Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ซึมเศร้า 

บทนำ

ยาเอสซิตาโลแพรม (Escitalopram) เป็นยาที่อยู่ในกลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitors (SSRI) ถูกนำมาใช้รักษาอาการของโรคซึมเศร้าหรือเป็นยาช่วยคลายความวิตกกังวล ยานี้เหมาะที่จะใช้กับผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป ถูกใช้แพร่หลายทั้งในยุโรปและแถบออสเตรเลีย

รูปแบบของยาแผนปัจจุบันของยานี้จะเป็นยารับประทาน มีการดูดซึมจากระบบทางเดินอาหาร และกระจายตัวผ่านจากทางเดินอาหารได้ประมาณ 80% เมื่อยาเข้าสู่กระแสเลือดจะเกิดการรวมตัวกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 56% ตับจะคอยทำหน้าที่เปลี่ยนโครงสร้างของตัวยาในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 27 - 32 ชั่วโมงในการกำจัดยา 50% ออกจากกระแสเลือด ยานี้อาจผ่านเข้าสู่น้ำนมมารดาได้จึงไม่แนะนำให้ใช้กับสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร หรือกรณีใช้ยากับสตรีตั้งครรภ์ตัวยาสามารถส่งผลต่อการทำงานของหัวใจทารกในครรภ์ได้ แพทย์จึงไม่ใช้ยาเอสซิตาโลแพรมกับผู้ป่วยกลุ่มนี้

กลไกการออกฤทธิ์ของยานี้จะเกิดขึ้นภายในสมอง ทำให้มีการปรับสมดุลของสารสื่อประสาท ในสมองเสียใหม่ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น

ก่อนการใช้ยานี้แพทย์จะใช้ข้อมูลบางประการมาประกอบในการตัดสินใจสั่งจ่ายยานี้เช่น

นอกจากนั้นหลังการสั่งจ่ายยานี้ แพทย์มักจะสำทับข้อมูลบางประการระหว่างการใช้ยาดังนี้

  • ห้ามดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดระหว่างการใช้ยานี้ด้วยจะเพิ่มอาการวิงเวียนศีรษะเป็นอย่างมาก
  • การใช้ยานี้อาจต้องใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ขึ้นไปจึงจะเห็นประสิทธิผลของการรักษา
  • รับประทานยานี้ตรงเวลาและไม่ควรปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
  • ยานี้อาจทำให้น้ำหนักตัวเปลี่ยนไปอาจต้องดูแลเรื่องน้ำหนักควบคู่ไปด้วยกัน
  • กรณีแพ้ยานี้เช่น มีผื่นขึ้นเต็มตัว หายใจไม่ออก/อึดอัด/หายใจลำบาก หรือตัวบวม ให้หยุดการใช้ยานี้แล้วรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

เอสซิตาโลแพรมมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

เอสซิตาโลแพรม

ยาเอสซิตาโลแพรมมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อรักษาอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล

เอสซิตาโลแพรมมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาเอสซิตาโลแพรมคือ ตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับของสารสื่อประสาทซีโรโทนิน (Serotonin) ในสมอง ส่งผลให้มีการปรับสมดุลของสารสื่อประสาทนั้นและก่อให้เกิดฤทธิ์บรรเทาอาการซึมเศร้าตามสรรพคุณ

เอสซิตาโลแพรมมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเอสซิตาโลแพรมมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 10 และ 20 มิลลิกรัม/เม็ด

เอสซิตาโลแพรมมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาเอสซิตาโลแพรมมีขนาดรับประทานเช่น

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 10 มิลลิกรัมวันละครั้ง แพทย์อาจปรับขนาดรับประทานที่สัปดาห์ที่ 2 หลังการใช้ยาเป็น 20 มิลลิกรัมวันละครั้งโดยประเมินจากการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย
  • เด็กที่มีอายุ 12 - 17 ปี: รับประทาน 10 มิลลิกรัมวันละครั้ง หากต้องปรับขนาดรับประทานเพิ่มแพทย์มักพิจารณาปรับที่สัปดาห์ที่ 4 โดยอาจปรับขนาดเป็น 20 มิลลิกรัมวันละครั้ง
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี: ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดถึงประสิทธิผลและผลข้างเคียงของยานี้ในเด็กกลุ่มวัยนี้ การใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มวัยนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีไป

ทั้งนี้สำหรับอาการซึมเศร้ามักเห็นผลการรักษาภายใน 2 - 4 สัปดาห์ และสำหรับอาการวิตกกังวลมักเห็นผลการรักษาภายใน 3 เดือน

*อนึ่ง สามารถรับประทานยานี้ก่อนหรือพร้อมอาหารก็ได้

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาเอสซิตาโลแพรม ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาเอสซิตาโลแพรมสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษา ควรรับประทานยาเอสซิตาโลแพรมให้ตรงเวลา

เอสซิตาโลแพรมมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาเอสซิตาโลแพรมสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น

ก.อาการข้างเคียงที่พบบ่อย: เช่น ท้องผูกหรือท้องเสีย ปากแห้ง ท้องอืด แสบร้อนกลางอก อวัยวะเพศ (ชาย) ไม่แข็งตัว/นกเขาไม่ขัน นอนไม่หลับ

ข. อาการข้างเคียงที่พบได้แต่น้อย: เช่น มีผื่นคัน หนาวสั่น ไอ เบื่ออาหาร เหงื่อออกมาก มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดคอ-ไหล่-เส้นเอ็น น้ำมูกคั่ง/น้ำมูกมาก นอนกรน หายใจติดขัด/หายใจลำบาก ฝันร้าย ง่วงนอน และอ่อนเพลีย เป็นต้น

มีข้อควรระวังการใช้เอสซิตาโลแพรมอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาเอสซิตาโลแพรมเช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาเอสซิตาโลแพรมด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

เอสซิตาโลแพรมมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาเอสซิตาโลแพรมมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาเอสซิตาโลแพรมอย่างไร?

ควรเก็บยาเอสซิตาโลแพรมภายใต้อุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ควรเก็บรักษาเด็กซ์แพนทีนอลอย่างไร?

ควรเก็บยาเด็กซ์แพนทีนอลในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

เอสซิตาโลแพรมมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเอสซิตาโลแพรมที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Esidep (อีซีเดพ) Ranbaxy
Lexapro (ลีซาโพร) Lundbeck

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Escitalopram [2015,Oct17]
  2. http://www.drugs.com/dosage/escitalopram.html [2015,Oct17]
  3. https://www.mims.com/thailand/drug/info/Lexapro/?type=full#Indications [2015,Oct17]
  4. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Esidep/?type=brief [2015,Oct17]
  5. http://www.drugs.com/drug-interactions/escitalopram-index.html?filter=3&generic_only= [2015,Oct17]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom