Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ช่องคลอด  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เจ็บช่องคลอดช่วงมีเพศสัมพันธ์ 

บทนำ

ยาออสพีมิฟีน (Ospemifene) จัดอยู่ในกลุ่มยา Selective estrogen receptor modulators หรือเรียกสั้นๆว่า SERMs กลไกการออกฤทธิ์ของ SERMs คล้ายกับกลไกการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน เอสโทรเจน (Estrogen) โดยออกฤทธิ์ผ่านตัวรับเอสโทรเจน (Estrogen receptor) ที่อยู่ในเซลล์ แต่สำหรับความแตกต่างระหว่างยากลุ่ม SERMs กับฮอร์โมนเอสโทรเจนในร่างกายนั้นคือ SERMs สามารถทำให้เกิดฤทธิ์ของเอสโทรเจน (Estrogenic effect) ได้ในบางอวัยวะและสามารถทำให้เกิดฤทธิ์ต้านเอสโทรเจน (Entiestrogenic) ได้เช่นกันในบางอวัยวะ ขึ้นกับแต่ละเนื้อเยื่อและอวัยวะว่าจะประกอบด้วยชนิดของโปรตีนที่เรียกว่า Coregulators ชนิดใดอยู่

ส่วนตัวรับเอสโทรเจน (Estrogen receptor) เป็นโปรตีนที่พบได้ในอวัยวะต่างๆได้แก่ อวัยวะสืบพันธุ์ เต้านม ต่อมใต้สมอง สมองส่วนไฮโปธาลามัส กระดูก ตับ เป็นต้น ซึ่งตัวรับเอสโทรเจนจะมีรูปร่างหรือโครงสร้างที่แตกต่างกันจึงมีผลในการออกฤทธิ์ต่างกัน อีกทั้งยังขึ้นกับประเภทของยาใน กลุ่ม SERMs ด้วยเช่นกันว่าเมื่อโครงสร้างของยาจับกับตัวรับเอสโทรเจนแล้วจะออกฤทธิ์อย่างไร

ข้อบ่งใช้ของยาออสพีมิฟีนคือ รักษาอาการปวด/เจ็บเฉียบพลันขณะมีเพศสัมพันธ์ระดับปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to severe Dyspareunia) อันเนื่องจากภาวะช่องคลอดสตรีแห้ง (Vulvar and vaginal atrophy, อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ภาวะช่องคลอดแห้ง ภาวะร้อนวูบวาบในวัยหมดประจำเดือน) ที่สัมพันธ์กับภาวะหมดประจำเดือน/วัยหมดประจำเดือน (Menopause)

ยาออสพีมิฟีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ออสพีมิฟีน

ยาออสพีมิฟีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้สำหรับเฉพาะสตรีกรณีเพื่อรักษาอาการเจ็บ/ปวดเฉียบพลัน ขณะมีเพศสัมพันธ์ระดับปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to severe Dyspareunia) อันเนื่องจากภา วะช่องคลอดสตรีแห้ง (Vulvar and vaginal atrophy) ที่สัมพันธ์กับภาวะหมดประจำเดือน/วัยหมดประจำเดือน (Menopause)

ยาออสพีมิฟีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาออสพีมิฟีนเป็นยาในกลุ่ม SERMs มีกลไกการออกฤทธิ์โดยตัวยาจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน เอสโทรเจน/Estrogenที่บริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) ส่งผลช่วยลดอาการที่เกิดขึ้นในหญิงวัยหมดประจำเดือน (Menopause) เช่น ลดอาการช่องคลอดแห้งซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะปวด/เจ็บเฉียบพลันขณะมีเพศสัมพันธ์ได้

ยาออสพีมิฟีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

รูปแบบที่มีจำหน่ายของยาออสมิฟีนมีรูปแบบทางเภสัชภัณฑ์คือ ยาเม็ดเคลือบฟิล์ม (Film-coated tablet) สำหรับรับประทาน ขนาด 60 มิลลิกรัม

ยาออสพีมิฟีนมีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ยาออสพีมิฟีนมีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาเช่น

1. ไม่มีข้อบ่งใช้ของยาออสพีมิฟีนในทารกหรือในผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

2. ขนาดยานี้ในผู้ใหญ่สำหรับรักษาภาวะปวด/เจ็บเฉียบพลันขณะมีเพศสัมพันธ์ระดับปานกลางถึง รุนแรงอันเนื่องจากภาวะช่องคลอดสตรีแห้งที่สัมพันธ์กับภาวะหมดประจำเดือน/วัยหมดประจำเดือน: 60 มิลลิกรัมวันละ 1 ครั้งหลังอาหาร โดยระยะเวลาในการใช้ยานี้ควรใช้ในระยะสั้นที่สุดภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

3. ขนาดยานี้ในผู้ป่วยไตบกพร่องในผู้ใหญ่: ยังไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอด ภัย จึงไม่มีขนาดยาที่แนะนำในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีการทำงานของไตบกพร่อง จึงใช้ขนาดยาตามปกติ แต่ควรให้ความระมัดระวังพิเศษในผู้ป่วยกลุ่มที่มีการทำงานของไตบกพร่องรุนแรงหรือกำลังได้รับการบำบัดทดแทนไต/การล้างไต

4. ขนาดยาในผู้ป่วยตับบกพร่องในผู้ใหญ่: ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีการทำงานของตับบกพร่องระดับน้อยถึงปานกลางหมายถึง แพทย์ประเมินแล้วอยู่ในระดับ Child-Pugh A และ B (Child-Pugh คือ ระดับความรุนแรงของการเสียการทำงานของตับโดยแบ่งเป็น 3 ระดับจากรุนแรงน้อยไปหารุนแรงมากคือ A, B, C) และแพทย์อาจพิจารณาหยุดใช้ยานี้หากการทำงานของตับบกพร่องระดับ Child-Pugh C

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมทั้งยาชนิดนี้ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

ยาออสพีมิฟินเป็นยาที่มีวิธีการรับประทานยาวันละ 1 ครั้งต่อวัน โดยสามารถรับประทานหลังอาหารเนื่องจากอาหารช่วยเพิ่มการดูดซึมของยานี้เข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้การรับประทานยานี้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอและป้องกันการลืมรับประทานยา ผู้ป่วยควรเลือกช่วงเวลาในการรับประทานยาเป็นเวลาเดียวกันทุกวันเช่น หลังอาหารมื้อเช้า

กรณีลืมรับประทานยาออสพีมิฟินให้รับประทานยานี้ทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้กับเวลาที่ต้องรับประทานยามื้อถัดไป (เกินกว่าครึ่งหนึ่งของระยะห่างระหว่างมื้อคือ เกิน 12 ชั่วโมงจากเวลารับประทานยาปกติ) ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมไป รอรับประทานยามื้อถัดไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าเช่น ปกติรับประทานยาวันละ 1 ครั้งเวลา 8.00 น. หากผู้ป่วยนึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. ตอนเวลา 12.00 น. ก็ให้รับประทานยามื้อ 8.00 น. ทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากนึกขึ้นได้ในช่วงที่ใกล้กับช่วงเวลาของยามื้อถัดไปเช่น นึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. ตอนเวลา 21.00 น. ให้รอรับประทานยามื้อถัดไปคือ 8.00 น. วันถัดไปในขนาดยาปกติโดยไม่ต้องนำยามื้อที่ลืมรับประทานมารับประทานเพิ่ม

ยาออสพีมิฟีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ทั่วไปผล/อาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ของยาออสพีมิฟีนที่พบได้บ่อยๆเช่น อาการเป็นตะคริว (Muscle cramps) หรือกล้ามเนื้อกระตุก (Muscle spasm), ภาวะเหงื่อ ออกมากกว่าปกติ (Hyperhidrosis), อาการร้อนวูบวาบบริเวณใบหน้า (Hot flushes) โดยพบว่าอาการร้อนวูบวาบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงแรกของการเริ่มใช้ยา, รวมถึงอาจเกิดมีของเหลว/ตกขาวหลั่งออกจากช่องคลอดได้ในช่วงที่ใช้ยานี้

*อาการไม่พึงประสงค์ของยาออสพิมีฟีนที่พบได้น้อยแต่มีความรุนแรงเช่น ภาวะเลือดดำอุดตัน/ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ, ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด และภาวะหลอดเลือดดำจอตาอุดตัน

มีข้อควรระวังการใช้ยาออสพีมิฟีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาออสพีมิฟีนเช่น

***** อนึ่ง: ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมถึงยาออสพีมิฟีน) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาออสพีมิฟีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาออสพีมิฟีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

1. ห้ามใช้ยาออสพีมิฟีนร่วมกับยาโคลมีฟีน (Clomiphene: ยาเหนี่ยวนำให้เกิดการตกไข่ในหญิงที่มีภาวะไข่ไม่ตกและต้องการมีบุตร) เนื่องจากเป็นยาในกลุ่ม SERMs เช่นเดียวกันจึงเพิ่มอาการไม่พึง ประสงค์จากการใช้ยาออสพีมิฟีนกรณีใช้ยาทั้งสองร่วมกัน

2. เมื่อใช้ยาออสพีมิฟีนคู่กับยาดังต่อไปนี้ซึ่งคาดว่าสามารถลดการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 (เอนไซม์ทำลายยาเพื่อลดการเป็นพิษต่อร่างกาย) ได้เช่น คีโตโคนาโซล (Ketoconazole: ยาต้าน เชื้อรา) และยาต้านเชื้อราชนิดอื่นๆที่อยู่ในกลุ่มอาโซล (Azole Antifungal) อาจส่งผลทำให้ระดับยาออสพีมิฟีนเพิ่มสูงขึ้นได้ แต่พบว่าไม่มีนัยสำคัญทางคลินิกจึงไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยา

3. เมื่อใช้ยาออสพีมิฟีนคู่กับยาดังต่อไปนี้ซึ่งอาจเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 ได้เช่น ฟีโนบาร์บีทาล (Phenobarbital: ยากันชัก), คาร์บามาซีปิน (Carbamazepine: ยากันชัก), ฟีนีทอย (Phenytoin: ยากันชัก), ไรแฟมปินซิน (Rifampicin: ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ยาต้านวัณโรค), ไรฟาบูติน (Rifambutin: ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ยาต้านวัณโรค) หรือสมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ธ (St. John's wort: สมุนไพรคลายเครียด) ดังนั้นหากใช้ยาเหล่านี้ที่กล่าวมาคู่กับยาออสพีมิฟีนอาจทำให้ระดับยาออสพีมิฟีนลดลง ประสิทธิภาพของยานี้จึงลดลงเช่นกัน จึงไม่ควรใช้ยาร่วมกัน

ควรเก็บรักษายาออสพีมิฟีนอย่างไร?

แนะนำเก็บยาออสพีมิฟีนอุณหภูมิห้อง เก็บยาให้พ้นจากแสงแดดและแสงสว่างที่กระทบยาได้โดยตรง หลีกเลี่ยงนำยาสัมผัสกับความร้อนที่มากเช่น เก็บยาในรถที่ตากแดดหรือเก็บยาในห้องที่มีอุณหภูมิสูง (มีแสงแดดส่องถึงทั้งวันหรือเป็นเวลานาน) ไม่เก็บยาในห้องที่ชื้นเช่น ห้องน้ำ หรือห้องครัว โดยควรเก็บยาในภาชนะบรรจุเดิม และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาออสพีมิฟีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาออสพีมิฟีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Osphena (ออสฟีน่า) Shionogi inc.

บรรณานุกรม

  1. Lacy CF, Amstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information handbook. 20th ed. Ohio: Lexi-Comp,Inc.; 2011-12.
  2. Micromedex Healthcare Series, Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน santirat_ Apple0049
Frame Bottom