Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ตับ  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เจ็บใต้ชายโครงขวา 

บทนำ

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง(Benign liver tumor) คือก้อนเนื้อที่พบในตับเป็นก้อนเนื้อที่ไม่ใช่ก้อนเนื้อมะเร็ง กล่าวคือ ไม่ใช่มะเร็งตับ และไม่ใช่ก้อนเนื้อมะเร็งชนิดอื่นที่แพร่กระจายสู่ตับ(Liver metastasis)

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งต่อไปในบทความนี้ขอเรียกว่า “เนื้องอกตับฯ” เป็นโรค/ภาวะที่พบได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับบ่อยนัก มักพบโดยบังเอิญโดยผู้ป่วยไม่มีอาการจากเนื้องอกฯนี้ แต่ได้รับตรวจภาพช่องท้องด้วย อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ เพื่อการวินิจฉัยโรคอื่นๆ เช่น การตรวจโรคของถุงน้ำดี การตรวจวินิจฉัยระยะโรคมะเร็งชนิดต่างๆ(เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด ที่อาจแพร่กระจายมาตับ หรือจากการวินิจฉัยโรคปอด หรือโรคไต ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มักจะเห็นภาพตับร่วมไปด้วย

เนื้องอกตับฯ พบได้ใน ทุกเพศ ทุกวัย แต่สถิติการเกิดจะไม่แน่นอน เพราะผู้ป่วยมักไม่มีอาการ ดังนั้นสถิติจึงต่างกันในแต่ละโรงพยาบาล หรือในแต่ละประเทศ ขึ้นกับว่าสถานพยาบาลใดมีการตรวจ อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ เอมอาร์ไอ ของช่องท้องในจำนวนมากหรือน้อย และตรวจด้วยข้อบ่งชี้อะไร เช่น รายงานหนึ่งจากสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 2010(พ.ศ. 2553) พบว่า ในผู้ป่วย1,000รายที่ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องด้วยสาเหตุอื่น พบเนื้องอกตับฯโดยบังเอิญได้ 230 ราย เป็นต้น

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งมีกี่ชนิด?

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งแบ่งได้เป็น 2 ชนิดหลัก คือ ชนิดเป็นก้อนเนื้อ (Solid lesion) และชนิดเป็นถุงน้ำ (Cystic lesion หรือ Liver cyst)

ก. เนื้องอกตับฯชนิดเป็นก้อนเนื้อ: แบ่งได้เป็นหลายชนิดย่อย ได้แก่

ข.เนื้องอกตับฯชนิดเป็นถุงน้ำ: แบ่งได้เป็นหลายชนิด ได้แก่

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งมีสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงเกิดจากอะไร?

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงการเกิดเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง มีได้หลากหลาย เช่น

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งมีอาการอย่างไร?

โดยทั่วไป เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง มักไม่มีอาการ แพทย์ตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจภาพตับทางรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวด์ช่องท้องจากการตรวจวินิจฉัยโรคอื่นๆที่ไม่ใช่โรคตับ เช่น การตรวจหาระยะโรคมะเร็งชนิดต่างๆ

แต่เมื่อมีอาการ ที่อาจพบได้เมื่อก้อนเนื้องอกตับฯโตเกิน 5ซม. ที่ทำให้เกิดภาวะตับโตจนไป กด เบียด ทับ อวัยวะข้างเคียง เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ กะบังลม ปอด ซึ่งเมื่อมีอาการ อาการโดยทั่วไปที่พบได้ ได้แก่

ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ทุกคนควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอเมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆดังกล่าวในหัวข้อ “อาการฯ”และถ้าอาการไม่ดีขึ้น ใน 2-3 วันหลังการดูแลตนเองในเบื้องต้น แต่ถ้าอาการเลวลง หรืออาการเป็นมาก ก็ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล ไม่ควรรอเวลา

แพทย์วินิจฉัยเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยเนื้องอกตับฯได้จาก ประวัติอาการ ประวัติการเจ็บป่วยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประวัติการบริโภคยาต่างๆ อายุ เพศ การตรวจร่างกาย การตรวจคลำตับจากการตรวจคลำช่องท้อง การตรวจเลือดดูค่าเอนไซม์การทำงานของตับในเลือด และที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจภาพตับจากการตรวจด้วย อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ ทั้งนี้ การวินิจฉัยชนิดของเนื้องอกตับฯ มักไม่มีการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา หรือการเจาะ/ดูดเซลล์จากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางเซลล์วิทยา เพราะจะเสี่ยงต่อภาวะตกเลือดจากแผลตัดชิ้นเนื้อหรือจากแผลเจาะ/ดูดเซลล์จากก้อนเนื้อ จนอาจถึงช็อก และเสียชีวิตได้ ดังนั้นการวินิจฉัยที่แน่นอนของเนื้องอกตับฯมักได้ภายหลังจากการผ่าตัดรักษาก้อนเนื้อเหล่านี้ แล้วจึงตรวจก้อนเนื้อที่ได้จากการผ่าตัดทางพยาธิวิทยา

รักษาเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งอย่างไร?

การรักษาเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง แพทย์จะคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ ดังนี้ คือ ผู้ป่วยมีอาการหรือไม่ ก้อนเนื้อนี้จากการวินิจฉัยน่าจะเป็นเนื้องอกชนิดใด มีโอกาสเปลียนเป็นมะเร็งตับได้สูงหรือไม่ ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กหรือขนาดโตมากกว่า 5 ซม. ก้อนเนื้ออยู่ในตำแหน่งของตับที่ผ่าตัดได้หรือไม่ (การผ่าตัด จะทำได้โดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เช่น การตกเลือดจากแผลผ่าตัดจากก้อนเนื้อที่อยู่ติดหลอดเลือด) สุขภาพผู้ป่วยแข็งแรงพอที่จะรับการผ่าตัดตับซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่หรือไม่ และถ้าไม่ผ่าตัดรักษา ผู้ป่วยจะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากก้อนเนื้อแตกที่ส่งผลให้ตกเลือดจนอาจช็อกได้ต่ำหรือสูง ซึ่งเมื่อประมวลปัจจัยแล้ว แพทย์จะปรึกษาร่วมกันกับผู้ป่วยและครอบครัวผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นกรณีๆไป

ก. การรักษาเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งในผู้ป่วยไม่มีอาการ และมีก้อนเนื้อขนาดเล็ก แพทย์มักแนะนำ เป็นการเฝ้าติดตาโรคโดย การติดตามจาก อาการผู้ป่วย การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดดูค่าเอนไซม์การทำงานของตับ และการถ่ายภาพตับด้วยอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เป็นระยะๆตามดุลพินิจของแพทย์ ร่วมกับการหยุดยา หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นปัจจัยกระตุ้นการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อ และจะพิจารณาการผ่าตัดต่อเมื่อก้อนเนื้อมีการโตเร็ว

ข. การรักษาเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งกรณีมีอาการ ที่มักเกิดจากขนาดก้อนที่โต แพทย์มักแนะนำการผ่าตัดก้อนเนื้อออก

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ แต่พบได้ไม่บ่อยนักจากการมีก้อนเนื้อไม่ใช่มะเร็งในตับ คือ การตกเลือดเข้าในช่องท้องจากก้อนเนื้อแตก เลือดจากแผลในก้อนเนื้ออาจออกมาก ออกไม่หยุด ผู้ป่วยจึงอาจช็อก จนเสียชีวิตได้

อีกประการคือ ก้อนเนื้อบางชนิด เช่น ชนิด HCA จะกลายเป็นมะเร็งตับได้ แต่พบได้น้อย ประมาณ 5% ซึ่งก้อนเนื้อส่วนใหญ่ ไม่เปลี่ยนเป็นมะเร็ง

เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โดยทั่วไปเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งมีการพยากรณ์โรคที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีการรักษา เพราะส่วนใหญ่ไม่ก่ออาการ ยกเว้นผู้ป่วยบางรายส่วนน้อยที่อาจเกิดผลข้างเคียงจากการตกเลือดเข้าช่องท้องจากกการแตกของก้อนเนื้อที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะช็อก จนอาจเสียชีวิตได้

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง ได้แก่

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไร?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

  • มีอาการผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ “อาการฯ” โดยไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการ
  • อาการต่างๆเลวลงในกรณีที่มีอาการอยู่ก่อนแล้ว เช่น แน่นอึดอัดท้องมากขึ้น
  • เมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันเนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็งอย่างไร?

เมื่อดูจากสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง เนื้องอกตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง มีบางชนิดเท่านั้นที่ป้องกันได้ คือ ชนิดปัจจัยเสี่ยงเกิดจากกการบริโภคฮอร์โมนเพศต่อเนื่อง

การป้องกันเนื้องอกตับฯสาเหตุจากฮอร์โมนเพศ คือ การบริโภคฮอร์โมนเพศต่างๆที่รวมถึงยาเม็ดคุมกำเนิด ควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค และต้องใช้ในปริมาณและระยะเวลาตามแพทย์และตาเอกสารกำกับยาแนะนำเสมอ รวมถึงการควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกิดโรคอ้วน ที่เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้

นอกจากนี้ การป้องกันไม่ให้ก้อนเนื้อโตเร็วเมื่อมีก้อนเนื้อตับชนิดไม่ใช่มะเร็ง คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นให้ก้อนเนื้อโตเร็ว เช่น การบริโภคฮอร์โมนเพศ และต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์เสมอ กรณีที่เป็นผู้หญิงและต้องการมีบุตร

บรรณานุกรม

  1. Chiche, L., and Adam,Jean-Phillippe. (2013). Semin Liver Dis. 33, 236-247
  2. Marrero,J., Ahn,J., and Reddy, K.(2014). Am J Gastroenterol. http://www.grupuge.com.pt/uploads/ACG_Guideline_Focal_Liver_Lesions_September_2014.pdf
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Liver_tumor [2017,July8]
  4. http://www.cpmc.org/advanced/liver/patients/topics/noncancerous-lesions-profile.html[2017,July8]
  5. http://www.britishlivertrust.org.uk/liver-information/liver-conditions/benign-tumours-and-cystic-disease/[2017,July8]
  6. http://atlasgeneticsoncology.org/Tumors/LiverOverviewID5273.html[2017,July8]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom