Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เท้า  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แผลที่เท้าจากเบาหวาน 

บทนำ

ยาเบคาเพลร์มิน(Becaplermin) เป็นสารประเภทโปรตีนที่พบมากในเกล็ดเลือด(Platelet derived growth factor/PDGF) มีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกายที่ได้รับความเสียหาย นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เทคนิคพันธุวิศวกรรมโดยนำสารพันธุกรรม (B chain)จากเกล็ดเลือดมาตัดต่อและบรรจุเข้าในเชื้อยีสต์(Yeast) ทำให้ยีสต์ดังกล่าวสร้าง PDGF ขึ้นมาและตั้งชื่อว่า ‘Becaplermin’ ด้วยคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาทางคลินิกได้นำสาร/ยาเบคาเพลร์มินมาเป็นยาบำบัดรักษาแผลบริเวณเท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน (Diabetic foot ulcers) จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยด้วยแผลเบาหวานบริเวณเท้าที่ได้รับยาเบคาเพลร์มินจะมีการซ่อมแซมบาดแผลได้อย่างรวดเร็วภายใน 6 สัปดาห์

อย่างไรก็ตามมีข้อห้ามใช้ยาเบคาเพลร์มินกับแผลผิวหนังที่เกิดจากมะเร็งผิวหนัง(Skin cancer)

สำหรับรูปแบบเภสัชภัณฑ์ของยาเบคาเพลร์มิน เป็นแบบเจลทาเฉพาะภายนอก การใช้ยาเบคาเพลร์มินทาแผลที่เท้าแต่ละครั้งยังต้องอาศัยหัตถการที่เหมาะสมที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อที่บาดแผลขณะใช้ยานี้ เช่น

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนเปิดใช้ยาชนิดนี้
  • ห้ามใช้ปลายหลอดยานี้สัมผัสกับบาดแผลโดยตรง
  • การทายานี้ควรใช้ไม้พันสำลีที่ปราศจากเชื้อป้ายยาแล้วทาลงที่บาดแผล
  • ผู้ป่วยต้องเรียนรู้วิธีทำความสะอาดแผลระหว่างที่ทายาชนิดนี้จาก แพทย์ พยาบาล จนเข้าใจดีและสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องในการใช้ยานี้

อนึ่ง ประเทศในแถบอาเซียนที่พบเห็นการใช้ยาชนิดนี้ คือ พม่า และน่าจะมีแนวโน้มการจัดจำหน่ายยาเบคาเพลร์มินในอีกหลายประเทศ

เบคาเพลร์มินมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

เบคาเพลร์มิน

ยาเบคาเพลร์มินมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ คือ

เบคาเพลร์มินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

PDGF /ยาเบคาเพลร์มินเป็นสารประเภทโปรตีนชีวภาพ โดยมีกลไกการออกฤทธิ์คือ ตัวยาจะเข้าจับกับตัวรับ(Receptor)ที่ชื่อ PDGF receptor ในบริเวณผิวเซลล์ จึงทำให้เกิดการแบ่งตัวและซ่อมแซมเนื้อเยื่อของบาดแผลเบาหวานได้ตามสรรพคุณ

เบคาเพลร์มินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเบคาเพลร์มินมีรูปแบบการจัดจำหน่าย เช่น

  • ยาเจลทาภายนอก ที่ประกอบด้วยตัวยา Becaplermin ขนาด 100 ไมโครกรัม/เจล 1 กรัม

เบคาเพลร์มินมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาเบคาเพลร์มินมีขนาดการบริหารยา/ใช้ยา เช่น

ก. ผู้ใหญ่: ทายาวันละ 1 ครั้ง ตามคำสั่งแพทย์

ขั้นตอนการทายาให้ปฏิบัติดังนี้:

ข. เด็ก: ทางคลินิก ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลด้าน ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และขนาดยานี้ในเด็ก

อนึ่ง:

  • ในเบื้องต้น ผู้ป่วยควรมารับการทำแผลที่สถานพยาบาล และเรียนรู้วิธี การทำแผลด้วยตนเองได้อย่างถูกต้องเสียก่อน จึงจะสามารถกลับมาทำแผลที่บ้าน

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยา ควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาเบคาเพลร์มิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมทายาควรทำอย่างไร?

กรณีลืมทายาเบคาเพลร์มิน สามารถใช้ยาทันทีที่นึกขึ้นได้ หากเวลาใกล้เคียงกับการใช้ยาในครั้งถัดไป ห้ามเพิ่มขนาดการใช้เป็น 2 เท่า ให้ทายาที่ขนาดปกติเท่านั้น

อนึ่ง ผู้ป่วยสามารถขอคำปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าว่า กรณีที่ลืมทายานี้ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

เบคาเพลร์มินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

เท่าที่มีรายงาน อาการไม่พึงประสงค์จากยา(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)จากการใช้ยาเบคาเพลร์มิน จะเป็นไปในลักษณะของการติดเชื้อที่บาดแผลที่ป้ายยานี้ ทั้งนี้อาจเกิดจากการปนเปื้อนของแบคทีเรียขณะทายา

มีข้อควรระวังการใช้เบคาเพลร์มินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้เบคาเพลร์มิน เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้กับบาดแผลที่เกิดจากมะเร็งผิวหนัง
  • ห้ามใช้ยานี้ทาบาดแผลที่เป็นแผลอื่นๆ รวมถึงแผลเย็บ(เช่น แผลผ่าตัด) ซึ่งไม่ใช่แผลจากโรคเบาหวาน
  • การใช้ยานี้กับ สตรีมีครรภ์ สตรีในภาวะให้นมบุตร และเด็ก ให้เป็นไปตามดุลยพินิจ ของแพทย์เท่านั้น
  • ห้ามให้ยานี้เข้าตา
  • ห้ามรับประทาน
  • ห้ามใช้ป้ายแผลสด
  • การทายานี้ต้องใช้เทคนิคที่ป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรค ผู้ที่จะใช้ยานี้ต้องได้รับการฝึกฝนจาก แพทย์/ พยาบาลมาจนชำนาญ
  • ห้ามปรับขนาดการใช้ยานี้ด้วยตนเอง
  • หากพบการติดเชื้อที่บริเวณบาดแผลที่ทายา ให้รีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว
  • ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล เภสัชกร อย่างเคร่งครัด และมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามแพทย์นัดหมายทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาเบคาเพลร์มินด้วย) ยาแผนโบราณ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

เบคาเพลร์มินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาเบคาเพลร์มินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

ควรเก็บรักษาเบคาเพลร์มินอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาเบคาเพลร์มิน ดังนี้ เช่น

  • เก็บยาภายในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส(Celsius)
  • ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งตู้เย็น
  • เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสง/แสงแดด ความร้อนและความชื้น
  • ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์
  • ไม่เก็บยาที่หมดอายุ
  • ไม่ทิ้งยาลงใน แม่น้ำ คูคลอง ตามธรรมชาติ

เบคาเพลร์มินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเบคาเพลร์มิน มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
REGRANEX (รีกราเน็กซ์)OMJ Pharmaceuticals, Inc.
Regrel (รีเกรล)Mega Lifesciences

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Becaplermin [2018,Sept15]
  2. https://www.drugbank.ca/drugs/DB00102 [2018,Sept15]
  3. www.fda.gov/downloads/Drugs/DrugSafety/PostmarketDrugSafetyInformationforPatientsandProviders/UCM142821.pdf [2018,Sept15]
  4. https://www.mims.com/myanmar/drug/info/regrel?type=full [2018,Sept15]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน sirikul artthat39
Frame Bottom