Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

รังไข่  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคเกี่ยวกับฮอร์โมนเพศหญิง 

บทนำ

ยาออร์มีโลซิฟีน (Ormeloxifene หรือ Ormeloxifene hydrochloride หรือ Ormeloxifene HCL) หรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เซนต์โครแมน(Centchroman) เป็นยาในกลุ่ม Selective estrogen receptor modulators หรือ SERMs ยานี้จะออกฤทธิ์บริเวณตัวรับ(Receptor)ที่เรียกว่า Estrogen receptor และถูกใช้ในฐานะยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดหนึ่ง โครงสร้างของยาออร์มีโลซิฟีนไม่เหมือนสาร สเตียรอยด์ฮอร์โมนใดๆ(Nonsteroidal oral contraceptive) การรับประทานยานี้ 1–2 ครั้ง/สัปดาห์ก็เพียงพอต่อการคุมกำเนิดแล้ว นอกจากนั้น ยาชนิดนี้/ยานี้ยังช่วยบำบัดอาการมีเลือดประจำเดือนมาผิดปกติ(ประจำเดือนผิดปกติ) และสามารถใช้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม(Advanced Breast Cancer)ได้

ขอเปรียบเทียบความแตกต่างและความเหมือนของยาออร์มีโลซิฟีนกับกลุ่มยาฮอร์โมนเพศอย่าง เอสโตรเจน ได้ดังนี้

1. ยาออร์มีโลซิฟีนไม่ใช่ยาประเภท Steroid hormone ในขณะที่ Estrogen เป็น Steroid hormone

2. ยาออร์มีโลซิฟีน และเอสโตรเจน จะออกฤทธิ์ที่ตัวรับเดียวกันคือ Estrogen receptor

3. เอสโตรเจนจะทำงานแบบส่งเสริมและสนับสนุนการกระตุ้นร่างกาย เช่น ช่วยสะสมมวลกระดูก ช่วยทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้นและส่งผลต่อการตกไข่ของแต่ละรอบเดือน(ประจำเดือน)ในวันที่ใกล้เคียงกัน ขณะที่ออร์มีโลซิฟีนสามารถสนับสนุนให้เกิดการสะสมมวลกระดูได้เช่นเดียวกัน แต่กลับส่งผลต่อเวลาของการตกไข่เร็วกว่าปกติ พร้อมกับทำให้การหนาตัวของโพรงมดลูกเกิดขึ้นอย่างช้าๆซึ่งกลไกนี้ไม่เอื้อต่อการฝังตัวของไข่สักเท่าใดนัก จึงอาจจะกล่าวได้ว่า ยาออร์มีโลซิฟีน เป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อต้านเอสโตรเจน(Antiestrogenic drug)

นอกจากจะใช้ยาออร์มีโลซิฟีนเป็นยาคุมกำเนิดแล้ว ยังสามารถนำยาออร์มีโลซิฟีนมารักษาอาการมีเลือดประจำเดือนซึมออกมาอย่างผิดปกติแบบที่ตรวจแล้วไม่พบว่ามีสาเหตุจากอะไร(Dysfunctional uterine bleeding)

รูปแบบเภสัชภัณฑ์ของยาออร์มีโลซิฟีนเป็นยาชนิดรับประทาน ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 7 วันเป็นอย่างต่ำเพื่อกำจัดยาออร์มีโลซิฟีนออกจากกระแสเลือด ด้วยยาออร์มีโลซิฟีนสามารถอยู่ในร่างกายได้หลายวัน จึงสามารถรับประทานยานี้เพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จึงเหมาะกับสตรีที่มีข้อขัดข้องไม่สะดวกต่อการรับประทานยาคุมเม็ดกำเนิดทุกวัน อย่างไรก็ตามการใช้ยานี้ควรอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์และผู้ที่ใช้ยานี้ต้องมารับการตรวจร่างกายตามที่แพทย์นัดหมายเป็นระยะๆไป

อนึ่ง ประเทศไทย จะยังไม่พบเห็นการใช้ยาออร์มีโลซิฟีน ด้วยยาชนิดนี้มีการใช้อยู่ในประเทศอินเดียเท่านั้น

ออร์มีโลซิฟีนมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

ออร์มิโลซิฟีน

ยาออร์มีโลซิฟีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ เช่น

ออร์มีโลซิฟีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาออร์มีโลซิฟีนมีกลไกการออกฤทธิ์โดย เป็นยาที่สามารถเข้าจับกับตัวรับของเอสโตเจน(Estrogen receptor) ซึ่งมีอยู่หลายตำแหน่งตามร่างกายมนุษย์ จากนั้น จะมีผลทั้งกระตุ้นและยับยั้งเอสโตเจนในเวลาเดียวกัน โดยขึ้นอยู่กับว่า ยาออร์มีโลซิฟีนเข้ารวมตัวกับ Estrogen receptor ในบริเวณอวัยวะใด เช่น ถ้ารวมตัวกับตัวรับบริเวณกระดูกจะกระตุ้นให้มีการสะสมมวลกระดูก แต่ถ้ายาชนิดนี้รวมตัวกับตัวรับบริเวณมดลูกก็จะชะลอการก่อตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกขาดความสมบูรณ์ในการรองรับการตกไข่ ยาออร์มีโลซิฟีนยังเร่งการตกไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิให้เกิดเร็วกว่าปกติ ด้วยการเจริญของผนังโพรงมดลูกที่ช้าและมีการตกไข่ที่เร็วเกินไป จึงส่งผลให้ป้องกันการตั้งครรภ์ หรือป้องกันภาวะมีเลือดประจำเดือนออกมาผิดปกติได้ตามสรรพคุณ

ออร์มีโลซิฟีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ออร์มีโลซิฟีนมีรูปแบบการจัดจำหน่าย เช่น

  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน ที่มีส่วนประกอบของ Ormeloxifene ขนาด 30 และ 60 มิลลิกรัม/เม็ด

ออร์มิโลซิฟีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาออร์มิโลซิฟีน มีขนาดรับประทาน เช่น

ก. กรณีมีเลือดประจำเดือนมาผิดปกติและตรวจไม่พบความผิดปกติของมดลูก

  • ผู้ใหญ่: ในช่วง 12 สัปดาห์แรก รับประทานยาขนาด 60 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จากนั้นรับประทานยาขนาด 60 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ1ครั้ง และแพทย์อาจต้องให้รับประทานต่ออีก 12 สัปดาห์

ข. สำหรับเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานยาขนาด 30 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ จากนั้นรับประทานยาต่ออีก 30 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 1 ครั้งต่อเนื่อง โดยการรับประทานยาเม็ดแรกให้เริ่มในวันที่มีรอบเดือนวันแรก

อนึ่ง:

*****หมายเหตุ: ขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสม ควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาออร์มิโลซิฟีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาออร์มิโลซิฟีน สามารถรับประทานทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2เท่า ให้รับประทานยาที่ขนาดปกติ

ออร์มิโลซิฟีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาออร์มิโลซิฟีนมีผลไม่พึงประสงค์จากยา(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)เพียงทำให้มีอาการประจำเดือนมาช้ากว่าปกติเท่านั้น

มีข้อควรระวังการใช้ออร์มีโลซิฟีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาออร์มีโลซิฟีน เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาออร์มิโลซิฟีนด้วย) ยาแผนโบราณ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

ออร์มิโลซิฟีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ข้อมูลภาวะยาตีกันกับยาอื่น(ปฏิกิริยาระหว่างยา)ของยาออร์มิโลซิฟีนยังไม่มีรายงาน ทางคลินิกอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การใช้ยาออร์มิโลซิฟีนร่วมกับยาชนิดอื่นควรเป็นไปตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

ควรเก็บรักษาออร์มิโลซิฟีนอย่างไร?

ควรเก็บยาออร์มิโลซิฟีนตามคำแนะนำในเอกสารกำกับยา ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสง/แสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ออร์มิโลซิฟีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาออร์มิโลซิฟีน มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
CENTRON (เซนทรอน)Torrent
NOVEX (โนเวกซ์)HLL Lifecare
SEVISTA (เซวิสตา)Torrent (Prima)

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Ormeloxifene#Adverse_effects [2018,Jan13]
  2. http://www.euro-drugs.biz/meds/Ormeloxifene.html [2018,Jan13]
  3. https://www.mims.com/india/drug/info/ormeloxifene/?type=brief&mtype=generic [2018,Jan13]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom