Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ลมชัก 

บทนำ

“คุณหมอครับ ช่วยผมหน่อย ลูกสาวผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ชอบเหม่อ เดินไปเดินมา เรียกก็ไม่รู้ตัว ไม่ตอบ พอสักพักก็หายเป็นปกติ พอผมถามว่าเป็นอะไร ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร เป็นบ่อยๆช่วงนี้ครับ พาไปหาหมอมาหลายที่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ตรวจเลือด ตรวจเอกซเรย์คอมพิว เตอร์สมองก็ปกติ” อาการที่เล่ามานี้เป็นลักษณะที่เฉพาะของโรคลมชักชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ชักเฉพาะที่แบบขาดสติ (Complex partial seizure)” ลองติดตามดูครับว่าอาการชักแบบนี้มีลักษณะเด่นอย่างไร เกิดจากอะไร รักษาหายหรือไม่ มีอันตรายมากหรือเปล่า ต้องติดตามครับ

ชักเฉพาะที่แบบขาดสติมีลักษณะอาการอย่างไร?

ชักเฉพาะที่แบบขาดสติ

การชัก/ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติมีลักษณะสำคัญที่ไว้สังเกตสำหรับคนใกล้เคียงคือ อา การผู้ป่วยจะเริ่มจากมีอาการนำ (Aura) คือความรู้สึกผิดปกติคล้ายๆจะแน่นหน้าอกหรือปั่นป่วนในท้อง ที่อาการเป็นไม่นาน ผู้ป่วยก็จะเริ่มเหม่อ นิ่ง เรียกไม่ตอบ (Motor arrest) หรือบางคนก็จะกระพริบตาถี่ๆ ถูมือไปมา (Hand automatism) อาจเดินไปมาได้โดยที่ไม่มีจุดมุ่งหมายชัด เจน ไม่สามารถควบคุมอาการได้ ไม่มีสติ แต่ไม่เสียการทรงตัว ไม่มีอาการล้ม อาจได้ยินเสียงคนเรียก แต่ไม่ตอบสนองได้ อาการจะเป็นนานประมาณ 30 - 45 วินาทีแล้วหยุดได้เอง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการที่แตกต่างออกไปจากลักษณะที่เคยเป็นปกติเช่น พฤติกรรมผิดปกติ ทำกิจ กรรมต่างๆได้โดยไม่รู้ตัว เป็นๆหายๆ

อาการผิดปกติสาเหตุอื่นอะไรบ้างที่คล้ายชักเฉพาะที่แบบขาดสติ?

อาการจากสาเหตุอื่นที่คล้ายการชัก/ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติคือ การละเมอเดิน(Sleepwalking) คือ เกิดอาการขณะนอนหลับแล้วลุกขึ้นมาเดินไปมาโดยที่ไม่รู้ตัว, พฤติกรรมผิดปกติในผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตที่มีพฤติกรรมแปลกๆ เดินไปมา ทำอะไรที่แปลกๆ โดยที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมตนเองได้ การแยกอาการที่คล้ายคลึงกันคือ ระยะเวลาที่มีอาการ กรณีที่เป็นการชักจะมีอาการเพียงสั้นๆไม่เกิน 45 วินาที เกิดได้ทุกเวลา มักเกิดช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน แต่ถ้าเป็นการละเมอเดิน จะเกิดอาการนานกว่ามาก แตกต่างกันในแต่ละบุคคล เกิดเฉพาะตอนนอนกลางคืนเท่านั้น, ส่วนอาการทางจิตนั้นก็จะเป็นตลอดเวลา ไม่ได้เป็นๆหายๆ ผู้ ป่วยจะมีปัญหาทางจิตอยู่ก่อนแล้ว

ควรพบแพทย์เมื่อใด?

ถ้ามีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ หรือสงสัยอาการชักเฉพาะที่แบบขาดสติ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาฃลให้เร็ว เพื่อแพทย์ให้การวินิจฉัย เพราะการปล่อยให้มีอาการชักแบบนี้ไว้นานๆอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และถ้าถ่ายคลิปขณะมีอาการไว้ด้วยจะดีมาก และนำมาให้แพทย์ดูเมื่อมาพบแพทย์ จะช่วยการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น

แพทย์ให้การวินิจฉัยได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติได้โดยการพิจารณาข้อมูลอาการที่ญาติเล่าให้ฟัง และถ้ามีคลิปให้ดูด้วยก็จะทำให้การวินิจฉัยทำได้ดียิ่งขึ้น การตรวจร่างกายและยืนยันการวิ นิจฉัยด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

จำเป็นต้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองหรือไม่?

ในการวินิจฉัยลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติ การตรวจสมองทางรังสีวินิจฉัย (เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์และ/หรือเอมอาร์ไอ) มีความจำเป็นในผู้ป่วยทุกราย เพื่อหาสาเหตุว่าอาการเกิดจากสาเหตุอะไรเช่น การฝ่อลีบของสมองส่วนกลีบขมับ เป็นต้น

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติ?

ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติพบได้เรื่อยๆไม่ถึงกับพบบ่อย พบได้ในทุกวัยทั้งหญิงและชาย โดยผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติคือ

อะไรเป็นสาเหตุของลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติ?

สาเหตุพบบ่อยของลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติคือ

รักษาลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติอย่างไร?

การรักษาลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติประกอบด้วยการรักษาสาเหตุเช่น ถ้ามีเนื้องอกสมองต้องผ่าตัดเอาเนื้องอกออก, การใช้ยากันชักเป็นการรักษาหลัก ซึ่งต้องรักษานานประมาณ 3 ปี, และการผ่าตัดสมอง (อ่านเพิ่มเติมในข้อถัดไป)

การผ่าตัดสมองมีข้อบ่งชี้อย่างไร?

ผู้ป่วยลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติที่มีข้อบ่งชี้ที่จะผ่าตัดสมองรักษาได้แก่

ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติมีอันตรายหรือไม่?

ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติเป็นโรคอันตราย เพราะผู้ป่วยขาดสติขณะเกิดอาการ จึงก่อให้ เกิดอุบัติเหตุได้ถ้าเกิดอาการขณะมีกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมที่อาจก่ออุบัติเหตุรุนแรงเช่น การขับรถ นอกจากนี้การชักบ่อยๆก็ส่งผลต่อเซลล์สมองถูกทำลายด้วย

ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติคือ ผู้ป่วยประมาณ 60% ตอบสนองดีต่อ การรักษา สามารถหยุดยากันชักได้หลังควบคุมอาการด้วยการใช้ยานาน 3 ปี ผู้ป่วยที่เหลืออาจต้องรักษาด้วยยากันชักหลายชนิด และผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา อาจต้องให้การรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง

กิจกรรมใดต้องห้ามสำหรับลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติ?

ผู้ที่เป็นโรคลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติไม่ควรทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติ เหตุที่รุนแรงเช่น การขับรถ ขี่จักรยาน ทำกับข้าวด้วยเตาแก้สหรือเตาไฟ เล่นกีฬาผาดโผน ทำ งานกับเครื่องจักรกล ทำงานบนที่สูง หรือใกล้แหล่งน้ำ

ส่วนกิจกรรมอื่นๆที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่ำ สามารถทำได้เช่น การทำงานประ กอบอาชีพด้านเอกสาร ค้าขาย เกษตรกรรม งานบ้านอื่นๆ

ผู้ป่วยสามารถแต่งงาน มีบุตรได้หรือไม่?

ผู้ป่วยลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติสามารถแต่งงานได้ มีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ต้องวางแผนครอบครัว (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การวางแผนครอบครัว) ถ้าทานยากันชักขนาดสูงหรือหลายชนิดร่วมกัน ยังไม่ควรมีบุตร เพราะยากันชักที่ทานมีโอกาสก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดของทารกในครรภ์ได้ แต่จะสามารถมีบุตรได้ เมื่อหยุดยากันชักหรือลดยาลงมาเหลือขนาดต่ำๆ ทั้งนี้ ผู้ป่วยรวมถึงคู่ครองควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนการตั้งครรภ์เสมอ

ดูแลตนเองอย่างไร?

ผู้ป่วยลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติควรดูแลตนเองดังนี้เช่น

  • ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • กินยากันชักที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนถูกต้องไม่ขาดยา ไม่ปรับขนาดยาเอง ไม่หยุดยาเอง
  • ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีผลต่อการทำงานของสมอง
  • ไม่ทำงานหรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงดังกล่าวแล้วในหัวข้อก่อนหน้า นี้
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อใด?

ผู้ป่วยลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติได้อย่างไร?

ปัจจัยเสี่ยงเกิดลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติ (ดังกล่าวในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง) ที่สามารถป้อง กันได้คือ

ป้องกันการติดเชื้อที่สมอง (สมองอักเสบ) ด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสติดเชื้อต่างๆที่อาจลุกลามกลายเป็นการติดเชื้อที่สมองได้เช่น เชื้อแบคทีเรีย (เช่น ฝีสมอง วัณโรคสมอง) เชื้อไวรัส (เช่น ไวรัสสมองอักเสบ) เชื้อรา เชื้อปรสิต เป็นต้น

นอกจากนั้นคือ การป้องกันการเกิดภาวะไข้ชัก แนะนำอ่านรายละเอียดได้ในบทความในเว็บ haamor.com 3 บทความได้แก่เรื่อง ไข้ชัก, วิธีเช็ดตัวเด็กลดไข้, และการเช็ดตัวลดไข้

สรุป

การชัก/ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสตินั้นเป็นการชักรูปแบบหนึ่งที่พบบ่อย แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ผมหวังว่าตอนนี้ท่านคงเข้าใจการชักเฉพาะที่แบบขาดสติดีขึ้น ผมฝากให้สังเกตคนใกล้ ชิดว่ามีอาการผิดปกติแบบนี้หรือไม่ ถ้าสงสัยแนะนำให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลด้วยครับ



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน nongmeen Zijio
Frame Bottom