Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อวัยวะเพศ  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ชาย  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

บทนำ

หนองใน หรือ โรคหนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดเชื้อที่สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้จากการมีเพศสัมพันธ์(โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) เกิดจากเชื้อหนองใน (Neisseria gonorrhoeae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เจริญได้ดีในที่ชื้นและที่อบอุ่นของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่ ปากมดลูก มดลูก ปีกมดลูก ท่อปัสสาวะ (ทั้งหญิงและชาย) นอกจากนี้ ยังสามารถเจริญในที่อื่นๆได้ เช่น เยื่อบุผิว ของ ช่องปาก คอ ตา ทวารหนัก เป็นต้น

ทั่วโลก มีรายงานพบหนองในเทียมประมาณ 33-106 ล้านคนต่อปี โดยพบ ประมาณ 0.6% ของประชากรชาย และ0.8%ของประชากรหญิง ในสหรัฐอเมริการายงานในปีค.ศ.2004 พบโรคนี้ 113.5 คนต่อประชากร 1 แสนคน ส่วนในประเทศไทย รายงานจากกระทรวงสาธารณสุข กองควบคุมโรค สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปีพ.ศ. 2559 (ผู้ป่วยปีพ.ศ. 2558) พบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด 23.2 รายต่อประชากร1แสนคน โดยพบเป็นโรคหนองในสูงสุด คือ 12.5 รายต่อประชากร 1 แสนคน

ติดโรคหนองในได้อย่างไร? ใครมีปัจจัยเสี่ยง?

หนองใน

โรคหนองใน เกิดจากการสัมผัสเยื่อบุผิวของ ช่องคลอด ช่องปาก ทวารหนัก องคชาต (อวัยวะเพศชาย) โดยอาจมี หรือ ไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิก็ได้ นอกจากนี้ ยังอาจติดจากมารดาสู่ทารกในระหว่างการคลอดได้ และที่เยื่อตา ติดได้จากมือที่สัมผัสสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศที่ติดเชื้อนี้แล้วมาสัมผัสตา

*อนึ่ง ผู้ที่เป็นโรคหนองใน หลังจากได้รับการรักษาหายแล้ว หากสัมผัสโรคอีก ก็เกิดเป็นโรคซ้ำได้

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดหนองใน:

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหนองใน คือ คนที่มีเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว จะมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้เสมอ

นอกจากนั้น จะมีความเสี่ยงสูงใน

โรคหนองในมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคหนองใน หากมีอาการมักจะปรากฏใน 1-14 วัน หลังจากสัมผัสคนที่เป็นโรค (ระยะฟักตัวของโรค) โดยอาการที่พบบ่อย คือ

ก. ในชาย: บางคนอาจไม่มีอาการ แต่เมื่อมีอาการ อาการพบบ่อย ได้แก่

ข. ในหญิง: ไม่มีอาการได้เช่นกัน หรืออาการไม่มาก/ อาการมักน้อยกว่าในผู้ชาย โดยถ้ามีอาการ อาการที่พบบ่อย คือ

อนึ่ง หญิง มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) จากการติดเชื้อนี้ที่มักรุนแรงมากกว่าชาย ไม่ว่าจะมีอาการติดเชื้อหนองในมากหรือน้อยก็ตา

ค. ทั้งในชาย และในหญิง:

มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคหนองในไหม?

การติดเชื้อหนองใน หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ (ภาวะแทรกซ้อน/ ผลข้างเคียง) ตามมาได้ทั้งชาย และหญิง

ก. ในหญิง:

ข. ในชาย:

ค. ทั้งในหญิงและในชาย:

หากเป็นโรคหนองในระหว่างตั้งครรภ์จะมีผลอย่างไรบ้าง?

ในหญิงตั้งครรภ์ หากเป็นหนองใน ทารกที่คลอดทางช่องคลอด

*ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ หากมีอาการหรือเหตุอันน่าสงสัยว่า อาจติดเชื้อหนองใน ควรรีบปรึกษาแพทย์/มาโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

แพทย์วินิจฉัยโรคหนองในได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคหนองใน ได้จาก

รักษาโรคหนองในอย่างไร?

การรักษาโรคหนองใน คือ การใช้ยาปฏิชีวนะ (เช่นยา Azithromycin, Doxycycline ) ซึ่งใช้ได้ผลดี แต่ในหลายพื้นที่ของประเทศอาจมีเชื้อดื้อยาได้ ดังนั้น หลังการรักษา หากยังคงมีอาการ ควรต้องรีบกลับมาปรึกษาแพทย์/มาโรงพยาบาลอีกครั้ง

นอกจากนั้น จำเป็นต้องตรวจหาการติดเชื้อที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆที่อาจพบร่วมด้วยโดยเฉพาะ เชื้อ เอชไอวี หรือ โรคเอดส์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายาปฏิชีวนะจะรักษาโรคให้หายแล้ว แต่ยาปฏิชีวนะไม่สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ซึ่งเกิดจากภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวไปแล้วได้ นอกจากนั้น หากยังไปสัมผัสโรคอีก ก็กลับมาเป็นโรคอีกได้

ควรดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเกิดโรคหนองใน? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

หากมีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีอาการปวด หรือมีผื่นขึ้นที่บริเวณอวัยวะเพศ ควรหยุดการมีเพศสัมพันธ์ แล้วรีบปรึกษาแพทย์/มาโรงพยาบาล

ถ้าแพทย์ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคหนองใน และหลังได้รับการรักษาแล้ว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำอีก

  • ควรแจ้งให้คู่นอนมารับการรักษาด้วย
  • และให้งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าอาการจะหายดีแล้ว

ควรดูแลตนเองอย่างไรเพื่อไม่ให้ติดโรค?

สามารถหลีกเลี่ยงการติดโรคหนองในได้ด้วย

  • การมีคู่นอนเพียงคนเดียว
  • และจะแน่นอนยิ่งขึ้น หากคู่นอนได้รับการตรวจแล้วว่า ไม่ติดเชื้อ
  • นอกจากนี้ การใช้ถุงยางอนามัยชายอย่างสม่ำเสมอในการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้ได้

บรรณานุกรม

  1. http://e-library-aidssti.ddc.moph.go.th/lib/pdf/59535bb7af3b8.pdf [2019.April20]
  2. https://www.cdc.gov/std/gonorrhea/default.htm [2019.April20]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Gonorrhea [2019.April20]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน tee2532 natt500 Panuwat14
Frame Bottom