Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

หลอดเลือด  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ตะคริว 

บทนำ

ยาเพนท็อกซิฟิลลีน (Pentoxifylline) เป็นยาในกลุ่มอนุพันธ์แซนทีน (Xanthine) ทางคลิ นิกได้นำยานี้มารักษาอาการปวด เป็นตะคริว และการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อซึ่งเกิดระหว่างการออกกำลังกายเช่น การเดิน เมื่อพักสักครู่อาการก็จะดีขึ้น สาเหตุมักมาจากเส้นเลือดแดงฝอยที่ไปเลี้ยงอวัยวะ/กล้ามเนื้อของร่างกายทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ยังนำไปใช้รักษาภาวะสมองเสื่อม เนื่องจากมีเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ รวมถึงอาการป่วยจากโรคต่างๆอาทิเช่น โรคผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของอวัยวะเพศชาย (Peyronie’s disease), โรคเลือดชนิดหนึ่ง (Sickle cell disease), โรคก้อนเนื้ออักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุที่เกิดในอวัยวะต่างๆมักพบเกิดที่ปอด (Sarcoido sis), โรคเส้นประสาท (Peripheral neuropathy) และเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยานี้เป็นลักษณะของยารับประทาน ซึ่งยาเพนท็อกซิฟิลลีนสามารถดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารได้ประมาณ 10 - 30% ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 0.4 - 0.8 ชั่วโมงเพื่อกำจัดปริมาณยา 50% ออกจากกระแสเลือด สำหรับยาบางส่วนที่ถูกเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเคมีโดยตับจะต้องใช้เวลาการกำจัดเพิ่มเป็นประมาณ 1 - 1.6 ชั่วโมง

เราสามารถพบการใช้ยานี้ได้ตาสถานพยาบาลต่างๆและมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป ประ การสำคัญผู้ป่วยที่ใช้ยานี้จะต้องรับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้นห้ามปรับขนาดการใช้ยานี้ด้วยตนเอง

เพนท็อกซิฟิลลีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

เพนท็อกซิฟิลลีน

ยาเพนท็อกซิฟิลลีนมีสรรพคุณดังนี้เช่น

เพนท็อกซิฟิลลีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาเพนท็อกซิฟิลลีนคือ ตัวยาจะทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบที่ผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการขยายตัวและลดอาการเกร็งตัวของหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับทำให้อวัยวะต่างๆได้รับออกซิเจนจากเม็ดเลือดได้อย่างเพียงพอ จากกลไกนี้จึงทำให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ

เพนท็อกซิฟิลลีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเพนท็อกซิฟิลลีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดชนิดรับประทานขนาด 400 มิลลิกรัม/เม็ด

เพนท็อกซิฟิลลีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาเพนท็อกซิฟิลลีนมีขนาดรับประทานดังนี้เช่น

  • เพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเช่น แขน ขา
  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละ 3 ครั้งเช้า - กลางวัน - เย็น โดยรับประทานพร้อมอาหาร ควรรับประทานยาต่อเนื่องอย่างน้อยเป็นเวลา 8 สัปดาห์หรือตามคำสั่งแพทย์
  • เด็ก: ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงผลการรักษาและผลข้างเคียงของยานี้ในเด็ก การใช้ยานี้ในเด็กจึงขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

*****หมายเหตุ:

• ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาหรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาเพนท็อกซิฟิลลีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

  • ประวัติแพ้ยาทุกชนิดเช่น กินยาแล้วคลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือแน่นหายใจติดขัด/หายใจลำบาก
  • มีโรคประจำตัวต่างๆรวมทั้งกำลังกินยาอะไรอยู่ เพราะยาเพนท็อกซิฟิลลีนอาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กินอยู่ก่อน
  • หากเป็นสุภาพสตรีควรแจ้งว่าอยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เพราะยาหลายประเภทสามารถผ่านทางน้ำนมหรือรกและเข้าสู่ทารก จนก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้
  • หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

    หากลืมรับประทานยาเพนท็อกซิฟิลลีนสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียง กับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

    เพนท็อกซิฟิลลีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

    ยาเพนท็อกซิฟิลลีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ได้ดังนี้เช่น มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ตัวบวม ความดันโลหิตต่ำ เบื่ออาหาร ท้องผูก ปากแห้ง กระหายน้ำ วิตกกังวล สับสน ซึมเศร้า มีอาการชัก คัดจมูก คล้ายเป็นไข้หวัด เกิดอาการผื่นคัน ลม พิษ ผิวหนังบวมแดง ตาพร่า ปวดหู การรับรสชาติเปลี่ยนไป ในผู้ป่วยบางรายอาจพบอาการเจ็บหน้า อก หัวใจเต้นเร็วหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดภาวะดีซ่าน ตรวจเลือดอาจพบค่าเอนไซม์ในตับเพิ่มขึ้น เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติและเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ

    สำหรับผู้ที่รับประทานยานี้เกินขนาดจะพบอาการเช่น หน้าแดง ความดันโลหิตต่ำ ชัก หมดสติ มีไข้ หากพบอาการดังกล่าวต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที การดูแลรักษาแพทย์จะใช้วิธีล้างท้องและให้รับประทานยาถ่านกัมมันต์ร่วมกับการควบคุมสัญญาณชีพของผู้ป่วยให้เป็นปกติโดยเร็ว

    มีข้อควรระวังการใช้เพนท็อกซิฟิลลีนอย่างไร?

    มีข้อควรระวังการใช้เพนท็อกซิฟิลลีนดังนี้เช่น

    ***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาเพนท็อกซิฟิลลีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

    เพนท็อกซิฟิลลีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

    ยาเพนท็อกซิฟิลลีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้เช่น

    ควรเก็บรักษาเพนท็อกซิฟิลลีนอย่างไร?

    สามารถเก็บยาเพนท็อกซิฟิลลีนภายใต้อุณหภูมิห้องที่เย็น ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือรถยนต์

    เพนท็อกซิฟิลลีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

    ยาเพนท็อกซิฟิลลีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

    ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
    Cerator (เซเรเตอร์)Unison
    Ceretal (เซเรทัล)Taiwan Biotech
    Flexital CR (เฟลคซิทัล)Sun Pharma
    Trental 400 (เทรนทัล 400)Sanofi-aventis
    Trepal-400 (ทรีพอล-400)Okasa Pharma

    บรรณานุกรม

    1. http://en.wikipedia.org/wiki/Pentoxifylline[2015,April4]
    2. http://www.mims.com/Thailand/drug/search/?q=pentoxifylline [2015,April4]
    3. http://www.mims.com/USA/drug/info/pentoxifylline/ [2015,April4]
    4. http://www.drugs.com/drug-interactions/pentoxifylline.html [2015,April4]
    5. http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/meds/a685027.html#storage-conditions [2015,April4]



    สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน oat2539
    Frame Bottom