Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด 

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติคืออะไร?

โรค/ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ หรือโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากผิดปกติ หรือโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวเกินปกติ (Endometrial hyperplasia)เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกมีการแบ่งตัวมากผิดปกติจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen)ที่มีมากเกินไปในร่างกายโดยที่ไม่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน(Progesterone)มาเปลี่ยนแปลงให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือนทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้นมากผิดปกติ อุบัติการณ์ของโรคนี้พบได้ 0.1-0.2%ของสตรีและจะพบมากขึ้นในสตรีที่อายุมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวัยประมาณ 50-51 ปี

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติมีกี่ชนิด?

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ

แบ่งชนิดของเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติตามความความรุนแรง/ตาพยาธิสภาพที่มีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกดังนี้

1. โรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากผิดปกติแบบไม่ซับซ้อน(Simple hyperplasia)แบ่งเป็น2กลุ่มคือ

1.1 ชนิดที่เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไม่ผิดปกติ(Endometrial hyperplasia without atypia)ภาวะนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกประมาณ 1%

1.2 ชนิดที่มีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติร่วมด้วย(Endometrial hyperplasia with atypia)ภาวะนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกประมาณ 8-10%

2. โรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากผิดปกติแบบซับซ้อน(Complex hyperplasia)คือ จำนวนเซลล์ในเยื่อบุโพรงมดลูกจะมากกว่าและเซลล์มีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มแบบที่ไม่ซับซ้อนโดยแบ่งเป็น2กลุ่มเช่นกันคือ

2.1 ชนิดที่เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไม่ผิดปกติ (Endometrial hyperplasiawithout atypia)ภาวะนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกประมาณ 3-5%

2.2 ชนิดที่มีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติร่วมด้วย(Endometrial hyperplasia with atypia)ภาวะนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกสูงมากถึงประมาณ 25-30%

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติมีกลไกเกิดได้อย่างไร?

ในสตรีปกติจะมีเลือดประจำเดือนมาเดือนละ1 ครั้งกลไกการมีประจำเดือนเกิดจากรังไข่ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองเหนี่ยวนำให้มีการเจริญของฟองไข่(Follicle) พร้อมๆ กับมีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน(Estrogen)จากรังไข่ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะไปกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีการเจริญหนาตัวขึ้น(Proliferate endometrium)ซึ่งเมื่อมีการตกไข่(Ovulation )เกิดขึ้นเซลล์ที่รังไข่จะผลิตฮอร์โมนเพศหญิงอีกตัวคือ โปรเจสเตอโรน(Progesterone)ออกมาเปลี่ยนแปลงให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ถูกเตรียมหรือถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้วไปเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกที่เหมาะสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน(Secretoryendometrium)กรณีมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแต่หากไม่มีการปฏิสนธิและไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น เซลล์ที่สร้างฮอร์โมนเพศหญิงทั้ง 2 ชนิดจะฝ่อไปทำให้ไม่มีฮฮร์โมนไปเปลี่ยนแปลงที่เยื่อบุโพรงมดลูกเยื่อบุโพรงมดลูกจะหลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือน

การที่เกิดเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติเกิดจากการมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไปซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญมากขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่มีหรือขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะมาทำการเปลี่ยนแปลงเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก(Unopposed estrogen) เพื่อให้หลุดลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนจึงส่งผลทำให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้นเรื่อยๆและมีลักษณะเซลล์เปลี่ยนแปลงไปจากปกติหากเซลล์มีความผิดปกติไปมาก เซลล์เหล่านี้สามารถกลายไปเป็นเซลล์มะเร็งของเยื่อบุโพรงมดลูก/มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติมีอาการอย่างไร?

อาการเด่นของโรค/ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติคือ การที่มีเลือดประจำเดือนผิดปกติมีได้หลายลักษณะเช่นมีประจำเดือนออกนานกว่าปกติมีประจำเดือนกะปริบกะปรอยผิดปกติและ/หรือประจำเดือนมาปริมาณมากผิดปกติและอาจมีระวัติขาดประจำเดือนแล้วตามมาด้วยมีประจำเดือนมามากและมานานผิดปกติ

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอเมื่อมีอาการผิดปกติของการมีประจำเดือน หรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดดังได้กล่าวในหัวข้อ อาการ

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยง/สาเหตุเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ?

ปัจจัยเสี่ยง/สาเหตุเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติได้แก่

1. สตรีวัยหมดประจำเดือน

2. สตรีที่รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen)หรืออาหารเสริมที่มีสารคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนนานๆเช่น พืชสมุนไพรบางชนิดโดยที่ไม่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจน/โปรเจสเตอโรน(Progestogenหรือ Progesterone)มาเปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูกให้หลุดลอกออกมาในสตรีที่ยังมีมดลูกอยู่

3. อ้วน:สตรีที่อ้วนจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าคนที่ผอมเนื่องจากร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงไขมันที่สะสมตาเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายให้ไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนได้นอกจากนี้ภาวะ/โรคอ้วนยังทำให้ระดับฮอร์โมนเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์หลั่งผิดปกติทำให้เกิดภาวะไม่ตกไข่(Anovulation)เมื่อไม่มีการตกไข่รังไข่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมาทำการเปลี่ยนแปลงเซลล์ที่เยื่อบุโพรงมดลูกให้เป็นไปตามรอบปกติได้

4. มีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง(Chronic anovulation)เมื่อมีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง เยื่อบุโพรงมดลูกจะหนาตัวขึ้นเรื่อยๆทำให้ประจำเดือนขาดหายไปหลายเดือน มีประวัติประจำเดือนนานๆมาครั้งอาจขาดประจำเดือนไปนานอาจครั้งละ4-5 เดือนเมื่อไม่มีการตกไข่รังไข่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมาทำการเปลี่ยนแปลงเซลล์ที่เยื่อบุโพรงมดลูกได้จึงส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากกว่าปกติซึ่งพบได้ในหลายสภาวะเช่น Polycysticovarian syndrome(โรคPCOS)

5. การมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

6. การมีประจำเดือนครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อยเช่น ต่ำกว่า 12ปี

7. การมีประวัติในครอบครัวที่เป็นมะเร็งรังไข่มะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

แพทย์วินิจฉัยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากผิดปกติอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรค/ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากผิดปกติได้จาก

ก. ประวัติทางการแพทย์:ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยประจำเดือนออกมากและนานบางคนจะเป็นประจำเดือนกะปริบกะปรอยแต่ออกนานกว่าปกติอาจมีประวัติมีประจำเดือนนานๆมาครั้งหรือมีเลือดออกจากโพรงมดลูกในวัยหมดประจำเดือนไปแล้วและมักพบร่วมในสตรีที่มีประวัติมีโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง

ข. การตรวจร่างกาย:หากมีการเสียเลือดประจำเดือนมากอาจตรวจพบว่ามีภาวะซีดได้ส่วนการตรวจภายในพบว่าขนาดมดลูกอาจปกติหรือโตกว่าปกติเล็กน้อยได้

ค. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ที่สำคัญคือ

1. การตรวจอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอด ส่วนมากพบว่าเยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนามากกว่าปกติแต่ผลแบบนี้ไม่แน่นอนเสมอไปต้องมีการตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติม

2. การสุ่มตัดชิ้นเนื้อจากเยื่อบุโพรงมดลูกเช่นการดูดเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial aspiration), การขูดมดลูก(Uterine curettage)เพื่อนำชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยาซึ่งเป็นการตรวจมีความจำเป็นต้องทำเพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องบางตำราแนะนำให้ทำการตรวจชิ้นเนื้อในสตรีที่มีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูกตั้งแต่ในอายุ 35 ปีขึ้นไปบางตำราให้ทำเมื่ออายุตั้งแต่40 ปีขึ้นไปเพราะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้จะมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

รักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติขึ้นอยู่กับความรุนแรงของพยาธิสภาพของโรคและความต้องการมีบุตร

สำหรับในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกสูง(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก)แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดมดลูกเลย

สำหรับกรณีที่ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกต่ำแพทย์จะรักษาโดยการให้รับประทานยาโปรเจสโตรเจน(Progestogen)เพื่อให้ไปเปลี่ยนแปลงการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกโดยจะให้รับประทานยาเป็นรอบๆรอบละ 14วันแล้วรอให้เป็นประจำเดือนมาจะต้องรับประทาน 6 รอบหลังจากนั้นแพทย์จะนัดมาทำการดูดเยื่อบุโพรงมดลูกหรือขูดมดลูกอีกครั้งเพื่อดูว่ามีการตอบสนองต่อการรักษาดีหรือไม่เพื่อพิจารณาว่าจะให้หยุดยาหรือให้ยาต่อหรือเปลี่ยนวิธีการรักษาหรือพิจารณาผ่าตัดมดลูกกรณีที่การรักษาด้วยฮอร์โมนไม่ได้ผลยังจำเป็นต้องมีการสุ่มดูดเยื่อบุโพรงมดลูกตรวจทางพยาธิวิทยาทุก6-12 เดือนหากสตรีนั้นยังมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ซ้ำอีกกรณีรักษาด้วยยาหรือมีอาการเลือดประจำเดือนออกผิดปกติอีกหลังหยุดการใช้ยา

ทั้งนี้ มีการนำเอาห่วงอนามัยชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเคลือบที่แกนกลางห่วง(Levonorgestrel intrauterine system-LNG-IUS, Mirena®)มาใช้รักษาสตรีที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกพบว่าได้ผลดีเช่นกันเพราะห่วงชนิดนี้จะค่อยๆปล่อยฮอร์โมนโปรเจสโตเจนออกมาในโพรงมดลูกทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อเลือดประจำเดือนออกน้อยไม่ต้องเสียเวลารับประทานยาห่วงนี้มีอายุการใช้งานได้นาน5ปีปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มที่ใส่ห่วงนี้คือมีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่พบได้จากโรค/ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติคือ ภาวะผิดปกติของประจำเดือนภาวะเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอดภาวะซีดถ้าเลือดประจำเดือนออกมากและเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ 1-30% ขึ้นกับชนิด/พยาธิสภาพของภาวะนี้ ดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ชนิด/พยาธิสภาพ

เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โดยทั่วไปโรค/ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากกว่าปกติมีการพยากรณ์โรคที่ดี รักษาให้หายได้ด้วยวิธีการรักษาตามที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การรักษา

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติได้แก่

1. ปฎิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์พยาบาล

2. รับประทานยาที่แพทย์สั่งให้สม่ำเสมอไม่ขาดยาไม่หยุดยาเอง

3. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนโดยเลือกรับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม

4. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอในทุกวัน

5. พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากผิดปกติได้อย่างไร?

ป้องกันโรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวมากผิดปกติได้โดย

1. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเลือกรับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณให้เหมาะสมไม่ให้เกิดภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน

2. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอในทุกๆวัน

3. ไม่ควรซื้อยาต่างๆรับประทานเองโดยที่ไม่ปรึกษาแพทย์เภสัชกรรวมทั้งสมุนไพรต่างๆ เพราะอาจมีฮอร์โมนเพศหญิงเจือปนอยู่

4. ไม่ควรปล่อยให้ขาดประจำเดือนไปนานๆ (หากยังไม่ถึงวัยหมดประจำเดือน)ควรรีบไปปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยาบาลถ้าขาดประจำเดือน

5. การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนโปรเจสโตเจน(Progestogen)สามารถช่วยลดโอกาสเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติได้

บรรณานุกรม

  1. ChudnoffSG. Endometrial hyperplasia. 2005
  2. http://emedicine.medscape.com/article/269919-overview [2015,Aug22]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน v007 Izax hon
Frame Bottom