Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม  ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ภูมิคุ้มกันฯผิดปกติ 

บทนำ

ยาอะซาไธโอพรีน (Azathioprine) จัดเป็นยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย (Immunosuppressants) มีการนำยานี้มาใช้ในการรักษาโรคหรือภาวะที่ภูมิคุ้มกันฯของร่างกายทำงานต่อต้านเนื้อเยื่อของร่างกายเอง ยานี้เป็นยาประเภทโปรดรัก (Prodrug) หรือยาที่ต้องได้รับการเปลี่ยนรูปหรือมาธาบอไลต์ (Metabolite) ในร่างกายก่อนเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่ยาสามารถออกฤทธิ์ได้

ยาอะซาไธโอพรีนจัดเป็นยาจำเป็นที่มีในบัญชียาขององค์การอนามัยโลก (WHO Model List of Essential Medicines) และจัดเป็นยาอันตรายตามกฎหมายของไทย การใช้ยานี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้รักษาอย่างใกล้ชิด

ยาอะซาไธโอพรีนมีสรรพคุณอย่างไร?

อะซาไธโอพรีน

ยาอะซาไธโอพรีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เป็นยากดภูมิคุ้มกันฯ (Immunosuppressant) มีข้อบ่งใช้รักษาโรคดังต่อไปนี้เช่น

1. โรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

2. โรคเอสแอลอีหรือโรคลูปัส (Systemic Lupus Erythematosus) หรือโรคแพ้ภูมิต้านทานตัวเอง/โรคออโตอิมมูน

3. โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ (Dermatomyositis and Polymyositis)

4. โรคตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Auto-immune chronic active hepatitis)

5. โรคเพมฟิกัสวัลการิส (Pemphigus vulgaris) หรือภาวะที่มีการแยกตัวของผิวหนังในชั้นลึกจากภูมิคุ้มกันฯของร่างกายทำลายการยึดของเซลล์ผิวหนัง มีอาการแสดงคือการเกิดตุ่มน้ำพองโดยทั่วไปบริเวณผิวหนัง

6. Immune Thrombocytopenia (ITP) หรือภาวะที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านโรค ต้าน/ทำลายเกล็ดเลือดของตัวเอง (เป็นข้อบ่งใช้ที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน/Unlabeled use)

7. Autoimmune Hemolytic Anemia (IHA) หรือภาวะที่ผู้ป่วยสร้างภูมิคุ้มกันฯขึ้นมาต้านทานเม็ดเลือดของตัวเอง

8. Thrombocytopenic Purpura (TTP) เป็นภาวะที่เกล็ดเลือดในร่างกายเกาะ/จับรวมตัวกันส่งผลทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และเกิดการอุดตันของหลอดเลือดในอวัยวะต่างๆจากเกล็ดเลือดที่จับรวมตัวกัน

9. โรคโครห์น (Crohn’s Disease) และโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative colitis) เป็นโรคที่เกี่ยวกับการเกิดแผลในระบบทางเดินอาหาร (เป็นข้อบ่งใช้ที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน/Unlabeled use)

10. ใช้ในผู้ป่วยหลังเปลี่ยนถ่ายไตเพื่อกดภูมิคุ้มกันฯเพื่อป้องกันร่างกายไม่ยอมรับไตใหม่

ยาอะซาไธโอพรีนออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาอะซาไธโอพรันเป็นยาประเภทโปรดรัก (Prodrug) หรือยาที่ต้องได้รับการเมธาบอไลต์ในร่างกายก่อนจึงจะอยู่ในรูปที่สามารถออกฤทธิ์ได้ ยาอะซาไธโอพรีนเป็นโปรดรักของยาเมอ แคปโตพิวรัน (Mercaptopurine, ยาเคมีบำบัดชนิดหนึ่ง) ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งกระบวนการ สังเคราะห์สารพันธุกรรมได้แก่ ดีเอ็นเอ (DNA), อาร์เอนเอ (RNA) และโปรตีนบางชนิดในขั้น ตอนของการแบ่งเพิ่มจำนวนเซลล์ ยาอะซาไธโอพรีนจึงมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็วเช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างภูมิคุ้มกันฯของร่างกาย เมื่อผู้ป่วยได้รับยานี้จึงมีระดับภูมิคุ้มกันฯที่ลดลงจึงนำมาใช้ในการรักษาโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะที่ภูมิคุ้มกันฯของร่างกายต่อต้านเนื้อเยื่อของร่างกายเองหรือการแพ้ภูมิตัวเอง/ภูมิต้านตนเอง

ยาอะซาไธโอพรีนมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาอะซาไธโอพรีนมีการจัดจำหน่ายรูปแบบเภสัชภัณฑ์เป็นยาเม็ด ขนาดความแรง 50 มิล ลิกรัมต่อเม็ด

ยาอะซาไธโอพรีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาอะซาไธโอพรีนมีขนาดยาซึ่งขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้เช่น

ก. โรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis):

เริ่มต้นการรักษาด้วยขนาดยา 1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยอาจให้ครั้งเดียวต่อวันหรือแบ่งให้เป็นวันละสองครั้งก็ได้ และแพทย์อาจปรับระดับยาจนกว่าได้ผลการรักษาที่พึงพอใจขึ้นอยู่กับดุลยวินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา การรักษาด้วยยานี้อาจใช้เวลาอย่างน้อย 12 สัปดาห์ในการดูผลการตอบสนองต่อการรักษา

หลังจากแพทย์ปรับจนได้ขนาดยาที่เหมาะสมต่อการตอบสนองต่อการรักษา เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหรือสามารถควบคุมอาการได้ในระยะหนึ่ง แพทย์อาจพิจารณาปรับขนาดยาลดลง โดยให้อยู่ในระดับยาที่ต่ำที่สุดที่ตอบสนองต่อการรักษาหรือต่อการควบคุมอาการ

ข. โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ (Dermatomyositis and Polymyositis):

ขนาดยาโดยทั่วไปคือวันละ 50 มิลลิกรัมโดยให้ร่วมกับยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone) การปรับระดับยาขึ้นอยู่กับดุลยวินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย

ค. Immune Thrombocytopenia (ITP):

ขนาดยาโดยทั่วไปคือวันละ 100 - 200 มิลลิกรัม การปรับระดับยาขึ้นอยู่กับดุลยวินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย

ง. ในผู้ป่วยหลังเปลี่ยนถ่ายไต (Renal transplantation):

โดยทั่วไปเริ่มให้ยาวันแรกในวันที่มีการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไต ขนาดยาโดยทั่วไปคือ 3 - 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หากการตอบสนองต่อยาได้ดีแพทย์อาจพิจารณาปรับระดับยาลดลงได้

จ. ข้อบ่งใช้อื่นๆ:

สำหรับข้อบ่งใช้อื่นๆ ยาอะซาไธโอพรีน มีขนาดยาเริ่มต้นโดยทั่วไปที่ 1 - 3 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน การปรับขนาดยาเพิ่มหรือลดขึ้นกับการตอบสนองของผู้ป่วยต่อยา อาการข้างเคียงจากยาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและดุลยวินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

การใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคไต แพทย์ผู้รักษาอาจพิจารณาปรับระดับยาลดลงตามค่าการทำงานของไต (Creatinine Clearance) ผู้ป่วย

*อนึ่ง: ควรทานยานี้หลังอาหารเพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) เช่น คลื่นไส้ อาเจียน

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาอะซาไธโอพรีน ควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรเช่น

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาอะซาไธโอพรีนให้รับประทานทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ แต่หากใกล้เคียงกับการรับประทานมื้อถัดไป ให้ข้ามไปโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่าในการรับประทานมื้อถัดไป

ยาอะซาไธโอพรีนมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

ยาอะซาไธโอพรีนอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์/อาการข้างเคียง) บางประการเช่น คลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องเสีย หากอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นหรือมีแนวโน้มว่าจะแย่ลงให้รีบแจ้งให้แพทย์ทราบ/รีบไปโรงพยาบาล

หากรับประทานยาอะซาไธโอพรีนแล้วเกิดอาการแพ้ยาเช่น ผื่นคัน อาการบวมของริมฝี ปาก เปลือกตา/หนังตา ใบหน้า หรือหายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

อาการข้างเคียงที่มีความรุนแรงเช่น มีผื่นคันขึ้นทั้งตัว มีอาการเหมือนติดเชื้อเช่น มีไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียอย่างรุนแรง อาการเหมือนเลือดออกได้แก่ มีจ้ำห้อเลือด ปัสสาวะเหมือนมีเลือดปนหรือมีสีน้ำตาล อุจจาระเหนียวและมีสีดำเข้ม น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยควรตระหนักว่า การที่แพทย์สั่งใช้ยานี้เนื่องจากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่ายานี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษหรือมากกว่าการได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ส่วนมากพบว่าอาจเกิดผลข้างเคียงชนิดรุนแรงได้ง่าย ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าระวังผลข้างเคียงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นและรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบ/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด หรือทันที/ฉุกเฉินหากเกิดอาการรุนแรงดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

ยาอะซาไธโอพรีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นไหม?

ยาอะซาไธโอพรีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังต่อไปนี้

ก. หลีกเลี่ยงการใช้ยาต่อไปนี้ร่วมกับยาอะซาไธโอพรีน

ข. การใช้ยานี้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาฟาริน (Warfarin) ควรรับการตรวจวัดค่า PT/INR (Prothrombin time/International normalized ratio, ค่าบ่งบอกการแข็ง ตัวของเลือด) ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้รักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถปรับระดับยาวาฟารินให้เหมาะสม

มีข้อควรระวังในการใช้ยาอะซาไธโอพรีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังในการใช้ยาอะซาไธโอพรีนเช่น

  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้ยาหรือแพ้ส่วนประกอบของยานี้
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจเม็ดเลือด (Complete Blood Count; CBC) ในช่วงเริ่มต้นการให้ยาอะซาไธโอพรีนและมีการตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอ ในผู้ป่วยบางรายพบว่าในร่างกายอาจขาดเอนไซม์ Thiopurine Methyltransferase (TPMT) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการเมธาบอไลต์ (การเปลี่ยนรูปที่รวมถึงการทำลาย) ยาอะซาไธโอพรีน ในผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงในการเกิดการกดการทำงานของไขกระดูก (Bone Marrow Suppression)สูงขึ้น การติดตามระดับเม็ดเลือดหรือการตรวจ CBC จึงมีความสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันการกไขกระดูก
  • ควรทานยานี้หลังอาหารเพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์เช่น คลื่นไส้ อาเจียน
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาอะซาไธโอพรีน) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาอะซาไธโอพรีนอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาอะซาไธโอพรีนดังนี้เช่น

  • เก็บในภาชนะดั้งเดิมของผู้ผลิต ปิดฝาภาชนะให้แน่น และเก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • หลีกเลี่ยงการเก็บยานี้ในบริเวณที่มีความชื้นสูงเช่น บริเวณใกล้ห้องน้ำหรือในตู้เย็น ไม่ควรนำสารดูดความชื้นที่ผู้ผลิตใส่ไว้ในภาชนะของผลิตภัณฑ์ออกจากภาชนะ
  • เก็บภาชนะบรรจุยานี้ในอุณหภูมิห้อง

ยาอะซาไธโอพรีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาอะซาไธโอพรีนมียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตในประเทศไทยดังต่อไปนี้

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
อะซาไธโอพรีน ฟาร์มาเคมี (Azathioprine Pharmachemie)Pharmachemie/Teva
อิมูพรีน (Imuprin)Remedica
ซิโนธิน (Zinothin)Naprod Life Sciences

บรรณานุกรม

  1. American Pharmacists Association. Azathioprine, Drug Information Handbook with International Trade Names. 23;2014:209-10.
  2. Azathioprine 50 mg film-coated tablets (SPC)http://www.medicines.org.uk/emc/medicine/26876 [2015,Sept19]
  3. WHO Model List of Essential Medicines. 2013;18. http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/93142/1/EML_18_eng.pdf?ua=1 [2015,Sept19]
  4. อารยา กว้างสุขสถิตย์. โรคเพมฟิกัส. สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย. http://www.dst.or.th/html/index.php?op=article-detail&id=1230&cid=51#.VfWAEfmqqko [2015,Sept19]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul Napussawan Capmoona
Frame Bottom