบูรณ์ได้จาก

ก. ประวัติอาการ: จากประวัติที่สตรีตั้งครรภ์แล้วมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ มีอาการปวดท้องน้อย มีเศษชิ้นเนื้อหลุด หรือมีถุงการตั้งครรภ์หลุดออกมา แล้วอาการปวดท้องน้อยดีขึ้น และปริมาณเลือดที่ออกทางช่องคลอดลดลง

ข. การตรวจร่างกาย: หากไม่มีการเสียเลือดมาก สัญญาณชีพมักปกติ ไม่มีไข้ ไม่มีภาวะซีด ไม่มีอาการปวดท้องน้อย การตรวจภายในพบเลือดปริมาณไม่มากในช่องคลอด รูปากมดลูกปิด ไม่มีเลือดไหลออกจากปากมดลูกอย่างรุนแรง ขนาดของมดลูกมักจะเล็กกว่าอายุครรภ์ เพราะได้แท้งเด็กออกมาแล้ว กดที่หน้าท้องขณะตรวจภายใน ไม่มีการเจ็บที่ตัวมดลูกและที่ปีกมดลูก

ค. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: โดยทั่วไปหากสตรีตั้งครรภ์แล้วมีเลือดออก มีชิ้นส่วนของทารก รก หลุดออกมาแล้ว และตรวจร่างกายพร้อมตรวจภายในพบว่า เป็นการแท้งที่สมบูรณ์แล้ว มักไม่ต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อ ยกเว้นแพทย์ไม่แน่ใจว่าจะมีเศษชิ้นส่วนหลง เหลืออยู่ในโพรงมดลูกหรือไม่ แพทย์จะทำการตรวจอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยอีกครั้ง ส่วนการตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือไม่ มักไม่จำเป็น เพราะระดับฮอร์โมนในเลือดอาจยังคงมีอยู่ จึงทำให้ตรวจปัสสาวะพบว่ายังตั้งครรภ์อยู่ได้

รักษาภาวะแท้งสมบูรณ์อย่างไร?

การรักษาภาวะแท้งสมบูรณ์คือ

ดูแลตนเองหลังแท้งสมบูรณ์อย่างไร?

การดูแลตนเองหลังแท้งสมบูรณ์คือ การแท้งทำให้เกิดการสูญเสียเลือด ถ้าเสียเลือดมากทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย จึงต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องรับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน เพื่อส่งเสริมให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ควรต้องรับประทานยาบำรุง ธาตุเหล็ก/ยาบำรุงเลือดตามแพทย์สั่ง ต้องสังเกตอาการผิดปกติต่างๆหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น มีไข้ น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น เลือดออกทางช่องคลอดมากขึ้น ยังปวดท้องน้อยมาก

โดยทั่วไปหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน (ที่ก่ออาการผิดปกติต่างๆ) เลือดที่ออกทางช่องคลอด และปริมาณเลือดจะค่อยๆลดลง ไม่มีไข้ น้ำคาวปลาไม่มีกลิ่นผิดปกติ แต่ถ้ามีอาการผิตปกติหรือเมื่อกังวลในอาการ ก็ควรรีบกลับมาพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล

หลังแท้งสมบูรณ์นานเท่าไหร่จึงจะตั้งครรภ์ได้อีก?

ไม่มีการศึกษาที่บอกได้แน่นอนว่า หลังการแท้งนานเท่าใดจึงจะตั้งครรภ์ได้ กรณีแท้งสมบูรณ์แล้วมักไม่ต้องมีการขูดมดลูกตามมา เพราะฉะนั้นหากสุขภาพฟื้นตัวเร็ว สามารถวางแผนตั้งครรภ์ได้เลย แต่หากมีการเสียเลือดไปมาก อาจต้องบำรุงร่างกายและมีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เช่น การใช่ถุงยางอนามัยชายสัก 2 - 3 เดือนก่อนที่จะปล่อยให้ตั้งครรภ์

มีวิธีการป้องกันการแท้งหรือไม่?

สตรีตั้งครรภ์ทั่วไปมีโอกาสแท้ง 10 - 15% หลักการป้องกันการแท้งทั่วๆไปที่รวมถึงแท้ง สมบูรณ์ได้แก่

  1. ตั้งครรภ์ในช่วงอายุที่เหมาะสม คือ อายุ 20 - 34 ปี
  2. รับประทานอาหารมีประโยชน์ 5หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน
  3. ฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ
  4. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ (สูบบุหรี่มือสอง)
  5. หลีกเลี่ยงมลพิษต่างๆ
  6. หากมีโรคประจำตัวควรรับการรักษาจนควบคุมโรคได้ดีก่อน หรือปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวางแผนตั้งครรภ์

บรรณานุกรม

1. http://reference.medscape.com/article/266317-overview [2014,Sept20]
2. http://www.aafp.org/afp/2005/1001/p1243.html [2014,Sept20]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน Sertthaphong padungchob19 a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom