Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ดวงตา  สมอง  หู  ระบบหูคอจมูก  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เมารถเมาเรือ 

บทนำ

เมารถ เมาเรือเมาคลื่น เมาเครื่องบิน เมาเครื่องเล่นในสวนสนุก เมาการเดินทางทุกรูปแบบ(Motion sickness หรือ Kinetosis หรือ Sea sickness หรือ Space sickness หรือ Travel sickness) คือ กลุ่มอาการ/อาการที่เกิดขึ้นกับบางคนในระหว่างการเดินทางหรือการเคลื่อนที่โดยพาหนะที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนที่โดยตรงที่เรียกว่าเป็น Passive movementเช่น เป็นผู้โดยสารในพาหนะต่างๆ(แต่ไม่ค่อยเกิดขึ้นเมื่อเราเป็นผู้ขับพาหนะนั้นๆหรือจากการเคลื่อนที่ที่เกิดด้วยตัวเราเองที่เรียกว่าเป็น Active movementเช่น เดิน วิง ว่ายน้ำ)หรือเกิดจากการมองดูสิ่งต่างๆ/ภาพเคลื่อนไหวที่อยู่ใกล้ลูกตาหรือที่แกว่งไปมาเช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือดูภาพยนต์ที่จออยู่ใกล้ลูกตามากหรือการหมุนรอบตัวโดยเร็ว

อนึ่ง ในบทความนี้ขอเรียกกลุ่มอาการเมาลักษณะที่เกิดจากสาเหตุดังกล่าวเหล่านี้ว่า“เมารถ เมาเรือ

อาการหลักของเมารถเมาเรือคือ คลื่นไส้วิงเวียนรู้สึกไม่สุขสบายและอาจมีอาเจียน

เมารถ เมาเรือจะเกิดได้สูงขึ้นเมื่อเป็นการเคลื่อนที่แบบหมุนรอบตัวหมุนกลับไปกลับมา หรือการเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่งแต่เมื่อเป็นการเคลื่อนที่ในแนวราบ/แนวนอนจะพบกลุ่มอาการนี้ได้น้อยลง และการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วก็เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดกลุ่มอาการนี้ได้สูงกว่าการเคลื่อนที่มีความเร็วต่ำ

เมารถ เมาเรือ เป็นกลุ่มอาการพบได้บ่อยอาจถึง 100% กรณีโดยสารเรือที่คลื่นลมรุนแรงมาก พบว่าเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย แต่พบได้ในเพศหญิงบ่อยกว่าในเพศชาย พบได้บ่อยสุดในวัยเด็กช่วงอายุ 3 ปีถึง 12 ปี 1ไม่ค่อยพบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีหรือในผู้สูงอายุ และมีรายงานพบว่าเกิดในคนเชื้อชาติจีนสูงกว่าเชื้อชาติอื่น

เมารถเมาเรือเกิดได้อย่างไร?

เมารถ เมาเรือ

กลไกการเกิดเมารถเมาเรือที่แน่ชัดยังไม่ทราบ แต่จากการศึกษาเชื่อว่าเกิดจากระบบควบคุมการทรงตัวของร่างกายทำงานขาดสมดุลกันจึงส่งผลให้สมองตอบรับเป็นกลุ่มอาการผิดปกติที่เรียกว่า “เมารถ เมาเรือ

ระบบของร่างกายที่ควบคุมการทรงตัวของร่างกายประกอบด้วย 3 ระบบหลักคือ

  • ระบบการเคลื่อนไหวของลูกตาและการเห็นภาพ (Visual system)
  • ระบบการเคลื่อนไหวของของเหลวที่อยู่ในหูชั้นในและประสาทหูชั้นในที่เรียกว่า (Vestibular system)
  • และระบบการเคลื่อนไหวการทำงานของข้อต่อต่างๆกล้ามเนื้อลาย และเอ็นต่างๆที่เรียกว่า (Proprioceptive system)

ทั้งนี้ในการเมารถเมาเรือระบบหลักที่เกี่ยวข้องคือ ระบบการเห็นภาพและการเคลื่อนไหวของลูกตากับระบบการเคลื่อนไหวของของเหลวในหูชั้นในและประสาทหูชั้นในที่ไม่สมดุลกันจนทำให้สมองได้รับสัญญาณที่สับสน ไม่สอดคล้องกันจากทั้ง 2 ระบบจึงส่งผลกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการเมารถเมาเรือเช่น ในการนั่งรถ ตาส่งสัญญาณไปยังสมองว่าร่างกายเคลื่อนไหวเพราะมองเห็นภาพรอบตัว/รอบรถเคลื่อนไหว ในขณะที่หู/ของเหลวในหูชั้นในส่งสัญญาณว่าร่างกายอยู่กับที่ เป็นต้น

อะไรเป็นปัจจัย/สาเหตุให้เกิดเมารถเมาเรือ?

ปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้การเกิดเมารถเมาเรือได้แก่

  • การเคลื่อนไหวแบบตัวอยู่กับที่แต่สิ่งแวดล้อมมีการเคลื่อนไหวเช่น การนั่งรถการโดยสารเครื่องบิน
  • การดูภาพเคลื่อนไหวที่ใกล้ลูกตาเช่น ดูภาพยนต์ที่จออยู่ใกล้ลูกตามาก
  • ความเร็วสูงของการเคลื่อนที่ของสิ่งแวดล้อมเช่น ขับรถเร็วมาก
  • มีการแกว่งคดเคี้ยว หรือการเคลื่อนที่ที่รุนแรงเช่น คลื่นลมรุนแรงในการนั่งเรือ
  • การเคลื่อนที่ที่เป็นแนวขึ้นลงหรือแนวตั้ง หรือแกว่ง หรือหมุน
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเดินทางหรือระหว่างเดินทาง
  • สูบบุหรี่ระหว่างเดินทาง
  • การกินอาหารหนักโดยเฉพาะอาหารไขมัน/อาหารเลี่ยน อาหารย่อยยากก่อน/ระหว่างเดินทาง
  • ท้องว่างก่อนเดินทาง
  • ในพาหนะโดยสารมีการถ่ายเทอากาศไม่ดี มีกลิ่นไม่ดีที่รวมถึงกลิ่นควันต่างๆเช่น ควันเครื่องยนต์ ควันบุหรี่
  • การนั่งในตำแหน่งด้านหลังของพาหนะโดยเฉพาะตำแหน่งที่มองไม่เห็นภาพภายนอก

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดเมารถเมาเรือ?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดเมารถเมาเรือได้แก่

1. อายุช่วงวัย 3ปี-12 ปี

2. เพศหญิงโดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์มีประจำเดือน หรือกินยาในกลุ่มฮอร์โมนเพศ(เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด)

3. พักผ่อนไม่เพียงพอก่อนเดินทาง

4. มีภาวะขาดน้ำ

5. มีความเครียด กลัว กังวล มาก

6. เคยมีอาการเมารถเมาเรือมาก่อน

7. เป็นโรคไมเกรน

8. กินยาบางชนิดเช่น ยาฮอร์โมนเพศ(เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด)

เมารถเมาเรือมีอาการอย่างไร?

อาการเมารถเมาเรือได้แก่

ก.อาการหลัก ได้แก่

ข.อาการอื่นๆที่พบร่วมด้วยเช่น

อนึ่ง อาการจากเมารถเมาเรือมักเกิดหลังการเดินทางประมาณ10-30 นาที แต่ในบางคนอาการอาจเกิดได้ตั้งแต่พาหนะเริ่มขับเคลื่อนและอาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นหลังจากออกจากพาหนะภายใน 2 – 3ชั่วโมงแต่ในกรณีอาการเมารถเมาเรือรุนแรง อาการอาจกลับเป็นปกติประมาณ1 วันหลังออกจากพาหนะ

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพบแพทย์จากเมารถเมาเรือเพราะอาการมักหายได้เองหลังจากออกจากยานพาหนะ และด้วยการดูแลตนเองตามอาการภายในประมาณ 2-3 ชั่วโมงถึง 1 วันเป็นอย่างช้าอย่างไรก็ตามถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลัง1 วันหรืออาการเลวลงหลังจากออกจากยานพาหะ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเพราะอาการอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่น การติดเชื้อไวรัสในหูชั้นใน

แพทย์วินิจฉัยเมารถเมาเรือได้อย่างไร?

โดยทั่วไปแพทย์วินิจฉัยเมารถเมาเรือได้จากประวัติอาการประวัติการเดินทาง และการตรวจร่างกายทั้งนี้ไม่ต้องมีการตรวจสืบค้นอื่นๆเพิ่มเติม ยกเว้นแพทย์สงสัยว่าอาการอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆเช่น โรคหินปูนในหู (อ่านเพิ่มเติมเรื่องโรคนี้ได้ในเว็บ haamor.com)หรือ หูชั้นในอักเสบจากติดเชื้อไวรัส

รักษาอาการเมารถเมาเรือได้อย่างไร?

การรักษาอาการเมารถเมาเรือคือการรักษาประคับประคองตามอาการ และการให้ยาแก้เมารถเมาเรือ

ก. การรักษาประคับประคองตามอาการ:เช่น พักผ่อนให้เต็มที่ดื่มน้ำสะอาดให้ได้มากๆ ไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำเช่น 8-10 แก้วต่อวันถ้าไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่มกินอาหารอ่อน(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ประเภทอาหารทางการแพทย์)ดื่มน้ำขิงหลีกเลี่ยงอาหารไขมันอาหารทอดงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์งดสูบบุหรี่อยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้ดีกลิ่นสะอาดและปลอดควันต่างๆ

ข. การใช้ยาแก้เมารถเมาเรือ: ยาส่วนใหญ่เป็นยาบรรเทาอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ที่มีหลายชนิดซึ่งมักทำให้เกิดอาการง่วงนอนร่วมด้วยเสมอซึ่งส่วนใหญ่เป็นยากินยกเว้นบางชนิดที่เป็นรูปแบบแปะผิวหนัง(เช่น ยา Scopolarmine)ส่วนยากินเช่น Chlorpheniramine,Dimenhydrinate,Cetirizine, Promethazine,Cyclizine,Meclizine

เมารถเมาเรือมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากเมารถเมาเรือเป็นผลข้างเคียงเฉียบพลันและไม่ต่อเนื่องจนเกิดผลข้างเคียงในระยาวซึ่งผลข้างเคียงคือทำให้การเดินทางไม่สุขสบาย

เมารถเมาเรือมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

เมารถเมาเรือมีการพยากรณ์โรคที่ดี ทั่วไปอาการมักหายเป็นปกติในประมาณ 2 - 3ชั่วโมงหลังออกจากพาหนะ และหลังจากได้รับการดูแลตนเองนอกจากนั้นการเกิดเมารถเมาเรือ จะเกิดน้อยลงเรื่อยๆตามอายุที่มากขึ้น

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเกิดอาการเมารถเมาเรือได้แก่

  • ถ้าเป็นไปได้ให้ออกจากพาหนะ
  • เปลี่ยนที่นั่งในพาหนะมานั่งด้านหน้าที่มองเห็นภาพข้างทางได้นั่งในตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทได้ดีไม่อบอ้าวไม่มีกลิ่นเหม็นไม่มีควันบุหรี่
  • นั่งหน้าตรงตัวตรง มองตรง
  • หายใจเข้าออกลึกๆทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่กลัว ไม่เครียด
  • ไม่อ่านหนังสือเล่นเกมส์ใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือดูทีวี ขณะอยู่ในพาหนะ
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ไม่สูบบุหรี่
  • เตรียมถุงสำหรับใส่อาเจียนให้พร้อม
  • กินยาแก้เมารถเมาเรือ(อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อ การรักษา)

อนึ่ง การดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดเมารถเมาเรือ อ่านเพิ่มเติมในห้วข้อ การป้องกัน

ป้องกันเมารถเมาเรืออย่างไร?

การป้องกันเมารถเมาเรือคือการเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่เลี่ยงได้ดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยงทั้ง 2 หัวข้อในตอนต้นบทความ ซึ่งที่สำคัญก่อนและระหว่างเดินทางควรดูแลตนเอง ดังนี้

  • ต้องพักผ่อนให้เพียงพอทั้งก่อนและระหว่างเดินทาง
  • ไม่อยู่ในภาวะขาดน้ำ
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ไม่อด/งดอาหาร
  • ไม่กินอาหารหนักอาหารไขมันสูงกินอาหารประเภทย่อยง่ายเช่น อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต และอาหารที่รสไม่จัด
  • แต่งตัวที่หลวมสบาย ไม่รัดแน่น
  • เลือกนั่งด้านหน้าในพาหนะและนั่งหน้าตรงมองไปด้านหน้าไม่อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ หรือใช้งานคอมพิวเตอร์
  • กินยาแก้เมารถเมาเรือล่วงหน้าก่อนการเดินทางประมาณ30นาทีถึง 1 ชั่วโมงเช่น ยาPromethazineหรือDimenhydrinate

บรรณานุกรม

1. Brainard,A. et al. http://emedicine.medscape.com/article/2060606-overview#showall [2015,Sept12]
2. Brainard, A., and Gresham, C. (2014). Am Fam Physician. 90, 41-46
3.Erskine,S.http://wwwnc.cdc.gov/travel/yellowbook/2016/the-pre-travel-consultation/motion-sickness [2015,Sept12]
4.http://www.mayoclinic.org/first-aid/first-aid-motion-sickness/basics/art-20056697 [2015,Sept12]
5. http://www.uspharmacist.com/content/c/10157/?t=women%27s_health,miscellaneous[2015,Sept12]
6.https://en.wikipedia.org/wiki/Proprioception [2015,Sept12]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน 19321 bigboss47307 Izax hon monday000
Frame Bottom