Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เซลล์เนื้อเยื่อผิวหนังอักเสบ 

บทนำ

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) เป็นการอักเสบเฉียบพลันจากการติดเชื้อของผิวหนังในชั้นหนังแท้และในเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง เป็นโรคที่พบบ่อยและพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย พบได้ในทุกตำแหน่งของผิวหนัง แต่จะพบบ่อยบริเวณส่วนรยางค์ (Appendage คือส่วนที่ยื่นออก มาจากลำตัวได้แก่ ขา แขน) ของร่างกายโดยขาจะพบได้บ่อยกว่าแขน

อะไรเป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ?

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบโดยทั่วไปเกิดจากการติดเชื้อประเภทแบคทีเรีย เชื้อที่พบบ่อยคือเชื้อ Streptococcus spp./Species และ Staphylococcus spp. ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถพบได้เป็นปกติบริเวณผิวหนังโดยไม่ก่อโรค แต่เมื่อคนไข้มีการบาดเจ็บที่ผิวหนังมีรอยแตกแยกที่ผิวหนังเกิดขึ้น จึงทำให้เชื้อเหล่านี้เข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกและมีการเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดการติดเชื้อ

อย่างไรก็ตามเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มอื่นๆก็เป็นสาเหตุของเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้แต่พบได้น้อยกว่า และประวัติอาชีพ หรือการสัมผัสต่อสภาพแวดล้อมต่างๆเช่น การเลี้ยงสัตว์ การสัมผัสน้ำทะเล อาจมีประโยชน์ต่อการสงสัยชนิดเชื้อแบคทีเรียที่แตกต่างออกไปเช่น การถูกแมวกัดที่แผลมักติดเชื้อชนิด Pasteurella multocida เป็นต้น

อนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้แก่

1. การมีแผลเกิดใหม่ที่ผิวหนัง

2. การมีผื่นหรือรอยโรคเดิมที่ผิวหนังเช่น รอยโรคจากเชื้อราหรือจากแมลงกัด

3. มีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน, โรคมะเร็ง

4. มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคบกพร่องเช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันฯ, ผู้ป่วยโรคเอดส์

5. มีประวัติการใช้เข็มฉีดยา

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบเกิดได้อย่างไร?

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมักพบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจากบริเวณที่ผิวหนังมีรอยแตก รอยแยก หรือรอยแผลเช่น มีการบาดเจ็บ มีผื่น ทำให้เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกและก่อให้เกิดการติดเชื้อขึ้น อย่างไรก็ตามบางครั้งเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบก็ไม่สามารถพบแผลหรือรอยแตกรอยแยกใดที่จะเป็นช่องทางเข้าของเชื้อ อาจเนื่องจากมีแค่การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในระดับที่ตาเปล่าไม่สามารถมองเห็น หรือเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคที่มีความรุนแรงสูง นอกจากนั้นอาจพบการเกิดเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบจากการติดเชื้อผ่านทางกระแสเลือดที่ได้รับเชื้อมาจากบริเวณอื่นของร่างกายเช่น การอักเสบติดเชื้อของกระดูกและไขกระดูก (Osteomyelitis) หรือจากการมีโพรงหนองบริเวณถุงผนังลำไส้ใหญ่ (Diverticular Abscesses)

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมีอาการอย่างไร?

ผิวหนังที่มีการติดเชื้อ/เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบจะมีอาการเจ็บ ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่มี การติดเชื้อ ขอบเขตของรอยโรคมองดูไม่ชัดเจน มักพบมีการติดเชื้อบริเวณแขน ขา โดยจะพบที่ขาได้บ่อยกว่าที่แขน

ผู้ป่วยเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมักมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว ร่วมด้วยกับอาการทางผิวหนัง อาจมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตกดเจ็บเช่น ในกรณีที่ติดเชื้อบริเวณขา ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบอาจโต บวม อาจเจ็บและคลำพบได้

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบติดต่อกันได้ไหม?

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบเป็นโรคที่ไม่ติดต่อจากบุคคลสู่บุคคลเนื่องจากเป็นการติดเชื้อที่ผิว หนังในชั้นลึก และโดยทั่วไปคนเราจะมีผิวหนังชั้นนอกที่ปกติปกคลุมป้องกันอยู่ นอกจากนั้นเชื้อที่ทำให้เกิดเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้บ่อยก็เป็นเชื้อที่สามารถพบได้อยู่แล้วบนผิวหนังชั้นนอกสุดปกติของมนุษย์

แพทย์วินิจฉัยเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้อย่างไร?

โดยทั่วไปแพทย์วินิจฉัยเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบตามอาการผู้ป่วยร่วมกับการตรวจทางห้อง ปฏิบัติการเพิ่มเติมเช่น ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC: Complete blood count) ส่งเพาะเชื้อจากหนองหรือจากสารคัดหลั่งบริเวณบาดแผล (Swab culture) ในรายที่อาการรุนแรงอาจส่งตรวจเลือดเพาะเชื้อ (Blood culture) เพื่อดูการติดเชื้อในกระแสเลือด (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ)

นอกจากนี้อาจมีการส่งตรวจภาพรอยโรคทางรังสีวิทยาเช่น อาจส่งตรวจเอกซเรย์เมื่อสงสัยมีวัตถุแปลกปลอมในเนื้อเยื่อที่อักเสบ หรืออาจส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เมื่อสงสัยภาวะแทรก ซ้อนเช่น การเกิดโพรงหนองในเนื้อเยื่อผิวหนังและ/หรือในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง หรือสงสัยมีการติดเชื้อที่กระดูก (กระดูกอักเสบ)

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

เมื่อมีแผลที่ผิวหนังที่อาการแย่ลงหรือที่มีอาการปวด บวม แดง บริเวณผิวหนังนั้นๆร่วมด้วย ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล

รักษาเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบอย่างไร?

แนวทางการรักษาเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้แก่

1. การใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือชนิดฉีดอย่างรวดเร็วตามความเหมาะสมกับความรุนแรงของอาการและชนิดของเชื้อแบคทีเรีย

2. ในรายที่มีไข้หรือมีอาการปวดร่วมด้วย ผู้ป่วยควรได้รับยาลดไข้ ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

3. ผู้ป่วยควรยกอวัยวะส่วนที่ติดเชื้อขึ้นสูงกว่าพื้นราบเช่น หนุนขาข้างมีรอยโรคให้สูงด้วยหมอนรองเพื่อช่วยลดอาการบวม

4. หากมีผื่นหรือมีแผลที่ผิวหนังควรมีการดูแลรักษาที่เหมาะสมเช่น มีการทำความสะอาดแผลและทำแผล รวมทั้งมีการรักษารอยโรคเดิมที่ผิวหนังเช่น ในคนไข้ที่มีเชื้อราหรือผื่นผิวหนังอักเสบอื่นๆทั้งนี้ควรดูแลตามคำแนะนำของแพทย์พยาบาลที่ดูแลรักษา

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบคือ จะเป็นโรคที่ร้ายแรงได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะเชื้อแบคทีเรียอาจมีการกระจายทางท่อน้ำเหลืองและอาจลุกลามกระจายเข้าไปในกระแสเลือดจนทำให้ผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) ที่เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำหรือบกพร่องเช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคอ้วน แต่โดยทั่วไปหากได้รับยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อ อาการผู้ป่วยจะดีขึ้นในระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมงหลังได้รับยาปฏิชีวนะนั้น

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบก่อผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบเช่น

1. การเกิดโพรงหนอง (Abscess formation) ในเนื้อเยื่อชั้นผิวหนังและ/หรือเนื้อเยื่อต่างๆ ชั้นลึกใต้ผิวหนัง

2. การติดเชื้อลุกลามไปที่กล้ามเนื้อและที่กระดูก

3. ในรายที่มีการติดเชื้อบริเวณรอบตาอาจมีการลุกลามของเชื้อจากตาเข้าไปในสมอง ส่งผลให้เกิดสมองอักเสบและ/หรือฝีในสมอง

4. การติดเชื้อเข้ากระแสเลือด (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยอาจถึงแก่เสียชีวิตได้

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีแผลที่สำคัญเช่น

1. หากมีผื่นหรือแผลที่ผิวหนังควรมีการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับความรุนแรงของรอยโรคเช่น ถ้ารอยโรคไม่มากเพียงแผลถลอกสามารถดูแลตนเองในเบื้องต้นได้ แต่ถ้าแผลไม่ดีขึ้นหรือลุกลามมากขึ้นหลังดูแลตนเอง หรือแผลรุนแรงตั้งแต่แรกเช่น แผลฉีกขาดมาก แผลลึก แผลสกปรก ควรรีบไปโรงพยาบาลตั้งแต่แรก

2. ในผู้ป่วยที่ผิวแห้งควรมีการทาผิวด้วยสารที่ให้ความชุ่มชื้นผิว (Moisturizer) ชนิดต่างเช่น น้ำ มัน (Oil), โลชั่น (Lotion), ครีมเบส (Cream base), ปิโตเลียมเจล (Petroleum jelly) เพื่อให้ผิวไม่แห้งและถูกทำลายได้ง่าย

3. หากผิวหนังมีอาการ บวม แดง ร้อน และดูมีแนวโน้มจะลุกลามมากขึ้นควรรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เพราะในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสมแผลจะสามารถหายเป็นปกติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ส่วนการดูแลเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบหลังพบแพทย์แล้วคือ

1. ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำ

2. กินยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ไม่หยุดยาเอง ไม่ขาดยา

3. ดูแลรักษาความสะอาดแผล/รอยโรคตามคำแนะนำของแพทย์พยาบาลอย่างเคร่งครัด

4. พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้อย่างไร?

วิธีป้องกันเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้แก่

บรรณานุกรม

  1. Lowell A.Goldsmith,Stephen I.Katz,BarbaraA.Gilchrest,Amy S.Paller,David J.Leffell,Klaus Wolff.Fitzpatrick Dermatology in general medicine .eight edition.McGraw hill.
  2. http://patient.info/health/cellulitis-and-erysipelas-leaflet [2015,Feb13]
  3. http://emedicine.medscape.com/article/214222-overview [2015,Feb13]
  4. ปรียากุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน phusauam222 konsongsai2017 zakg
Frame Bottom