Frame Top
User

เรื่องเฉพาะสตรี...วัยสาว ตอนที่ 5 และตอนจบ

โดย รศ.ดร.นพ.บัณฑิต ชุมวรฐายี
30 มกราคม 2013

ตกขาวลักษณะใดที่ไม่ปกติ?

ตกขาวที่สตรีในวัยสาวถึงวัยเจริญพันธุ์มี ไม่ว่ามากหรือน้อย ควรถือว่าเป็นปกติไว้ก่อน ถ้าหากไม่มีกลิ่น อาการคัน หรือสีสันผิดปกติดูคล้ายหนอง เช่น สีออกเขียว ออกเหลืองหรือมีเลือดปน (ดำๆแดงๆ) เพราะในครึ่งแรกของรอบเดือน (ก่อนไข่ตก) นั้น ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ดังที่ได้กล่าวถึงมาแล้ว จะทำให้มูกปากมดลูกมีปริมาณมาก ใส และเหนียว (ยืดได้ยาว) มากขึ้นเรื่อยๆ จนเหนียวและใสมากที่สุดในวันไข่ตก ซึ่งแพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ที่มีบุตรยากก็ได้นำหลักการนี้มาเป็นเกณฑ์ข้อหนึ่ง ในการพิจารณาดูว่าวันใดเป็นวันไข่ตก หลังจากไข่ตกไปแล้ว มูกจะมีลักษณะข้นขาวมากขึ้นเรื่อยๆจากอิทธิพลของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ดูคล้ายแป้งเปียก จนกระทั่ง 14 วันหลังจากนั้นก็จะถึงวันที่เริ่มมีประจำเดือนออกมาไงครับ

สาเหตุที่พบบ่อยของอาการตกขาวผิดปกติมีอยู่ 3-4 อย่าง ก็คือ

  1. การติดเชื้อราในช่องคลอด มักจะมีอาการคันเป็นอาการเด่น ลักษณะของตกขาวจะเป็นหย่อมคราบสีขาวข้น คล้ายคราบน้ำนมในปากเด็กอ่อน การรักษาอาจใช้ยารับประทานจำพวก คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ขนาด 200 มิลลิกรัม ครั้งละ 2 เม็ดก่อนนอน 5 คืน หรือยาเหน็บจำพวก โคลไตรเมโซล (Clotrimazole) ขนาด 100 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ดก่อนนอน 6 คืน ก็ได้ผลดี หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ขนาดและวิธีใช้ให้ปรึกษาเภสัชกรจนเข้าใจดีเสียก่อนนะครับ ยาทาไม่ค่อยได้ผลเพราะบริเวณที่มีการติดเชื้อนั้นอยู่ภายในช่องคลอด แต่ถ้าหากลักษณะตกขาวเป็นปกติดี มีอาการคันและรอยแดงอยู่ที่ปากช่องคลอดหรือขาหนีบ แสดงว่าเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกอักเสบติดเชื้อรา อย่างนี้ยาทาจะได้ผลดีครับ ทาสัก 7 วันจึงจะเพียงพอนะครับ
  2. การติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (การติดเชื้อทริโคโมแนส) อย่าเพิ่งตกใจไปครับว่าจะเห็นหนอนพยาธิตัวยาวๆ เลื้อยออกมาจากช่องคลอดหากเป็นโรคนี้ เชื้อพยาธิที่ว่านี้เป็นเชื้อโปรโตซัว/Protozoa (สัตว์เซลล์เดียวตัวเล็กมาก) มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหรอกครับ ต้องเอาตกขาวไปป้ายลงบนแผ่นแก้วแล้วส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จึงจะเห็น จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนึ่ง หากจะรักษาให้หายขาดจึงต้องรักษาฝ่ายชายด้วยถึงแม้จะไม่มีอาการอะไร แล้วก็อย่าลืมห้ามไม่ให้ไปซุกซนเอาเชื้อมาให้อีกล่ะ ลักษณะตกขาวจะมีสีเขียวเป็นฟอง อาการคันมีได้ แต่ไม่เด่นอย่างเชื้อรา การรักษาต้องรับประทานยาจำพวก เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) ขนาด 200 มิลลิกรัม ครั้งละ 2 เม็ด (รวมเป็น 400 มิลลิกรัม) วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารทันที (เช้าครั้ง เย็นครั้ง) 7 วัน หรือใช้ยาเหน็บช่องคลอดสัก 7 วันก็ได้ครับ (มักจะเป็นยาผสมกันหลายชนิด) ส่วนฝ่ายชายคงรับประทานได้อย่างเดียวเท่านั้น และระหว่างการรักษาห้ามรับประทานสุราโดยเด็ดขาดนะครับ อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนักจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งนี้ การซื้อยารับประทานเอง ควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยา จนเข้าใจวิธีกินยา และผลข้างเคียงของยาก่อนเสมอนะครับ
  3. เชื้อโรคที่ไม่ใช้ออกซิเจนในช่องคลอดมีมากเกินไป (แต่ไม่ใช่การติดเชื้อ) อ้าว! เขียนอย่างนี้ก็แปลว่าในช่องคลอดมีเชื้อโรคอยู่เป็นปกติอยู่แล้วสิ ถูกต้องครับ ตามปกติในช่องคลอดนั้นมีเชื้อจุลินทรีย์ เช่น เชื้อแบคทีเรียเจ้าถิ่นที่เป็นมิตรกับร่างกายชื่อ แลคโตบาซิลลัส/Lactobacillus (คุ้นๆไหมครับ) อยู่ในสัดส่วนที่มากกว่าเชื้ออื่นๆ เจ้าจุลินทรีย์ตัวนี้ใช้ออกซิเจนและไกลโคเจน (สารอาหารจำพวกแป้ง) ที่ผนังช่องคลอดผลิตกรดแลคติก (Lactic acid) ออกมา ทำให้ช่องคลอดมีค่าพีเอช (pH, ค่าความเป็นกรดด่าง) เป็นกรดอยู่เสมอ (ถ้าช่องคลอดไม่เป็นกรดถือว่าผิดปกติและจะติดเชื้อโรคได้ง่าย) หากเชื้อนี้ไม่มี หรือลดจำนวนลง นั่นก็หมายความว่ากลับมีเชื้ออื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นเชื้อโรคที่ไม่ใช้ออกซิเจนเด่นขึ้นมาแทน ช่องคลอดก็จะมีค่าพีเอชค่อนไปทางเป็นกลาง เชื้อพวกนี้จะทำให้เกิดอาการตกขาวที่ผิดปกติไม่มาก คือขาวหรือเทาเนียน ไม่ข้น คันเพียงเล็กน้อยหรือไม่คันเลยก็ได้ แต่ที่สำคัญคือมีกลิ่นคล้ายคาวปลา (นึกถึงกลิ่นตามสะพานปลาแถวชายทะเลดูนะครับ) และจะมีกลิ่นรุนแรงมากหากฝ่ายชายหลั่งน้ำอสุจิภายในช่องคลอด (บางคู่มาด้วยอาการนี้เลย) การรักษานิยมใช้วิธีการรับประทานยาจำพวก เมโทรนิดาโซล ในขนาดต่ำๆ คือขนาดเม็ดละ 200 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด 3 เวลาหลังอาหาร เพื่อปรับลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ใช้ออกซิเจนลง เชื้อแลคโตบาซิลลัสจะได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นจนเป็นปกติ
  4. เป็นมะเร็งปากมดลูก มักจะมีตกขาวในปริมาณมากกว่าปกติ คล้ายหนอง บางครั้งมีเลือดปน หลังมีเพศสัมพันธ์มักจะมีเลือดปนออกมากับตกขาวด้วย (ถ้าเป็นความผิดปกติที่ปากมดลูกในระยะก่อนมะเร็งมักไม่มีอาการ) การป้องกันโรคนี้ได้ผลดีและมีทำกันแพร่หลายอยู่แล้ว ก็คือการตรวจหาความผิดปกติที่ปากมดลูกให้เจอเสียตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง และก็มีโอกาสที่จะเจอได้เป็นระยะเวลายาวนานทีเดียว เพราะว่าในปัจจุบันนี้ทราบสาเหตุของมะเร็งชนิดนี้แน่นอนแล้วว่า เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหูดหงอนไก่ (เอชพีวี/ HPV, Human papilloma virus) ซึ่งได้รับมาจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่กว่าที่การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะก่อให้เกิดความผิดปกติรุนแรงจนถึงขั้นเป็นมะเร็งนั้น ใช้เวลาตั้ง 10-20 ปี (ถ้าผู้ได้รับเชื้อมีภูมิต้านทานปกติ) ดังนั้นถ้าสตรีทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หรืออายุมากกว่า 35 ปี หากไปรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพียงปีละครั้ง อาจเป็นวิธีแพปสเมียร์ (Pap smear) หรือวิธีป้ายปากมดลูกด้วยน้ำส้มสายชูแล้วดูด้วยตาเปล่าก็ได้/VEA/Visualized examination with acetic acid (วิธีนี้มีทำอยู่ในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน เช่น ร้อยเอ็ด หนองคาย ยโสธร อำนาจเจริญ) ก็คงไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วล่ะครับ เพราะถ้าเจอเสียตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งนั้น รักษาให้หายขาดได้เกือบร้อยละร้อยทีเดียว ด้วยวิธีการรักษาแบบต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น การจี้ด้วยความเย็น การตัดออกด้วยห่วงไฟฟ้า การตัดออกด้วยใบมีด การจี้ด้วยไฟฟ้า การจี้หรือตัดออกด้วยแสงเลเซอร์ เป็นต้น แต่ถ้าหากเป็นมะเร็งเสียแล้ว การรักษาในระยะที่ 1 แม้จะยังได้ผลดีอยู่ ไม่ว่าการผ่าตัดหรือฉายรังสีรักษา ก็มีผลข้างเคียงไม่ใช่น้อย และหากเป็นระยะที่ 2-3-4 แล้วละก็ ผลการรักษาก็แย่มากขึ้นโดยลำดับ

สรุปเรื่องเฉพาะสตรีวัยสาว

การมีประจำเดือนเป็นอีกก้าวหนึ่งของชีวิตลูกผู้หญิง เป็นความมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของธรรมชาติที่เป็นไปเพื่อการเตรียมพร้อมที่จะให้กำเนิดแก่ชีวิตใหม่ สาวน้อยในวัยนี้ไม่ควรถือว่าการมีประจำเดือนเป็นตัวถ่วงเราจากกิจกรรมต่างๆ โดยสามารถทำทุกอย่างได้ตามปกติ หากจำเป็น (เช่น การต้องไปว่ายน้ำในช่วงนั้น) เราก็สามารถเลื่อนการมีประจำเดือนครั้งนั้นออกไปได้บ้าง (ศึกษาเรื่องการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน) และเราควรได้รู้รูปแบบประจำเดือนที่ปกติและผิดปกติเป็นอย่างไร รวมทั้งการดูแลด้วย ดังได้กล่าวแล้วในตัวบทความ

บรรณานุกรม

  1. ตำรานรีเวชวิทยา ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  2. ตำรานรีเวชวิทยา ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  3. http://www.cancer.gov/ access date 1st October, 2004.
Blog
User เรื่องเฉพาะสตรี...วัยสาว ตอนที่ 1 โดย รศ.ดร.นพ.บัณฑิต ชุมวรฐายี
User เรื่องเฉพาะสตรี...วัยสาว ตอนที่ 2 โดย รศ.ดร.นพ.บัณฑิต ชุมวรฐายี
User เรื่องเฉพาะสตรี...วัยสาว ตอนที่ 3 โดย รศ.ดร.นพ.บัณฑิต ชุมวรฐายี
User เรื่องเฉพาะสตรี...วัยสาว ตอนที่ 4 โดย รศ.ดร.นพ.บัณฑิต ชุมวรฐายี

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน jopol-dee404
Frame Bottom