Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระเพาะอาหาร  ลำไส้  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ท้องเฟ้อ  ท้องอืด 

บทนำ

อาหารไม่ย่อย หรือธาตุพิการ (Indigestion หรือ Dyspepsia) คือ อาการไม่สุขสบายที่เกิดขึ้น อาจมีเพียงอาการเดียว หรือหลายๆอาการพร้อมกัน อาจเกิดในขณะกินอาหาร และ/หรือภายหลังกินอาหาร เช่น แน่นท้อง อึดอัดในท้อง เรอ แสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ บางครั้งอาเจียน

อาหารไม่ย่อย เป็นอาการมักพบในผู้ใหญ่ แต่พบได้ในทุกอายุ เป็นอาการพบบ่อยประมาณได้ถึง 25-40% ของประชากรทั่วโลกต่อปี โอกาสเกิดอาการใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย

อาหารไม่ย่อยเกิดจากอะไร?

อาหารไม่ย่อย

อาการอาหารไม่ย่อยเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณ 60%ของผู้มีอาการนี้ทั้งหมด คือ แพทย์หาสาเหตุไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยการตรวจด้วยวิธีใดๆก็ตาม ซึ่งรวมทั้งการตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่ง เรียกผู้ป่วยในกลุ่มนี้ว่า Functional dyspepsia

นอกจากนั้นที่พบเป็นสาเหตุของอาการนี้ คือ

ปัจจัยเสี่ยงต่ออาหารไม่ย่อยมีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงต่ออาการอาหารไม่ย่อยกลุ่มที่ไม่พบสาเหตุชัดเจน (Functional dyspepsia) ที่พบบ่อย คือ

อาหารไม่ย่อยมีอาการอย่างไร?

อาการจากอาหารไม่ย่อยที่พบได้บ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยสาเหตุอาหารไม่ย่อยอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยอาการอาหารไม่ย่อยและสาเหตุได้จาก

ซึ่งทั่วไป หลังการซักถามฯและการตรวจร่างกาย แพทย์จะแนะนำให้กินยาประเภทยาลดกรด หรือเพิ่มการย่อยอาหาร และปรับพฤติกรรมการกินอาหาร หลังจากนั้นให้ดูอาการประมาณ 3-4 สัปดาห์

รักษาอาการอาหารไม่ย่อยอย่างไร?

แนวทางการรักษาอาการอาหารไม่ย่อย คือ

ก.การรักษาตามสาเหตุ เช่น รักษาโรคแผลเปบติค หรือการปรับเปลี่ยนยาเมื่อเกิดจากผลข้างเคียงของยา เป็นต้น

ข. แต่เมื่อแพทย์วินิจฉัยเป็นอาการอาหารไม่ย่อยจาก ไม่ทราบสาเหตุ แนวทางการรักษา คือ

อาหารไม่ย่อยรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

ความรุนแรง/การพยากรณ์โรคของอาการอาหารไม่ย่อยขึ้นกับสาเหตุ เช่น

ส่วน ผลข้างเคียงจากอาการอาหารไม่ย่อย คือ

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเอง การพบแพทย์เมื่อมีอาการอาหารไม่ย่อย คือ

  • การปรับพฤติกรรมการกินอาหาร โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อปัจจัยเสี่ยง
  • อาจปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยา ซื้อยาลดกรด หรือยาช่วยย่อยอาหารกินเอง
  • ถ้าภายหลังการดูแลตนเองแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3-4 สัปดาห์ หรือเมื่อกังวลในอาการ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการ
  • แต่ถ้าอาการต่างๆเลวลง ควรรีบพบแพทย์ภายใน 1 สัปดาห์ และ
  • ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเหมือนยางมะตอย หรือมีอาเจียนเป็นเลือด

ป้องกันอาหารไม่ย่อยอย่างไร?

ป้องกันการเกิดอาการอาหารไม่ย่อยได้โดย การป้องกันสาเหตุ และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังได้กล่าวแล้วในตอนต้นที่ป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร เช่น

  • กินอาหารให้ตรงเวลา
  • กินอาหารแต่ละมื้อไม่ให้อิ่มมากเกินไป
  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
  • ไม่กินอาหารรสจัด
  • หลังกินอาหารไม่นอนทันที
  • เคลื่อนไหวร่างกายสักพักหลังกินอาหารเพื่อช่วยการย่อย และการบีบตัวของกระ เพาะอาหารเพื่อขับเคลื่อนอาหารออกจากกระเพาะอาหารได้เร็ว ไม่คั่งค้างให้เกิดอาการ

นอกจากนั้น คือการสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างอาการ กับประเภท และปริมาณอาหาร และหลีกเลี่ยง หรือลดปริมาณอาหารเหล่านั้นๆลง ค่อยๆปรับตัวไปเรื่อยๆ

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. Loyd, R., and McClellan, D. (2011).Update on evaluation and management of functional dyspepsia. Am Fam Physician. 83, 547-552.
  3. Pharm, O., and Schneider, F. (1999). Evaluation andmanagement of dyspepsia. Am Fam Physician. 60, 1773-1788.
  4. Saad, R., and Chey, W. (2005). A clinician’s guide to managing helicobacter pylori infection. Cleveland Clinic Journal of Medicine. 72, 109-123
  5. https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/stomach-liver-and-gastrointestinal-tract/indigestion [2018,Dec8]
  6. https://www.healthnavigator.org.nz/health-a-z/i/indigestion/ [2018,Dec8]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom