Frame Top
User

เข้าครัวกับโภชนากร (โรงพยาบาล) :ตอน เต้าหู้..คุณค่าที่คุณคู่ควร ตอนที่ 1

โดย อาจารย์พรพิศ เรืองขจร
9 พฤศจิกายน 2013

ฟังดูคุ้นหูไหมค่ะแต่ผู้เขียนมีความเห็นว่า เต้าหู้ เหมาะสมกับคำโปรยหัวข้อดีออกค่ะ เพราะว่า เต้าหู้ได้ชื่อว่าเป็น “เนื้อไร้กระดูก” เพราะเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ราคาไม่แพง และย่อยง่าย กระบวนการผลิตเต้าหู้ใช้น้ำ ความร้อน แรงกด และเกลือแร่ทำให้เกิดการตกตะกอน แม้จะทำให้เสียวตามินบีไปบ้างจากการใช้น้ำและความร้อน แต่ก็ทำให้แคลเซียมและเหล็กเพิ่มขึ้นจากการกดรีดน้ำออกไป หากใช้เกลือแคลเซียมซัลเฟต(calcium sulphate) จะทำให้ได้แคลเซียมสูงขึ้น

ตำนานเล่าว่า ขุนนางลิ่วอันแห่งฮูนหนาน ราชวงศ์ฮั่นเป็นข้าราชการซื่อสัตย์ ไม่ยอมรับสินบน จึงไม่มีเงินซื้อเนื้อหมู เป็ด ไก่มากิน จึงคิดค้นการทำเต้าหู้จากถั่วเหลืองมากินแทน จึงมีคำเปรียบเปรยข้าราชการที่ซื่อสัตย์ว่าเป็น“ข้าราชการเต้าหู้”แล้วเต้าหู้มีประโยชน์อะไรบ้างเรามาดูกันดีกว่าค่ะ

  1. มีโปรตีน

    เต้าหู้มีโปรตีนประมาณ 11 % ใกล้เคียงกับไข่ (13 %) คุณภาพของโปรตีนในเต้าหู้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเนื้อไก่และเนื้อวัว เต้าหู้ก้อน (227 กรัม) มีโปรตีน 11.5 กรัม คิดเป็นร้อยละ 27 ของโปรตีนที่ผู้ใหญ่ต้องการใน 1 วัน ถ้ากินร่วมกับข้าวกล้องจะได้โปรตีนที่ดียิ่งขึ้นเต้าหู้ที่มีโปรตีนสูงจะเป็นเต้าหู้ที่ค่อนข้างแข็งได้แก่เต้าหู้ขาวแข็งและเต้าหู้แข็งเหลือง(มีน้ำขมิ้นผสม)

  2. มีแคลเซียมและโปแตสเซียม

    เต้าหู้มีแคลเซียมสูงกว่าพืชผักอื่นๆแต่ไม่เท่ากับ นมหรือปลาเล็กปลาน้อย ช่วยป้องกันโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุนในผู้สูงอายุเต้าหู้มีโปแตสเซียม(potassium) ซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต และรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย เต้าหู้หลอดมีแคลเซียมต่ำกว่าเต้าหู้แข็งและเต้าฮวยเนื่องจากไม่ได้ใช้เกลือแคลเซียมในกระบวนการผลิตทำให้ตกตะกอน

  3. มีสารพลังพืชผัก

    เต้าหู้มีสารพลังพืชผัก/สารชีวเคมี (phytochemicals) เช่น ไอโซฟลาโวน(isoflavone) ฯลฯ สารเหล่านี้ มีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านมฯลฯต้านอนุมูลอิสระนอกจากนั้น ฮอร์โมนธรรมชาติในถั่วเหลืองและเต้าหู้ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในผู้หญิงวัยทอง/วัยหมดประจำเดือน

  4. ไม่มีรสชาติในตัวเอง

    เต้าหู้ไม่มีรสชาติในตัวเอง จึงนำไปปรุงกับอาหารอื่นๆ ได้อย่างกว้างขวาง ถ้าเปรียบกับคนเต้าหู้ก็คงจะคล้ายคนไทยตรงที่เป็นคนน่ารัก หรือน่าคบปรับตัวเข้ากับคนอื่นรอบข้างได้ง่าย นอกจากควรกินเต้าหู้แล้ว เราควรเรียนอะไรจากเต้าหู้บ้าง เช่น ซื่อสัตย์ให้เหมือนข้าราชการเต้าหู้ และหัดทำตัวให้น่ารักแบบเต้าหู้ อย่างนี้จึงจะเข้าถึงปรัชญาแบบ เต้าหู้

แหล่งข้อมูล:

  1. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์.กินดีสุขภาพดี :พิมพลักษณ์. กรุงเทพฯ , 2546.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom