Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

หู  ระบบหูคอจมูก 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

หูอื้อ  ปวดหู  วิงเวียน  เดินเซ 

หูดับเฉียบพลันเกิดได้อย่างไร?

สาเหตุของหูดับเฉียบพลัน หรือบางท่านเรียกว่า หูดับฉับพลัน (Sudden hearing loss) คือการที่หูข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างเกิดการไม่ได้ยิน หรือการได้ยินลดลงทันที โดยสา เหตุเกิดจาก 3 กลุ่มใหญ่ คือ

  1. จากโรคติดเชื้อของหู
  2. จากโรคหลอดเลือดของหู
  3. จากโรคของหูชั้นในพิการ

โรคติดเชื้อพวกไหนที่เป็นสาเหตุของหูดับเฉียบพลัน?

หูดับเฉียบพลัน

โรคติดเชื้อกลุ่มที่เป็นต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดหูดับเฉียบพลัน ได้แก่

  1. จากเชื้อไวรัส เช่น จากโรคคางทูม โรคหัดเยอรมัน โรคไข้หวัดใหญ่ชนิด B โดยจากสถิติพบว่ามีผู้ป่วย 1 ใน 3 ของอาการหูดับ มักมีหูดับหลังจากเป็นไข้หวัดใหญ่ภายใน 1 เดือน หรือจากติดเชื้อไวรัสเอชไอวี/ โรคเอดส์
  2. นอกนั้นหูดับอาจเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน เช่น ในโรคซิฟิลิส

โรคหลอดเลือดชนิดใดที่ทำให้หูดับเฉียบพลันได้บ่อย?

กลุ่มที่ทำให้หลอดเลือดผิดปกติได้บ่อย ซึ่งรวมทั้งหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงหู ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดหูดับเฉียบพลัน ได้แก่ คนที่มีไขมันในเลือดสูงมาก (โรคไขมันในเลือดสูง) คนที่เป็นโรคเบาหวาน สตรีที่ใช้ยาคุมกำเนิด (การคุมกำเนิด) และคนที่ชอบให้หมอนวดกดบริเวณลำคอ ซึ่งเป็นตำแหน่งของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงหู

โรคของหูชั้นในพิการเกิดได้อย่างไร?

หูชั้นในพิการ เกิดได้จาก การกระแทก การตบแก้วหูแรงๆ ถูกระเบิด หรือไอ จามแรงๆ ทำให้หนังหุ้มหูชั้นในส่วนลาบิลินทีน (Labyrinthine หูชั้นในที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน) แตกหรือฉีกขาด จึงเป็นสาเหตุให้เกิดหูดับเฉียบพลันได้

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุหูดับเฉียบพลันอย่างไร?

ก่อนอื่นแพทย์จะถามถึงสาเหตุทั้งหลาย แล้วจะตรวจร่างกายในระบบเส้นประสาทสมอง ตรวจหู ตรวจการได้ยิน และตรวจระบบการรั่วไหลของผนังหุ้มหูชั้นใน (Fistular test การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความดันภายในหู แล้วสังเกตการเคลื่อนไหวของลูกตาว่าปกติหรือไม่) จากนั้นจะเจาะเลือดดูไขมัน และดูโรคอื่นๆ เช่น ดูน้ำตาลในเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวาน

รักษาหูดับเฉียบพลันอย่างไร?

แนวทางการรักษาหูดับเฉียบพลัน มี 2 วิธีคือ โดยยา และโดยการผ่าตัด โดยทั่วไป หูดับเฉียบพลันส่วนมากรักษาหายได้ถึงประมาณ 65% ยิ่งมาหาแพทย์ได้เร็วภายใน 24-48 ชั่วโมงที่หูดับ โอกาสรักษาหายยิ่งสูงขึ้น ซึ่งยาที่ใช้มักเป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ยาขยายหลอดเลือด อาจให้ดมแก๊สออกซิเจน 95% ผสมกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 5% ตาตารางคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยให้เลือดไหลเข้าสู่หูชั้นในได้ดีขึ้น เช่น สูดดมนานครั้งละประมาณ 30 นาที วันละประมาณ 6 ครั้ง ทุก 2 ชั่วโมง เฉพาะในช่วงกลางวัน นานประมาณ 5 วัน เป็นต้น

นอกจากนั้น ถ้าให้ยา หรือให้ดมแก๊สประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วไม่หายและถ้ามีการรั่วของผนังหุ้มหูชั้นในชัดเจน แนะนำให้ทำการผ่าตัด เพื่อรักษารอยรั่ว

หูดับเฉียบพลันรุนแรงไหม? ดูแลตนเองอย่างไร?

พบว่าถ้ามาหาหมอเร็ว โอกาสรักษาหูดับเฉียบพลันได้หายมีมากขึ้น โดย พบว่าการได้ยินเสียงต่ำมีโอกาสหายเร็วกว่าการได้ยินเสียงสูง

พบว่าการรักษาโดยวิธีดมแก๊ส นาน 1-2 สัปดาห์ ไม่มีผลข้างเคียง หรืออันตรายใดๆ แต่ต้องดมในห้องผ่าตัด โดยวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ควบคุมอย่างใกล้ชิด มีโอกาสหายมากกว่าการใช้ยาขยาหลอดเลือด

พบว่าการนวดโบราณบริเวณต้นคอ นอกจากหูจะดับแล้วอาจมีหลอดเลือดแตกในสมอง เป็นอัมพาตได้

ช่วงหูดับไม่ควรซื้อยากินเอง หรือรักษาตัวเองด้วยยาสามัญประจำบ้าน การดูแลตัวเองดีที่สุดคือ พักผ่อนให้มาก งดอาหารไขมันทุกชนิด งดแอลกอฮอล์

ถ้าหูดับถาวร จะไม่มีวิธีรักษาใดๆ ที่จะทำให้หายขาดได้ ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดหูดับอีกข้างหนึ่งอย่างสุดชีวิตถ้าหูอีกข้างยังได้ยินดีอยู่ การที่จะป้องกันหูดับต้องเข้าใจสาเหตุดังที่ได้กล่าวแล้วในตอนต้นของบทความนี้

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

ดังได้กล่าวแล้วว่า เมื่อมีหูไม่ได้ยิน เป็นอาการที่ไม่สามารถดูแลตนเองให้หายได้ และโอกาสหายขึ้นกับการพบแพทย์/แพทย์ หูคอ จมูก ได้เร็ว ดังนั้นเมื่อมีอาการหูดับเฉียบพลัน ควรไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน หรืออย่างน้อยภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ

บรรณานุกรม

  1. Wilson W. The relationship of idiopathic sudden hearing loss in diabetes mellitus. Laryngoscope 1982, 92 : 155-160.
  2. Fisch UF. Management of sudden deafness. Otolaryngol Head Neck Surg 19839 91:3-8.
  3. Jaffe BF. Viral causes of sudden inner ear deafness. Oto Clin North Am 1978, 11:63-69.
  4. Harris J. Sudden hearing loss : membrane rupture. Am. J Otol 1984, 5 : 484-487.
  5. Sudden hearing loss medication http://emedicine.medscape.com/article/856313-medication#showall [2013,July7].
Updated 2013, July 7


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul santirat_ artthat39
Frame Bottom