Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

คอ  ระบบโรคติดเชื้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เชื้อราในช่องปาก 

บทนำ

เชื้อราช่องปาก (Thrush หรือ Oral thrush หรือ Oropharyngeal candidiasis หรือ Candidiasis of the mouth and throat) เป็นโรคที่เกิดจากช่องปากซึ่งในที่นี้รวมถึงช่องคอ/ลำคอ (คอหอยส่วนปากและคอหอย) และหลอดอาหาร ติดเชื้อราที่โดยทั่วไปคือเชื้อราชนิด Candida albicans ที่มักเรียกกันสั้นๆว่า Candida

เชื้อรา Candida เป็นเชื้อประจำถิ่นของผิวหนังและของเยื่อเมือกของช่องปาก ลำคอ และอาจรวมไปถึงหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ และที่อวัยวะเพศ ในภาวะร่างกายปกติเชื้อรานี้จะไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ถ้าเกิดการเสียสมดุลระหว่างเชื้อรานี้กับแบคทีเรียประจำถิ่น หรือจากร่างกายมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคที่ต่ำลง จะส่งผลให้เชื้อรานี้ทวีจำนวนขึ้นเป็นอย่างมากจนก่อ ให้เกิดเป็นการติดเชื้อ/เป็นโรคขึ้นได้ ซึ่งโรคจากติดเชื้อรานี้เรียกว่า “Candidiasis หรือ Moniliasis” ที่

ทั้งนี้ พบการติดเชื้อราช่องปากได้เรื่อยๆไม่บ่อยในทุกวัยตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงผู้สูงอา ยุ แต่พบได้บ่อยในทารกอายุน้อยกว่า 1 เดือน ในผู้สูงอายุ และในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านโรคที่บก พร่อง/ต่ำ แต่ไม่ค่อยพบในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว

เชื้อราช่องปากเกิดได้อย่างไร?

เชื้อราช่องปาก

เชื้อราช่องปากเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดเชื้อราช่องปาก?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดเชื้อราช่องปากคือ

เชื้อราช่องปากมีอาการอย่างไร?

อาการที่พบได้บ่อยจากการติดเชื้อราในช่องปากคือ การมีฝ้าสีขาวข้น เป็นมันที่เยื่อเมือกในช่องปาก ฝ้าคล้ายนมข้นบนเยื่อเมือกที่มีสีแดง มีเลือดออกได้เล็กน้อยเมื่อขูด/ลอกฝ้าออก ฝ้าเหล่านี้กระจายเป็นหย่อมๆ มักพบในบริเวณกระพุ้งแก้มและที่ลิ้นก่อน เมื่อเป็นมากจึงพบได้กับเนื้อเยื่อทุกส่วนของช่องปาก ลำคอ คอหอยส่วนปาก คอหอย และอาจลามลงไปถึงหลอดอาหาร ซึ่งในระยะแรกๆอาจไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย และถ้าไม่สังเกตก็อาจไม่เห็นฝ้าขาว

ถ้าเป็นมากขึ้นอาการอื่นๆที่พบร่วมได้คือ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

โรคเชื้อราช่องปากอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อลุกลามจนเสียชีวิต (ตาย) ได้ ดังนั้นเมื่อมีอา การดังกล่าวไม่ควรดูแลรักษาตนเอง ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ โดยเฉพาะเมื่อโรคเกิดในวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เพราะโดยทั่วไป ทั้ง 2 กลุ่มนี้มักไม่ติดเชื้อราในช่องปากยกเว้นกรณีมีโรคที่ส่งผลถึงภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำซ่อนเร้นอยู่

แพทย์วินิจฉัยเชื้อราช่องปากได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยเชื้อราช่องปากได้จากอาการ ประวัติทางการแพทย์ต่างๆเช่น โรคประจำตัว ยาต่างๆที่ใช้อยู่ การตรวจร่างกาย และการตรวจดูรอยโรคในช่องปาก ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสืบค้นอื่นเพิ่มเติม แต่บางครั้งอาจมีการขูดเอาฝ้าขาวไปส่องตรวจด้วยด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือการส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร ซึ่งอาจมีการตัดชิ้นเนื้อที่รอยโรคเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อหาสาเหตุของรอยโรคในหลอดอาหาร ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

รักษาเชื้อราช่องปากอย่างไร?

แนวทางการรักษาเชื้อราช่องปากคือ การรักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุหรือการหลีก เลี่ยงสาเหตุ การใช้ยาฆ่าเชื้อรา และการรักษาประคับประตองตามอาการ

ก. การรักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุหรือการหลีกเลี่ยงสาเหตุ: เช่น การรักษาควบคุมโรคเบาหวาน โรคเอดส์ โรคหืด, การหยุดใช้ยาสเตียรอยด์, การหยุดใช้ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น

ข. การใช้ยาฆ่าเชื้อรา: มียาหลายตัวที่ใช้ฆ่าเชื้อรานี้ได้เช่น ยา Gential violet, Clotrimazole, Nystatin, Ketoconazole, Posaconazole, Fluconazole, Amphotericin B ซึ่งยาเหล่านี้มีอยู่ได้หลายรูปแบบเช่น ยาทา ยาอม ยาบ้วนปาก ยากิน ยาเหน็บ และยาฉีด ทั้งนี้แพทย์จะเลือกใช้ยาใดและรูปแบบใดขึ้นกับตำแหน่งที่เกิดโรค ความรุนแรงของอาการ และดุล พินิจของแพทย์

ค. การรักษาประคับประคองตามอาการ:คือ มีอาการอย่างไรก็รักษาตามอาการนั้น เช่น ยาแก้เจ็บคอ การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆและทุกครั้งหลังการบริโภคทางปาก หรือถ้าเจ็บคอมากจนกินอาหารทางปากได้น้อย การรักษาคือการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ

นอกจากนั้นคือ การดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียงอย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้วถ้าไม่มีโรคที่แพทย์ให้จำกัดน้ำดื่ม และการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงเพิ่มภูมิคุ้มกันต้านทานโรคให้กับร่างกาย

เชื้อราช่องปากมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้เมื่อเกิดเชื้อราช่องปากคือ อาการเจ็บปาก/คอ การกลืนแล้วเจ็บที่ส่งผลให้กินอาหารได้น้อย ร่างกายจึงมักอ่อนเพลีย แต่ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ เชื้อราอาจลุกลามออกนอกช่องปาก ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อกับอวัยวะต่างๆได้ทั่วตัวเช่น ทาง เดินอาหาร ปอด สมอง เรียกว่า Systemic disease จนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต (ตาย) ได้

เชื้อราช่องปากมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของเชื้อราช่องปาก โดยทั่วไป เป็นโรครักษาได้หายภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยโรคมักจำกัดอยู่เฉพาะการติดเชื้อในช่องปากเท่านั้น แต่ในผู้มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำมาก เชื้ออาจลุกลามเป็นการติดเชื้อทั่วตัว ที่เป็นเหตุให้เสียชีวิต(ตาย)ได้

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นเชื้อราช่องปากหลังพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลแล้วคือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำ
  • กินยาใช้ยาต่างๆตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วนถูกต้องไม่ขาดยา ไม่หยุดใช้ยาเองถึงแม้อาการ จะดีขึ้น
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆและทุกครั้งหลังกินอาหาร อาจเป็นน้ำเกลือที่ใช้บ้วนปากจากโรงพยาบาล (Normal saline) หรือใช้เกลือละลายน้ำในสัดส่วนที่ไม่เค็มมากเช่น ใช้เกลือ ประมาณครึ่งช้อนชาต่อน้ำเปล่าสะอาดประมาณ 2 - 3 ลิตรโดยละลายใช้วันต่อวัน
  • รักษาความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้งหลังตื่นนอนเช้าและก่อนเข้านอน และใช้ไหมขัดฟัน (Dental floss) 1 ครั้งก่อนแปรงฟันก่อนนอน ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ และที่รสจืด (เช่น ยาสีฟันเด็ก) เพื่อลดอาการแสบช่องปากเมื่อแปรงฟัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารหวานเพราะจะทำให้เชื้อราเจริญได้ดี
  • ดูแลหัวนมทั้งของมารดาและหัวนมขวดนมลูกให้สะอาดอยู่เสมอ กรณีให้นมบุตรและ/หรือ กรณีโรคเกิดในเด็กที่ดื่มนมมารดาหรือดูดนมจากขวด
  • ไม่ซื้อยาต่างๆใช้เองโดยเฉพาะยาปฏิชีวนะและยาสเตียรอยด์โดยไม่ปรึกษาแพทย์เภสัชกรหรือพยาบาลก่อน
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง เพิ่มภูมิคุ้มกันต้าน ทานโรค
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันตามควรกับสุขภาพ
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้วป้องกันภาวะปากแห้งและเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำถ้าไม่มีโรคที่แพทย์ให้จำกัดน้ำดื่ม
  • ดูแลฟันปลอมให้สะอาดตามทันตแพทย์แนะนำ กรณีใส่ฟันปลอม
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันเชื้อราช่องปากอย่างไร?

ป้องกันเชื้อราช่องปากได้โดย

บรรณานุกรม

  1. 1. Gonsalves, W. et a. (2007). Am Fam Physician.75, 501-506
  2. Klotz, S. (2006). Clinical Infectious Disease.42, 1187-1188
  3. Kumar,M. et al. (2014). Thrush. http://emedicine.medscape.com/article/969147-overview#showall [2015,Feb14]
  4. Oropharyngeal / Esophageal Candidiasis ("Thrush") http://www.cdc.gov/fungal/diseases/candidiasis/thrush/[2015,Feb14]
  5. Vazquez, J. (2010). HIV/AIDS-Research and Pallative Care. 2, 89-101.
  6. http://www.doctorfungus.org/mycoses/human/candida/oropharyngeal.php[2015,Feb14]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน fqqq montreeza66666 misterT
Frame Bottom