Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

เซ อาการเซ หรือ ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ (Ataxia) เป็นอาการที่พบได้บ่อย ทั้งในคนปกติและในคนมีโรคผิดปกติทางระบบประสาท อาจเป็นตลอดไป เพียงชั่วคราว หรือเป็นๆหายๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่กลัวว่าจะเป็นอาการของอัมพาต เราจึงควรศึกษาถึงรายละเอียดของอาการเซ จากบทความนี้ครับ

เซ คืออะไร?

อาการเซ

เซ ภาษาไทย คือ ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ (จากพจนานุกรมศัพท์แพทยศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2547) ภาษาอังกฤษ คือ “A lack of muscle coordination during voluntary movements” ดังนั้น คำว่า เซ ก็คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อเสียการประสานงานในขณะที่มีการเคลื่อน ไหวแบบตั้งใจ (การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลาย) เช่น การเดิน ซึ่งการเซนั้น พบได้ทั้งในขณะ นั่ง/นอนแล้วลุกขึ้นยืน และในขณะเดิน หยิบจับสิ่งของ พูด และ/หรือ กลอกตา ส่งผลให้การทำกิจกรรมนั้นๆผิดปกติไป เช่น เดินเซ หยิบจับของไม่ถูก เขียนหนังสือไม่ได้ มอง เห็นภาพไม่ชัด/ตามัว ติดกระดุมเสื้อไม่ได้ และ/หรือพูดไม่ชัด

เซ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เซ เกิดจากมีความผิดปกติในส่วนของสมองน้อย (Cerebellum) ทำให้สูญเสียหน้าที่ของความเชื่อมโยงระหว่างคำสั่งในสมองใหญ่ ไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำให้มีอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น, หรือมีความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral nerve) ส่วนที่รับรู้การเคลื่อนไหว การขยับของข้อต่อ (Propioceptive sense) และ/หรือการสั่นสะเทือน (Vibratory sense), หรือมีความผิดปกติของส่วนหลังของไขสันหลัง (Posterior column) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมคำสั่งการเคลื่อนไหว และ/หรือการขยับของข้อต่อและการสั่นสะเทือน ซึ่งเมื่อศูนย์ควบ คุมการประสานงานคือ สมองน้อย หรือส่วนเชื่อมโยง คือ เส้นประสาทส่วนปลาย และ/หรือไขสันหลัง เสียหน้าที่ไป ก็ส่งผลให้มีอาการเซเกิดขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เซมีอะไรบ้าง?

สาเหตุที่ทำให้เซ แบ่งตามตำแหน่งของระบบประสาท คือ

1. โรคหรือความผิดปกติของสมองน้อย

เช่น โรคหลอดเลือดสมอง การอักเสบหรือการติดเชื้อของสมองน้อย เนื้องอกสมองน้อย ผลจากมะเร็ง (Para neoplastic syndrome) สารพิษต่างๆ (เช่น ผลข้างเคียงของยากันชัก นอนหลับ บางชนิด แอลกอฮอล์ ตะกั่ว ปรอท ทินเนอร์ เป็นต้น) หรือความผิดปกติแต่กำเนิด (เช่น การฝ่อของสมองน้อยและไขสันหลัง (Spinocere bellar ataxia)

2. โรคหรือความผิดปกติของสมองส่วนอื่นๆ

เช่น โรค/ความผิดปกติดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับสมองน้อย แต่มาเกิดกับสมองส่วนหน้า หรือโรคหรือความผิดปกติเช่นเดียวกับที่เกิดกับสมองน้อย ร่วมกับมีภาวะโพรงน้ำในสมองโต ไม่มีHydrocephalus)

3. โรคหรือความผิดปกติของไขสันหลัง

เช่น การอักเสบของไขสันหลัง ไม่มีMyelitis) โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ไม่มีMultiple sclerosis) ภาวะขาดสารอาหาร ไม่มีNutrition deficiency)เช่น ขาดวิตามิน บี 12

4. โรคหรือความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย

เช่น จากโรคเบาหวาน จากการอัก เสบเรื้อรังของเส้นประสาท หรือจากภาวะขาดวิตามินบางชนิด เช่น การขาดวิตามิน บี

5. โรคหรือความผิดปกติของระบบอื่นๆ

เช่น โรคตาที่ทำให้ตามองเห็นไม่ชัด การได้ยินไม่ดีหรือการทรงตัวไม่ดี จากอาการวิงเวียนศีรษะเพราะมีโรคในช่องหู เป็นต้น

ใครมีโอกาสมีอาการเซได้บ่อย?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดอาการเซได้ง่าย ได้แก่

เมื่อมีอาการเซ เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล ถ้าอาการเซนั้นส่งผลต่อ

  • การทรงตัว คือ เดินเซ
  • หยิบจับสิ่งของ ติดกระดุม เขียนหนังสือไม่สะดวก
  • พูดลำบาก พูดไม่ชัด
  • กลืนอาหารลำบาก และ/หรือ
  • มองเห็นภาพไม่ชัดเจน

แพทย์ให้การวินิจฉัยหาสาเหตุการเซได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุอาการเซ โดยจะพิจารณาจากลักษณะอาการเซ และอาการอื่นๆ ร่วมกับการตรวจร่างกาย ดังต่อไปนี้

อาการ/ตรวจร่างกาย โรคสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท ช่องหู
1. เซร่วมกับแขนขาอ่อนแรง มี มี มี ไม่มี
2. เซร่วมกับพูดลำบาก มองภาพไม่ชัด มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี
3. เซร่วมกับการได้ยินลดลง มี ไม่มี ไม่มี มี
4. เซร่วมกับชาขา ไม่มี มี มี ไม่มี
5. เซร่วมกับปัสสาวะลำบาก ไม่มี มี ไม่มี ไม่มี
6. เซร่วมกับอาการวิงเวียน หมุน มี ไม่มี ไม่มี มี
7. ขา 2 ข้างอ่อนแรง ไม่มี มี มี ไม่มี
8. การเคลื่อนไหวและขยับข้อต่อเสีย ไม่มี มี มี ไม่มี
9. ความสั่นสะเทือนเสีย ไม่มี มี มี ไม่มี
10. โรคเบาหวาน ชาปลายเท้า ไม่มี ไม่มี มี ไม่มี

เมื่อแพทย์ให้การวินิจฉัยเบื้องต้นแล้ว จะส่งตรวจเพิ่มเติมที่เฉพาะเจาะจงต่อโรคที่เป็นสาเหตุนั้นๆ เช่น

  • กรณีสงสัยสาเหตุทางหู ก็จะมีการตรวจทางหูเพิ่มเติมจากแพทย์หูคอจมูก
  • เมื่อสงสัยสาเหตุทางตา ก็จะปรึกษาจักษุแพทย์ เป็นต้น

การรักษาอาการเซมีวิธีใดบ้าง?

การรักษาอาการเซ ประกอบด้วย

  • การรักษาสาเหตุ
  • การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหว
  • การใช้ยาซึ่งไม่ค่อยได้ผล เช่น ยาเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง ยาแก้วิงเวียน เป็นต้น

การรักษาอาการเซ การรักษาหลัก คือ การแก้ไขสาเหตุและหลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์ และสารพิษต่างๆ ที่รวมถึงยาที่ไม่จำเป็น เพื่อชะลอไม่ให้โรคเป็นมากขึ้น

การทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องตามแพทย์ นักกายภาพบำบัด พยาบาล แนะนำ จะมีผลต่อการรักษาในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก ซึ่งการทำกายภาพบำบัด จะเน้นฝึกการทรงตัวเป็นหลัก นอกนั้น คือ ฝึกการเคลื่อนไหว และการทำกิจกรรมบำบัด ซึ่งสามารถฝึกต่อประจำที่บ้านได้

ส่วนการผ่าตัด ก็เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น เนื้องอกสมอง ฝีในสมอง หรือโพรงน้ำในสมองโต ซึ่งผลการรักษาจะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับสาเหตุ เช่น ชนิดของเนื้องอก สาเหตุที่ทำให้เกิดฝี หรือสาเหตุที่ทำให้โพรงน้ำในสมองโต

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีอาการเซ ส่วนใหญ่แล้ว ต้องรักษาต่อเนื่องทั้งในการรักษาสา เหตุของโรค และการทำกายภาพบำบัด ผู้ป่วยจึงควรพบแพทย์สม่ำเสมอตามนัด และกรณีมีอา การผิดปกติเพิ่มเติม หรือเกิดล้มมีอุบัติเหตุที่รุนแรง ก็ควรพบแพทย์ก่อนนัด

อนึ่ง ในด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือสมุนไพรช่วยลดอาการเดินเซได้หรือไม่นั้น? ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าได้ประโยชน์

อาการเซมีการพยากรณ์โรคเป็นอย่างไร?

การพยากรณ์โรค/ผลการรักษาอาการเซ ขึ้นกับสาเหตุ กรณีเป็นโรคหลอดเลือดสมองส่วนสมองน้อย ก็ส่งผลให้เป็นอัมพาตได้ หรือกรณีเป็นแต่กำเนิด ผลการรักษาก็ได้ผลไม่ดี

ส่วนในด้านผลข้างเคียงจากอาการ คือ การเสียคุณภาพชีวิตในการใช้ชีวิตประจำวัน และการมีโอกาสที่จะล้มเกิดอุบัติเหตุได้บ่อย

เมื่อมีอาการเซ ควรดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไร?

การดูแลตนเองที่ดีเมื่อมีอาการเซ คือ

  • การปฏิบัติตามที่แพทย์ นักกายภาพบำบัด และพยาบาลแนะนำ
  • การพบแพทย์และทานยาตามที่แพทย์สั่ง
  • การทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอที่บ้าน
  • สิ่งสำคัญอีกประการ คือระวังไม่ให้ล้ม เพราะถ้าล้มอาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อสมอง หรือกระดูกหักได้
  • การกลืนอาหารก็ต้องระมัดระวังอย่าให้สำลัก และ
  • ควรพบแพทย์ก่อนนัดเสมอ กรณีมีอาการผิดปกติเพิ่มเติม หรือเกิดล้ม มีอุบัติเหตุที่รุนแรง หรืออาการต่างๆเลวลง หรือมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาที่แพทย์สั่ง หรือเมื่อกังวลในอา การ

ป้องกันอาการเซได้อย่างไร?

เมื่อดูจากสาเหตุแล้ว การป้องกันอาการเซเต็มร้อย เป็นไปไม่ได้ แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดได้ จากการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง ซึ่งที่สำคัญ คือ

อนึ่ง อ่านเพิ่มเติมเรื่องการดูแลตนเองเพื่อลดโอกาสเกิดโรคต่างๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการเซได้ใน บทความเฉพาะแต่ละเรื่องในเว็บ haamor.com เช่น บทความเรื่อง โรคไขมันในเลือดสูง หรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

สรุป

อาการเซเป็นอาการที่หายยาก ดังนั้น ควรป้องกันไม่ให้เกิดดีกว่า ด้วยการออกกำลังกาย การหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และใช้สารเสพติด และเมื่อมีอาการผิด ปกติก็ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Supanut tnkk
Frame Bottom