Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

ยาแคฟเฟอีน (Caffeine) เป็นสารเคมีที่สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของสมอง อาจจัดเป็นกลุ่มยาที่ใช้บำบัดอาการทางจิตอีกชนิดหนึ่ง สารแคฟเฟอีนมีโครงสร้างทางเคมีใกล้เคียงกับสาร Adenine และ Guanine ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสารพันธุกรรมประเภท DNA และ RNA สารแคฟเฟอีนพบมากในเมล็ดและใบของต้นพืชหลายชนิดบนโลกโดยเฉพาะต้นกาแฟที่ถูกนำมาใช้ในวงการเครื่องดื่มที่ใช้บำบัดอาการง่วงนอน มีเครือข่ายและช่องทางจำหน่ายแทบทุกมุมโลก แคฟเฟอีนไม่ใช่สารเสพติดแต่อย่างใด เพียงแต่ประชากรโลกให้ความนิยมชมชอบกับฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวสดชื่นไม่ง่วงนอน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างกระฉับกระเฉง แต่ต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม การได้รับสารแคฟเฟอีนที่มากเกินไปจะทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ สำหรับผู้ที่บริโภคหรือได้รับสารแคฟเฟอีนทุกวัน หากวันใดไม่ได้บริโภคอาจพบอาการที่เราเรียกกันว่าถอนยาได้เช่น ง่วงนอน ปวดศีรษะ หงุดหงิด เป็นต้น

โดยปกติการบริโภคแคฟเฟอีนของผู้ใหญ่ที่ 400 มิลลิกรัม/วันจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และเป็นประโยชน์กับสุขภาพแต่ไม่เหมาะกับเด็กๆ สำหรับกลุ่มวัยรุ่นไม่ควรบริโภคแคฟเฟอีนเกิน 100 มิลลิกรัม/วัน

การแพทย์พบว่าการได้รับแคฟเฟอีนร่วมกับยาบางประเภทเช่น Ciprofloxacin และ Norfloxacin จะเพิ่มการทำลายสารแคฟเฟอีนที่บริโภคเข้าไป หรือการรับประทานยา Theophylline ร่วมกับแคฟเฟอีนจะทำให้ความเข้มข้นของยาTheophylline ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งล้วนแล้วส่งผลต่อร่างกายทั้งสิ้น

ในทางคลินิกแคฟเฟอีนถูกนำมารักษาอาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้อย่าง เช่น

ในปี ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) องค์การอนามัยโลกได้ระบุให้แคฟเฟอีน ซิเตรท (Caffeine citrate) เป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานที่สถานพยาบาลต่างๆควรมีสำรองไว้ใช้ในคราวจำเป็น ประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยาได้ระบุให้สูตรตำรับของยา Ergotamine tartrate ที่ผสมร่วมกับสาร/ยา Caffeine อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้บำบัดรักษาอาการปวดศีรษะประเภทไมเกรนอีกด้วย

รูปแบบของยาแผนปัจจุบันของยาแคฟเฟอีนที่พอจะพบเห็นได้จะเป็นยาแคฟเฟอีนเม็ดชนิดรับประทานและชนิดยาฉีด (Caffeine citrate injection) ซึ่งแต่ละชนิดของรูปแบบยามีความเหมาะ สมต่อกลุ่มผู้ป่วยที่แตกต่างกันออกไป

แคฟเฟอีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

แคฟเฟอีน

ยาแคฟเฟอีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

แคฟเฟอีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาแคฟเฟอีนเป็นสารประเภท Methylxanthine ซึ่งจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่มีชื่อว่า Phosphodiesterase (เอนไซม์มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสารเคมีต่างๆในสมอง) และออกฤทธิ์ที่บริเวณตัวรับ (Receptor) ในสมองที่มีชื่อว่า Central adrenosine receptors เป็นผลให้เกิดการกระตุ้นสมองและกระตุ้นการหายใจของร่างกายมนุษย์ และเป็นที่มาของสรรพคุณทางยา

แคฟเฟอีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาแคฟเฟอีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้เช่น

  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 200 มิลลิกรัม/เม็ด
  • ยาเม็ดที่ผสมร่วมกับตัวยาอื่นเช่น Ergotamine tartrate 1 มิลลิกรัม + แคฟเฟอีน 100 มิลลิกรัม/เม็ด
  • ยาฉีดแคฟเฟอีน ซิเตรท ขนาด 10 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และ 20 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร

แคฟเฟอีนมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

การใช้ยาและขนาดยาแคฟเฟอีนต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา ในที่นี้ขอยกเป็นเพียงตัวอย่างดังนี้เช่น

ก. สำหรับบำบัดอาการง่วงนอน:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป: รับประทานครั้งละ 100 - 200 มิลลิกรัมทุกๆ 3 - 4 ชั่วโมง โดยใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี: ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดในการใช้ยานี้ในเด็กวัยนี้ การใช้ยานี้ในเด็กวัยนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีไปๆ

ข. สำหรับบำบัดรักษาอาการหยุดหายใจในเด็กทารก:

*อนึ่ง:

  • ยาแคฟเฟอีนชนิดรับประทานสามารถรับประทานก่อนหรือพร้อมอาหารก็ได้
  • ยาแคฟเฟอีน ซิเตรทที่ใช้รักษาการหยุดหายใจของทารกจะต้องใช้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะกับทารกที่มีอาการชักหรือป่วยด้วยโรคหัวใจ
  • ระยะเวลาการใช้ยาแคฟเฟอีน ซิเตรทเพื่อบำบัดอาการหยุดหายใจของทารกนั้นอยู่ในช่วง 10 - 12 วัน ซึ่งทางคลินิกยังมิได้มีการศึกษาและประเมินความปลอดภัยต่อทารกหากมีการใช้ยานานกว่านี้

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาแคฟเฟอีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาแคฟเฟอีนสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

แคฟเฟอีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาแคฟเฟอีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ในกลุ่มผู้ ป่วยได้แตกต่างกันอาทิ ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบในสูตรตำรับของยาแคฟเฟอีน เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี รวมถึงผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆเช่น โรควิตกกังวล ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิต สูง โรคตับ โรคแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงสตรีตั้งครรภ์และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร ซึ่งมีการตอบสนองและสามารถได้รับผลข้างเคียงของยาแคฟเฟอีนที่แตกต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตามอาจกล่าวถึงอาการข้างเคียงของยาแคฟเฟอีนในภาพรวมได้ดังนี้เช่น ทำให้นอนไม่หลับหรือหลับยาก กระสับกระส่าย วิตกกังวล มีอาการหงุดหงิด คลื่นไส้ ปวดศีรษะ

บางกรณีอาจพบอาการข้างเคียงหลังใช้ยาแคฟเฟอีนที่มีระดับความรุนแรงมากขึ้นเช่น อึดอัด/ หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ริมฝีปาก-ใบหน้า-ลิ้นมีอาการบวม เกิดผื่นคัน ท้องเสีย อาเจียน หัวใจ เต้นเร็วผิดจังหวะ ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น เจ็บหน้าอก

อนึ่ง อาการข้างเคียงเหล่านี้อาจจะเกิดมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการตอบสนองของกลุ่มผู้ป่วยดังที่ได้กล่าวแล้ว หรืออาจไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงแต่อย่างใดเลยก็เป็นไปได้

*สำหรับอาการผู้ที่ได้รับยาแคฟเฟอีนเกินขนาด: อาจพบเห็นอาการสั่นของร่างกาย วิตกกังวล รู้สึกสับสน ปัสสาวะบ่อย หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเต้นเร็วมาก มีเสียงในหู เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก ปวดท้อง นอนไม่หลับ จนถึงขั้นเกิดอาการลมชักได้

อนึ่ง เมื่อเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงหรือมีอาการจากการรับประทานยาแคฟเฟอีนเกินขนาด ควรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้แคฟเฟอีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาแคฟเฟอีนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้หรือแพ้ส่วนประกอบของสูตรตำรับยาแคฟเฟอีน
  • ห้ามใช้ยาแคฟเฟอีนกระตุ้นให้ตื่นตัวทดแทนการนอนหลับโดยไม่จำเป็น
  • ห้ามใช้ยาแคฟเฟอีนชนิดรับประทานกับสตรีตั้งครรภ์เพราะส่งผลต่อทารกในครรภ์มารดาได้ โดยยาแคฟเฟอีนสามารถผ่านรกและเข้าสู่ทารก และอาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเกิดภาวะอัมพาตของทารกจากยาแคฟเฟอีนส่งผลให้เกิดเกลือโพแทสเซียมในร่างกายทารกต่ำ
  • ห้ามรับประทานยาแคฟเฟอีนเกินขนาดด้วยจะกระตุ้นให้เกิดอาการข้างเคียงได้อย่างมากมายดังได้กล่าวในบทความนี้หัวข้อ ผลไม่พึงประสงค์
  • ห้ามใช้ยาที่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • การใช้ยาแคฟเฟอีน ซิเตรทในทารกที่มีอาการป่วยอื่นๆร่วมด้วยเช่น มีโรคปอด ภาวะโลหิตจาง ติดเชื้อในกระแสเลือด/ภาวะพิษเหตุติดเขื้อ มีความผิดปกติด้านการทำงานของหัวใจ ต้องให้กุมารแพทย์ประเมินความเสี่ยง, ประโยชน์และความปลอดภัยของทารกที่จะได้รับก่อนการใช้ยานี้เสมอว่าเหมาะสมหรือไม่เพียงใด
  • ไม่ควรใช้ยาแคฟเฟอีน ซิเตรทกับทารกนานเกิน 10 - 12 วัน และระหว่างการใช้ยาจะต้องควบคุมมิให้ระดับยาแคฟเฟอีนในกระแสเลือดของทารกเกินมาตรฐานที่ก่อให้เกิดพิษกับร่างกายทารก
  • การใช้ยาแคฟเฟอีน ซิเตรทกับทารกที่มีอาการผิดปกติของอวัยวะตับ-ไต แพทย์จะปรับขนาดการใช้ยานี้ให้เหมาะสมกับร่างกายของทารกเป็นกรณีๆไป
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแคฟเฟอีนชนิดรับประทานกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแคฟเฟอีนกับมารดาที่เลี้ยงบุตรด้วยน้ำนมของตนเองด้วยยาแคฟเฟอีนสามารถซึมผ่านออกมากับน้ำนมมารดาได้
  • การใช้ยาแคฟเฟอีนกับผู้ป่วยเบาหวานควรต้องคอยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดให้เป็นปกติอยู่เสมอ
  • หากพบอาการแพ้ยาแคฟเฟอีนเช่น หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ใบหน้า-ริมฝีปาก-ลิ้น-คอบวม มีลมพิษ-ผื่นคันขึ้นเต็มตัว ต้องหยุดใช้ยานี้แล้วรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาแคฟเฟอีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

แคฟเฟอีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาแคฟเฟอีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแคฟเฟอีนร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิดเช่น ยา Tizanidine ด้วยจะ ทำให้ระดับยา Tizanidine ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นมีผลให้ความดันโลหิตของผู้ป่วยต่ำลง กรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • การใช้ยาแคฟเฟอีนร่วมกับยา Adenosine อาจทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยา Adenosine ด้อยลงไป กรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดการใช้ให้เหมาะสมเป็นกรณีไป
  • การใช้ยาแคฟเฟอีนร่วมกับยา Lithium อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับอาการข้างเคียงจากยาแคฟเฟอีนมากยิ่งขึ้น หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • การใช้ยาแคฟเฟอีนร่วมกับยา Methotrexate ที่ใช้บำบัดรักษาอาการโรคข้อรูมาตอยด์อาจทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยา Methotrexate ด้อยลงไป หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน

ควรเก็บรักษาแคฟเฟอีนอย่างไร?

ควรเก็บยาแคฟเฟอีนภายใต้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

แคฟเฟอีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาแคฟเฟอีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Cafcit (แคฟซิท) WEST-WARD
PEP (เปป) Galpharm International Ltd
Avamigran (แอวาไมเกรน) A.Menarini
Degran (ดีแกรน) Daiichi Sankyo
Hofergot (โฮเฟอร์กอต) Pharmahof
Polygot (โพลีกอต) Central Poly Trading
Vivarin (ไววาริน) Glaxo

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Caffeine#Medical [2015,Nov14]
  2. http://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/nutrition-and-healthy-eating/in-depth/caffeine/art-20045678?pg=2 [2015,Nov14]
  3. http://www.drugs.com/dosage/caffeine.html#Usual_Adult_Dose_for_Drowsiness [2015,Nov14]
  4. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/76#item-8532 [2015,Nov14]
  5. http://www.mims.com/Thailand/drug/search?q=caffeine [2015,Nov14]
  6. http://www.mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=Caffeine [2015,Nov14]
  7. https://www.medicines.org.uk/emc/medicine/28346 [2015,Nov14]
  8. http://www.drugs.com/pro/caffeine-citrate.html [2015,Nov14]
  9. http://www.drugs.com/pregnancy/caffeine.html [2015,Nov14]
  10. http://www.drugs.com/drug-interactions/caffeine-index.html?filter=3&generic_only= [2015,Nov14]
  11. http://www.mhra.gov.uk/home/groups/spcpil/documents/spcpil/con1428386954464.pdf [2015,Nov14]
  12. http://www.drugs.com/uk/caffeine-citrate-10mg-ml-solution-for-injection-leaflet.html [2015,Nov14]
  13. http://www.drugs.com/imprints/v-v-18157.html [2015,Nov14]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Sittisak Fuse13 Dragon111
Frame Bottom