Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคภูมิแพ้ 

บทนำ

ยาเฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) เป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อต้านสารฮีสตามีน (Antihistamine) ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการแพ้ในร่างกายคนเราเช่น ผื่นคัน ลมพิษ มีน้ำมูกมาก/น้ำมูกคั่ง เป็นต้น ข้อเด่นของยานี้คือ ซึมผ่านเข้าหลอดเลือดในสมองได้น้อยจึงไม่ก่อให้เกิดอาการง่วงนอนมากเท่าไรนัก

ยาเฟกโซเฟนาดีนไม่สามารถรักษาอาการภูมิแพ้ให้หายขาดได้ เพียงแต่เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ต่างๆและทำให้ผู้ป่วยมีอาการทุเลาและรู้สึกดีขึ้น ดังนั้นกรณีที่หมดฤทธิ์ของยา แต่ต้นเหตุของอาการแพ้ยังคงอยู่ ผู้ป่วยก็จะกลับมามีอาการแพ้ได้เช่นเดิม

ยาเฟกโซเฟนาดีนจัดเป็นยาที่มีความปลอดภัยระดับหนึ่ง สามารถใช้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ในผู้ที่เป็นโรคตับไม่จำเป็นต้องปรับขนาดรับประทานใดๆ สำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคไตควรต้องปรับขนาดรับประทานลดลงมาตามสภาพของไตผู้ป่วย

รูปแบบของยาแผนปัจจุบันของยานี้จะเป็นยาชนิดรับประทาน โดยมีการดูดซึมจากระบบทาง เดินอาหารได้ประมาณ 30 - 41% เมื่อยาเข้าสู่กระแสเลือดจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 60 - 70% จากนั้นตัวยาจะถูกลำเลียงไปที่ตับ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีน้อยกว่า 5% ของตัวยาทั้งหมดในร่างกาย และต้องใช้เวลา 14.4 ชั่วโมงโดยประมาณเพื่อกำจัดยาเฟกโซ เฟนาดีนจำนวนครึ่งหนึ่งออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทิ้งไปกับอุจจาระและปัสสาวะ

การใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ต่างๆนั้นควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์และไม่ควรรับประทานร่วมกับน้ำผลไม้เช่น น้ำองุ่น น้ำส้ม น้ำแอปเปิ้ล ด้วยจะทำให้ฤทธิ์การรักษาของเฟกโซเฟนาดีนด้อยประสิทธิภาพลงไป

คณะกรรมการอาหารและยาของไทยได้ระบุให้เฟกโซเฟนาดีนเป็นยาอันตราย ผู้ป่วย/ผู้ บริโภคไม่ควรไปซื้อหามารับประทานเอง แต่ต้องใช้ยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

อนึ่ง ยาชื่อการค้าอื่นๆของยานี้ในต่างประเทศเช่น Allegra, Fexidine, Fastofen, Tilfur, Allerfexo

เฟกโซเฟนาดีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

เฟกโซเฟนาดีน

ยาเฟกโซเฟนาดีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ดังนี้คือ บรรเทาอาการแพ้ต่างๆเช่น ผื่นคัน ลมพิษ ไข้ละอองฟาง จาม คัดจมูก คันตาและ/หรือคันในบริเวณคอจากภูมิแพ้

เฟกโซเฟนาดีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

เมื่อรับประทานเฟกโซเฟนาดีน ภายใน 1 ชั่วโมงตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ อาการของผู้ป่วยจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ชั่วโมงที่ 2 - 3 นับจากรับประทานยา เฟกโซเฟนาดีนมีกลไกการออกฤทธิ์เป็น Selective H1-receptor antagonist โดยจะยับยั้งการหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) และรบกวนการทำงานของสารที่กระตุ้นการแพ้ต่างๆ ตัวยาเฟกโซเฟนาดีนยังผ่านหลอดเลือดในสมองได้ค่อน ข้างน้อยมาก ผู้ป่วยจึงไม่ค่อยแสดงอาการง่วงนอนหรือง่วงเพียงเล็กน้อย

เฟกโซเฟนาดีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเฟกโซเฟนาดีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

เฟกโซเฟนาดีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาเฟกโซเฟนาดีนมีขนาดรับประทานเช่น

  • ผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป: รับประทานครั้งละ 60 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งเช้า - เย็น หรือรับประทานครั้งละ 180 มิลลิกรัมวันละครั้ง กรณีผู้ป่วยมีการทำงานของไตผิดปกติ แนะนำให้รับประทาน 60 มิลลิกรัมวันละครั้ง
  • เด็กอายุ 2 - 11 ปี: แนะนำให้รับประทานเป็นยาน้ำแขวนตะกอนเพื่อง่ายต่อการกลืนยา โดยรับประทานครั้งละ 30 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งเช้า - เย็น
  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี: ยังไม่มีการศึกษาแน่ชัดถึงขนาดยานี้ในเด็กกลุ่มวัยนี้ ขนาดยาจึงขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา
  • ผู้สูงอายุที่มีร่างกายปกติไม่ได้ป่วยด้วยโรคตับ - ไต: สามารถรับประทานยานี้ได้ตามขนาดปกติของผู้ใหญ่
  • อนึ่ง: ควรรับประทานยานี้ในช่วงท้องว่าง รับประทานด้วยน้ำเปล่าที่เพียงพอ (1 - 2 แก้ว) และไม่ควรรับประทานพร้อมน้ำผลไม้ต่างๆด้วยจะรบกวนการดูดซึมยาดังได้กล่าวแล้วในบทนำ

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาเฟกโซเฟนาดีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาเฟกโซเฟนาดีนสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

เฟกโซเฟนาดีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาเฟกโซเฟนาดีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น เกิดอาการปวดศีรษะ ง่วงนอน วิงเวียน คลื่นไส้ อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

กรณีที่มีอาการแพ้ยานี้จะพบอาการผื่นคันเกิดขึ้นตามตัวหรือมีลักษณะเป็นลมพิษ บวมตาม ร่างกาย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก

กรณีผู้ที่ได้รับยานี้เกินขนาดเช่น รับประทานยานี้เกินคำสั่งของแพทย์ อาจพบอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ หัวใจเต้นเร็ว ชีพจรเต้นผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระสับกระ ส่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ ผู้ป่วยบางรายอาจพบอาการทางจิตเช่น มีอาการประสาทหลอน บางรายอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายล้มเหลว/หัวใจล้มเหลว เกิดลมชัก มีภาวะโคม่า จนถึงขั้นหยุดหายใจ

หากพบอาการแพ้ยาหรือได้รับยาเกินขนาดต้องรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน ซึ่งแพทย์จะรักษาผู้ป่วยตามอาการด้วยหัตถการทางการแพทย์ที่เหมาะสม

มีข้อควรระวังการใช้เฟกโซเฟนาดีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยากับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานยาด้วยตนเอง
  • ระวังการใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมาสนับสนุนอย่างเพียงพอ
  • แพทย์จะปรับขนาดการรับประทานสำหรับการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคไต
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยานี้พร้อมอาหารรวมถึงเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้ต่างๆและเครื่อง ดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • ระหว่างการใช้ยานี้หากมีอาการวิงเวียน ง่วงนอน ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะหรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลต่างๆ
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุv

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาเฟกโซเฟนาดีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

เฟกโซเฟนาดีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาเฟกโซเฟนาดีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นเช่น

  • การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยา Erythromycin และ Ketoconazole อาจทำให้ระดับของยาเฟกโซเฟนาดีนในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น จนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงติดตามมา หากจำเป็น ต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียม (เช่น Aluminium hydroxide) และแมกนีเซียม (เช่น Maxnesium hydroxide) เป็นส่วนประกอบ จะทำให้ระดับยาในกระแสเลือดของเฟกโซเฟนาดีนลดลงไปและส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษา หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ควรรับประทานเฟกโซเฟนาดีนก่อนยาลดกรดเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
  • การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยา Rifampin อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาเฟกโซเฟนาดีนด้อยลงไป การใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยา Quinapril (ยาลดความดันโลหิต) จะเกิดการรวมตัวของยาทั้ง 2 กลุ่มในช่องทางเดินอาหาร จึงสามารถลดการดูดซึมและรบกวนการออกฤทธิ์ของยาเฟกโซเฟนาดีน เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวควรเว้นระยะเวลาของการรับประทานให้ห่างกัน 2 - 3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

ควรเก็บรักษาเฟกโซเฟนาดีนอย่างไร?

ควรเก็บยาเฟกโซเฟนาดีนภายใต้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่อง แช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

เฟกโซเฟนาดีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเฟกโซเฟนาดีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Bosnum (บอสนัม) Unison
Fenafex (เฟนาเฟกซ์) Sriprasit Pharma
Fexofast-180 (เฟกโซฟาส-180) Eurodrug
Fexotine (เฟกโซทีน) Farmaline
Telfast (เทลฟาส) sanofi-aventis
Tofexo (ทูเฟกโซ) T. O. Chemicals
Vifas (วีฟาส) Siam Bheasach

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Fexofenadine [2015,July18]
  2. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Telfast/?type=full#Indications [2015,July18]
  3. http://www.drugs.com/cdi/fexofenadine.html [2015,July18]
  4. http://www.drugs.com/drug-interactions/fexofenadine-index.html?filter=2&generic_only= [2015,July18]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน sirikul artthat39
Frame Bottom