Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ดวงตา  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ภูมิแพ้ของตา 

บทนำ

ยาเลโวคาบาสทีน (Levocabastine) เป็นยาต้านสารฮีสตามีน (Histamine) ในกลุ่ม เอช1 รีเซพเตอร์ แอนตาโกนิสต์ (H1 receptor antagonists/Histamine 1 receptor antagonist) ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) และนำมาใช้เป็นยารักษาอาการแพ้เช่น เยื่อตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis) รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยานี้ที่พบเห็นคือเป็นยาพ่นจมูกและยาหยอดตาชนิดแขวนตะกอน ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวถึงรูปแบบของยาหยอดตาเท่านั้น

ตัวยาเลโวคาบาสทีนมีกลไกการออกฤทธิ์โดยป้องกันอาการแพ้ของตาจากสารฮีสตามีน และการใช้ยานี้จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้ตรวจรักษา

ก่อนการสั่งจ่ายยาหยอดตาเลโวคาบาสทีน แพทย์จะพิจารณาเงื่อนไขต่างๆมาประกอบกันดังนี้ เช่น

  • ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาเลโวคาบาสทีนหรือแพ้ยาอื่นๆมาก่อนหรือไม่
  • หากเป็นผู้ป่วยเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีลงมาไม่สมควรที่จะใช้ยานี้ด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมาสนับสนุนความปลอดภัยของการใช้ยากับผู้ป่วยกลุ่มนี้
  • ต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมากหากจะใช้ยาหยอดตาชนิดนี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร รวมถึงผู้สูงอายุ ด้วยยังไม่มีการศึกษาความปลอดภัยทางคลินิกอย่างเพียงพอ
  • มีการใช้ยาหยอดตาชนิดใดอยู่ก่อนหรือไม่ ด้วยยาบางประเภทอาจรบกวนการออกฤทธิ์ซึ่งกันและกันได้เช่น หากผู้ป่วยได้รับยาหยอดตากับยาขี้ผึ้งป้ายตาในเวลาเดียวกัน ให้ใช้ยาหยอดตาก่อนและทิ้งเวลาประมาณ 5 - 10 นาทีแล้วจึงใช้ยาขี้ผึ้งป้ายตา

นอกจากนั้นการใช้ยาหยอดตาเลโวคาบาสทีนยังต้องคำนึงถึงสุขอนามัยหรือการปฏิบัติตัวก่อนใช้เสมออย่างเช่น ต้องล้างทำความสะอาดมือทุกครั้งก่อนใช้ยา และไม่ควรให้ปลายหลอดหยดยาสัมผัสกับตา เปลือกตา/หนังตา นิ้วมือ หรือสัมผัสฝุ่นผง ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนต่างๆซึ่งจะทำให้เกิดสิ่งผิดปกติและมีอาการติดเชื้อติดตามมา

กรณีมีผู้ป่วยใส่คอนแทคเลนส์ควรต้องถอดเก็บให้เรียบร้อยแล้วจึงใช้ยาหยอดตา ควรรอให้ยาออกฤทธิ์ประมาณ 15 นาทีเป็นอย่างต่ำจึงใส่คอนแทคเลนส์ได้ใหม่

ห้ามใช้ยาหยอดตาเลโวคาบาสทีนแบบผิดวัตถุประสงค์เช่น นำไปหยอดจมูกหรือรับประทาน

ก่อนหยอดตาด้วยยาหยอดตาทุกชนิดรวมยาเลโวคาบาสทีน ต้องเรียนรู้เทคนิคการใช้ยาหยอดตาอย่างถูกต้องจากแพทย์/พยาบาล/เภสัชกรเช่น ดึงเปลือกตาล่างอย่างพอเหมาะแล้วค่อยทำการหยอดยา หลับตาโดยไม่ต้องกระพริบตาเป็นเวลาประมาณ 1 - 2 นาทีเพื่อช่วยให้ยากระจายไปทั่วลูกตา

หลังใช้ยาหยอดตาต้องเก็บโดยปิดปากขวดให้สนิทและเก็บอย่างเหมาะสม โดยปกติยาหยอดตาที่เปิดใช้แล้วสามารถใช้ต่อเนื่องได้โดยไม่เกิน 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงของประสิทธิภาพการรักษา เพราะการสัมผัสกับอากาศทุกครั้งที่เปิดใช้ยาอาจทำให้ยาเสื่อมคุณภาพลง รวมถึงลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสิ่งสกปรกต่างๆ

การใช้ยาเลโวคาบาสทีนเพื่อรักษาอาการแพ้ อาจจะเห็นผลอย่างชัดเจนเมื่อผู้ป่วยใช้ยาไปแล้วเป็นเวลาประมาณ 2 - 3 วัน

สามารถใช้ยาเลโวคาบาสทีนหยอดตาได้อย่างต่อเนื่องและหยุดใช้ยาตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

เลโวคาบาสทีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

เลโวคาบาสทีน

ยาเลโวคาบาสทีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อบำบัดรักษาอาการแพ้ของตา (เยื่อตาอักเสบจากภูมิแพ้) เช่น ตาเกิดอาการคัน ระคายเคือง มีอาการบวม แดง และน้ำตาออกมาก

เลโวคาบาสทีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาเลโวคาบาสทีนมีกลไกการออกฤทธิ์โดย ตัวยาจะยับยั้งการทำงานของสารฮีสตามีน(Histamine) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ตาเกิดอาการแพ้ (เยื่อตาอักเสบจากภูมิแพ้) จากกลไกนี้จะช่วยให้อาการแพ้ต่างๆเช่น การระคายเคืองตา อาการคันของตาทุเลาและดีขึ้นเป็นลำดับ

เลโวคาบาสทีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ในประเทศไทยยาเลโวคาบาสทีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาหยอดตาขนาดความเข้มข้น 0.05%

เลโวคาบาสทีนมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาเลโวคาบาสทีนมีขนาดการบริหารยา/ใช้ยาเช่น

*อนึ่ง

  • อาการแพ้จะค่อยๆดีขึ้นหลังจากเริ่มใช้ยานี้ กรณีที่ใช้ยานี 3 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือกลับแย่ลง ให้รีบพาผู้ป่วยกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อแพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาเลโวคาบาสทีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมใช้ยาควรทำอย่างไร?

หากลืมหยอดยาเลโวคาบาสทีนให้หยอดยาทันทีที่นึกขึ้นได้ หากเวลาใกล้เคียงกับการหยอดยาในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดที่ใช้หยอดยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิภาพของการรักษาควรหยอดยาเลโวคาบาสทีนตรงตามเวลา

เลโวคาบาสทีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ที่อาจพบได้จากการใช้ยาเลโวคาบาสทีน เช่น ปวดตา แสบคัน เยื่อตามีสีแดง การมองภาพในขณะหยอดยาไม่ชัดเจน

หากเกิดอาการข้างเคียงแบบรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีผื่นคันตาผิวหนัง อึดอัดหายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ปาก-ตา-ใบหน้าพบอาการบวม หากพบอาการเหล่านี้หลังใช้ยานี้ต้องหยุดใช้ยานี้แล้วรีบนำตัวผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็วทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้เลโวคาบาสทีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาเลโวคาบาสทีนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามรับประทานยานี้หรือนำไปหยอดหู
  • ห้ามปรับขนาดการใช้ยาด้วยตนเอง
  • ห้ามใช้ยาที่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • ห้ามหยอดยานี้ขณะใส่คอนแทคเลนส์
  • หลังเปิดใช้ยานี้แล้วห้ามใช้ยานี้นานเกิน 1 เดือน
  • ห้ามล้างปลายหลอด/ขวดที่ใช้หยอดยานี้ด้วยจะเกิดการปนเปื้อนจากน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะและ/หรือการทำงานกับเครื่องจักรขณะที่มีการหยอดยานี้ เพราะการมองภาพในขณะหยอดยาจะไม่ชัดเจนจึงอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • ขณะหยอดยานี้ห้ามมิให้ปลายหลอดหยดยาสัมผัสตา เปลือกตา/หนังตา หรือนิ้วมือ
  • ยาเลโวคาบาสทีนเป็นยาแก้แพ้ไม่สามารถนำไปบำบัดการติดเชื้อของตา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้ยานี้ของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาเลโวคาบาสทีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

เลโวคาบาสทีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยังไม่มีรายงานการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาหยอดตาเลโวคาบาสทีนกับยาชนิดรับประทานใดๆ

ควรเก็บรักษาเลโวคาบาสทีนอย่างไร?

ควรเก็บยาเลโวคาบาสทีนในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

อนึ่งหากเปิดใช้ยาเลโวคาบาสทีนแล้วไม่ควรใช้ยาเกิน 30 วัน

เลโวคาบาสทีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเลโวคาบาสทีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Livostin (ลิโวสติน)Janssen

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Levocabastine [2016,March12]
  2. http://www.drugs.com/cons/levocabastine-ophthalmic.html [2016,March12]
  3. http://www.medicinenet.com/levocabastine-ophthalmic/page3.html [2016,March12]
  4. http://www.meppo.com/pdf/drugs/1027-LIVOSTIN-EYE-DROPS-1329751217.pdf [2016,March12]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน OOOkdOOO
Frame Bottom