Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

จมูก  ระบบหูคอจมูก  ระบบทางเดินหายใจส่วนบน 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

คัดจมูก  มีน้ำมูก 

บทนำ

เยื่อจมูกอักเสบ หรือโพรงจมูกอักเสบ หรือจมูกอักเสบ (Rhinitis) คือการระคายเคืองและการอักเสบของเยื่อเมือกที่บุภายในรู/โพรง/ช่องจมูก ส่งผลให้โพรงจมูกบวมแดงและมีสารคัดหลั่ง/น้ำมูกจากเยื่อเมือกเพิ่มมากขึ้น จนก่ออาการที่พบบ่อยคือ แน่น/คัดจมูก มีน้ำมูก อาการอื่นๆที่อาจพบร่วมได้ซึ่งขึ้นกับสาเหตุเช่น จาม ไอ คันจมูก คันตา ตาแดง น้ำตาไหล เจ็บคอ ปวดศีรษะ จมูกได้กลิ่นลดลง หูอื้อ เจ็บหู หรืออาจมีไข้ที่มักเป็นไข้ต่ำ

เยื่อจมูกอักเสบอาจแบ่งตามสาเหตุได้เป็น 3 กลุ่ม/ชนิดคือ

ก. เยื่อจมูกอักเสบจากติดเชื้อ (Infectious rhinitis) เช่น จากเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งโรคนี้ไม่มีรายงานสถิติเกิดแน่นอน แต่ที่พบเกิดบ่อยคือ จากโรคหวัดจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนติดเชื้อไวรัส

ข. เยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) คือเยื่อจมูกอักเสบที่เกิดจากการสูดดมสารก่อภูมิแพ้เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ละอองฟาง ละอองต้นไม้ ใบหญ้า ในสหรัฐอเมริกามีรายงานพบโรคนี้ได้ประมาณ 43 - 83% ของประชากรทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในประเทศไทยมีรายงานจากโรงพยาบาลศิริราชในปี พ.ศ. 2538 พบโรคกลุ่มนี้ได้ 94% ของผู้ป่วยเยื่อจมูกอักเสบที่มารัก ษาที่โรงพยาบาลศิริราช

ค. เยื่อจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (Non allergic rhinitis) หรือชื่อเดิมคือ Vasomotor rhinitis คือเยื่อจมูกอักเสบที่เกิดจากเยื่อจมูกระคายเคืองต่อสารเคมีเช่น ควันต่างๆ กลิ่นต่างๆรวมถึงกลิ่นอาหาร ฮอร์โมนเพศ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (เช่น ร้อน หนาว) ความเครียด ผลข้างเคียงจากยาบางชนิดเช่น Aspirin และยาในกลุ่มเอ็นเสด เป็นต้น ในสหรัฐอเมริกามีรายงานสถิติโรคนี้พบได้ประมาณ 17 - 52% ของประชากรทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในประเทศไทยมีรายงานจาก โรงพยา บาลศิริราชในปี พ.ศ. 2538 พบโรคกลุ่ม/ชนิดนี้ได้ 6% ของผู้ป่วยเยื่อจมูกอักเสบที่มารักษาที่โรง พยาบาลศิริราช

เยื่อจมูกอักเสบเป็นโรคพบได้ในทุกเพศและทุกวัยตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุเป็นโรคพบได้ทั่วโลก แต่สถิติเกิดจะแตกต่างกันไปเช่น สภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศ เชื้อชาติ เศรษฐกิจ

อนึ่งเยื่อจมูกอักเสบที่เกิดขึ้น/มีอาการอย่างรวดเร็วและหายได้ในระยะเวลาประมาณ 1 - 3 สัปดาห์เรียกว่า “เยื่อจมูกอักเสบเฉียบพลัน (Acute rhinitis)” แต่ถ้าอาการค่อยๆเกิดหรือเกิดเรื้อรังเป็นๆหายๆนานกว่า 3 - 4 สัปดาห์ขึ้นไปและมักมีการรักษาที่ยุ่งยากและอาการมักหายได้ช้าเรียกว่า “เยื่อจมูกอักเสบเรื้อรัง (Chronic rhinitis)”

อะไรคือสาเหตุของโรคเยื่อจมูกอักเสบ?

เยื่อจมูกอักเสบ

เยื่อจมูกอักเสบมีสาเหตุดังนี้

ก. เยื่อจมูกอักเสบจากติดเชื้อ: ที่พบบ่อยคือ จากการติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหวัด (เช่นเชื้อ Influenza virus, Parainfluenza virus, Rhinovirus, Coronavirus, Adeno virus) นอกจากนี้ที่พบได้รองลงไปคือการติดเชื้อแบคทีเรียที่มักเป็นสาเหตุให้เกิดไซนัสอักเสบ (เช่นเชื้อ Sterphylococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae)

ทั้งนี้เยื่อจมูกอักเสบจากติดเชื้อที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว/เฉียบพลันและมักหายได้ภายในระยะเวลาประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ (เยื่อจมูกอักเสบติดเชื้อเฉียบพลัน) มักเกิดจากเชื้อไวรัส ส่วนที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียพบได้ทั้งการติดเชื้อแบบเฉียบพลันและการติดเชื้อแบบเรื้อรัง ที่พบได้บ่อยคือ ไซนัสอักเสบที่พบเป็นได้ทั้งการติดเชื้อแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง แต่มีการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่เป็นสาเหตุให้ติดเชื้อแบบเรื้อรังแต่เป็นการติดเชื้อที่พบได้น้อยมากเช่น วัณโรค โรคเรื้อน และโรคซิฟิลิส เป็นต้น

ข. เยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คือเยื่อจมูกอักเสบที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ (เช่น ละ อองเกสรดอกไม้ ฟาง ใบไม้ ใบหญ้า) เช่น โรคไข้ละอองฟาง โรคภูมิแพ้หูคอจมูก โรคภูมิแพ้ ทั้งนี้จากสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ เมื่อหายใจเข้าไปหรือสัมผัสเยื่อเมือกต่างๆเช่น เยื่อบุจมูก เยื่อตา/เยื่อบุตา สารก่อภูมิแพ้จะกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองโดยการผลิตเซลล์ที่เรียกว่า มาสต์เซลล์(Mast cell) เพิ่มมากขึ้นในเนื้อเยื่อเมือกที่สัมผัสสารเหล่านี้ และมาสต์เซลล์จะหลั่งสารอักเสบต่างๆเช่น Histamine เป็นต้น ซึ่งสารอักเสบเหล่านี้จะก่อให้เกิดการอักเสบของเยื่อจมูกและเยื่อเมือกต่างๆก่อให้เกิดเป็นอาการต่างๆของเยื่อจมูกอักเสบ

ค. เยื่อจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ เกิดจากเยื่อจมูกได้รับการระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆเช่น ควัน กลิ่น (รวมถึงกลิ่นอาหาร) อาหารบางประเภทโดยเฉพาะอาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฮอร์โมนเพศ (เพราะโรคนี้พบเกิดมากในผู้หญิงจึงเชื้อว่าฮอร์โมนเพศอาจเกี่ยวข้อง) ยาบางชนิด อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม ความดันอากาศ อารมณ์/ความเครียด ซึ่งกลไกการเกิดโรคกลุ่มนี้ยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าสารเหล่านี้เป็นเหตุให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดและมีของเหลวในหลอดเลือดซึมออกมาในเยื่อจมูก ส่งผลให้เยื่อจมูกบวมและมีสารคัดหลั่ง/น้ำมูกเพิ่มมากขึ้น และทำให้เกิดมีสารคัดหลั่งจากจมูกนี้ไหลเข้าสู่ลำคอผ่านทางด้านหลังของโพรงจมูก (Post nasal drip) ซึ่งมักเป็นสาเหตุให้เกิดอาการไอ เจ็บคอ

โรคเยื่อจมูกอักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการจากเยื่อจมูกอักเสบที่พบได้ในผู้ป่วยเกือบทุกคนคือ การแน่น/คัดจมูก (มักเกิดทั้ง 2 ข้างของโพรงจมูกอาจเกิดพร้อมกันหรือทีละข้างก็ได้) และมีน้ำมูกมากผิดปกติ ซึ่งลักษณะของ น้ำมูกอาจช่วยแยกได้ว่าเป็นเยื่อจมูกอักเสบชนิดใดเช่น ถ้าน้ำมูกใสหรือข้นไม่มาก สีขาว มักเป็นอาการจากเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือชนิดไม่ใช่จากแพ้ หรือจากการติดเชื้อไวรัส แต่ถ้าเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย น้ำมูกมักเหนียวข้น สีไม่ขาว (เช่น เหลือง เขียว เทา ขึ้นกับชนิดแบคทีเรีย) มักมีกลิ่นเหม็นหรือคาวจัด และมักปนเลือดเรื้อรังได้

อาการอื่นๆที่อาจพบร่วมด้วยเช่น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆดังกล่าวในหัวข้อ อาการ แล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 3 - 4 วันหลังการดูแลตนเองในเบื้องต้นตามอาการ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเพื่อแพทย์ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ อาการ แต่ถ้าอาการเลวลงควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอถึง 3 - 4 วัน

แพทย์วินิจฉัยโรคเยื่อจมูกอักเสบอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคเยื่อจมูกอักเสบได้จากลักษณะทางคลินิกเช่น ประวัติอาการ ประวัติการงาน ถิ่นที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงาน การท่องเที่ยว ประวัติความสัมพันธ์ระหว่างอาการกับสิ่งแวดล้อมต่างๆเช่น ฤดูกาล การตรวจร่างกาย การตรวจทางหูคอจมูก ซึ่งเมื่อวินิจฉัยได้แล้วว่าเป็นเยื่อจมูกอักเสบ แพทย์จะตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยแยกโรคว่าเป็นเยื่อจมูกอักเสบชนิดใดเพื่อการรักษาต่อไปเช่น การตรวจเลือดซีบีซี การตรวจเลือดดูสารก่อภูมิต้านทานหรือสารภูมิต้านทาน การตรวจหาเชื้อและ/หรือการเพาะเชื้อจากน้ำมูกและจากสารคัดหลั่งในโพรงหลังจมูก การตรวจเอกซเรย์ภาพไซนัสกรณีสงสัยไซนัสอักเสบ หรือการตรวจทางผิวหนังด้านภูมิแพ้เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ที่เรียกว่า Skin prick test/Skin allergy test เป็นต้น และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมตามดุลพินิจของแพทย์เช่น การส่องกล้องตรวจโพรงจมูก การตัดชิ้นเนื้อที่รอยโรคในโพรงจมูกเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาโรคเยื่อจมูกอักเสบอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคเยื่อจมูกอักเสบคือ การรักษาสาเหตุและการรักษาประคับประคองตามอาการ

ก. การรักษาตามสาเหตุ: เป็นการรักษาที่ต่างกันในผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นกับสาเหตุเช่น หยุดใช้ยาที่เป็นสาเหตุ (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยานั้นๆ) การรักษาโรคภูมิแพ้ การรักษาโรคหวัด การรักษาไซนัสอักเสบ การรักษาโรคไข้ละอองฟาง การรักษาวัณโรคหรือซิฟิลิส เป็นต้น แนะนำอ่านเพิ่มเติมในแต่ละโรคดังกล่าวได้ในเว็บ haamor.com

ข. การรักษาประคับประคองตามอาการ: ที่สำคัญที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงสารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการเช่น ควันต่างๆ กลิ่นต่างๆ อาหารต่างๆ ยาต่างๆ รวมถึงหลีกเลื่ยงการท่อง เที่ยวในถิ่นที่มีสารก่อภูมิแพ้เช่น สวนดอกไม้บางชนิดขึ้นกับว่าแพ้เกสรดอกไม้อะไร เป็นต้น

นอกจากนั้นคือ การใช้ยาตามอาการเช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้คัน ยาลดน้ำมูก ยาหยอดตาที่แก้แพ้เมื่อมีอาการเยื่อตาอักเสบจากภูมิแพ้ หรือยาหยอดจมูก/ยาพ่นจมูกเมื่อเยื่อจมูกบวมมาก เป็นต้น

โรคเยื่อจมูกอักเสบมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากเยื่อจมูกอักเสบเช่น

โรคเยื่อจมูกอักเสบมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โดยทั่วไปเยื่อจมูกอักเสบมีการพยากรณ์โรคที่ดี สามารถรักษาได้หาย แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิติด้วย เพื่อป้องกันโรคย้อนกลับเป็นซ้ำหรือกลายเป็นเยื่อจมูกอักเสบเรื้อรังที่การรักษาแม้จะหายได้ก็ยุ่งยากซับซ้อนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเกิดเยื่อจมูกอักเสบที่สำคัญได้แก่

  • ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำ
  • กินยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนไม่ขาดยา หรือหยุดยาเอง
  • ไม่ซื้อยาต่างๆที่แพทย์สั่งมาใช้ต่อเนื่องเอง เพราะยาหลายชนิดที่ใช้รักษาเยื่อจมูกอักเสบ เมื่อใช้ในระยะยาวนานเกินไปจะส่งผลให้ผู้ป่วยกลับมีอาการมากขึ้นที่เรียกว่า Drug rebound effects
  • หลีกเลี่ยงสาร/สิ่งหรือสถานที่ที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ
  • ไม่ใช้ยาพร่ำเพรื่อ ก่อนซื้อยาใช้เองต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อน
  • ไม่สูบบุหรี่ เลิกสูบบุหรี่
  • ไม่ดื่มสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • รักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ)
  • ออกกำลังกายตามควรกับสุขภาพทุกวัน
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัด

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันโรคเยื่อจมูกอักเสบอย่างไร?

เมื่อดูจากสาเหตุดังกล่าวในหัวข้อ สาเหตุ จะไม่สามารถป้องกันเยื่อจมูกอักเสบได้เต็มร้อย แต่ก็สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่โดย

  • รักษาสุขภาพกายสุขภาพจิตให้แข็งแรงด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เป็นการลดความเครียด การติดเชื้อ และลดการใช้ยาต่างๆ
  • ออกกำลังกายทุกวันตามควรกับสุขภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี
  • ไม่ใช้ยาพร่ำเพรื่อ เป็นการหลีกเลี่ยงสาเหตุที่เกิดจากยา
  • สังเกตุตนเองเสมอว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการของเยื่อจมูกอักเสบแล้วหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น
  • อยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้ดีและในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย

บรรณานุกรม

  1. ปารยะ อาศนะเสน http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=433 [2016,April23]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Rhinitis [2016,April23]
  3. https://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/000813.html [2016,April23]
  4. http://www.nhs.uk/conditions/Rhinitis---non-allergic/Pages/Introduction.aspx [2016,April23]
  5. http://www.aafa.org/page/rhinitis-nasal-allergy-hayfever.aspx [2016,April23]
  6. http://www.msdmanuals.com/professional/ear,-nose,-and-throat-disorders/nose-and-paranasal-sinus-disorders/rhinitis#v947187 [2016,April23]
  7. http://bestpractice.bmj.com/best-practice/monograph/231/basics/epidemiology.html [2016,April23]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul nongppp Nami Orin
Frame Bottom