Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไต  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ลดบวม  ลดความดันโลหิต 

บทนำ

สไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) เป็นสารสังเคราะห์ที่อยู่ในกลุ่มสเตียรอยดอล แอนไทมินเนอราโลคอร์ติคอยด์ (Steroidal antimineralocorticoid, สารต้านการออกฤทธิ์ของกลุ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย/ฮอร์โมน Mineralocorticoid ที่สร้างจากต่อมหมวกไต) ถูกนำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะและลดความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อต้านแอนโดรเจนฮอร์โมน (Androgen hormone, ฮอร์โมนเพศชาย)

จากการศึกษาเรื่องเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic, การศึกษาความเป็นไปของยา เมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย) ของยาตัวนี้พบว่า หลังรับประทาน ยานี้จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดและจับกับพลาสมาโปรตีนถึงประมาณ 90% ตับจะเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของยา และร่างกายต้องใช้เวลา 1.3 - 2 ชั่วโมงในการกำจัดยาออก 50% โดยผ่านไปกับน้ำปัสสาวะและอุจจาระ

องค์การอนามัยโลกจัดให้สไปโรโนแลคโตนเป็นยาจำเป็นสำหรับสาธารณสุขขั้นมูลฐานของชุมชน คณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยได้บรรจุยาสไปโรโนแลคโตนอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ หมวดยาอันตราย ดังนั้นการใช้ยาที่ถูกต้อง ปลอดภัย จึงต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์เท่านั้น

ยาสไปโรโนแลคโตนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

สไปโรโนแลคโตน

ยาสไปโรโนแลคโตนมีสรรพคุณดังนี้

ยาสไปโรโนแลคโตนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาสไปโรโนแลคโตนมีกลไกการออกฤทธิ์ที่ไต และมีกลไกแข่งขันกับฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน (Competitive antagonist of aldosterone) ทำให้เพิ่มการขับออกจากไตของโซเดียม และน้ำ แต่มีการเก็บกลับของเกลือโพแทสเซียมคืนสู่ร่างกาย จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ยามีฤทธิ์รักษาตามสรรพคุณ

ยาสไปโรโนแลคโตนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาสไปโรโนแลคโตนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น ยาเม็ดขนาด 25, 100 มิลลิกรัม/เม็ด

ยาสไปโรโนแลคโตนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาสไปโรโนแลคโตนมีขนาดรับประทานดังนี้

ก. สำหรับลดอาการบวมน้ำ (Edema):
  • ผู้ใหญ่: รับประทานเริ่มต้น 100 มิลลิกรัม/วัน จากนั้นปรับเป็น 400 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กทารก: รับประทาน 1 - 2 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 1 เดือน - 12 ปี: รับประทาน 1 - 3 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 12 - 18 ปี: รับประทาน 50 - 100 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน 1 - 2 ครั้งต่อวัน
ข. สำหรับความดันโลหิตสูง (Hypertension):
  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 25 - 50 มิลลิกรัม/วัน หากจำเป็นสามารถเพิ่มเป็น 100 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็ก: ไม่มีขนาดรับประทานที่เป็นมาตรฐาน การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์
ค. สำหรับภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง (Severe congestive heart failure):
  • ผู้ใหญ่: สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม ACE inhibitor และยาขับปัสสาวะ (Loop diuretic) รวมถึงได้รับหรือไม่ได้รับยากลุ่มคาร์ดิแอคกลัยโคซายด์ (Cardiac glycoside, ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มหนึ่ง) ร่วมด้วย ขนาดรับประทานเริ่มต้นที่12.5 - 25มิลลิกรัม/วัน อาจเพิ่มเป็น 50 มิลลิกรัม/วัน หลังจากการรักษาในช่วงแรกไปแล้ว 8 สัปดาห์
  • เด็กทารก: รับประทาน 1 - 2 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 1 เดือน - 12 ปี: รับประทาน 1 - 3 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 12 - 18 ปี: รับประทาน 50 - 100 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน 1 - 2 ครั้ง ต่อวัน
ง. สำหรับขับปัสสาวะในผู้ป่วยที่มีภาวะโพแทสเซียมในร่างกายต่ำ (Diuretic induced hypokalemia):
  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 25 - 100 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กทารก: รับประทาน 1 - 2 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 1 เดือน - 12 ปี: รับประทาน 1 - 3 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 12 - 18 ปี: รับประทาน 50 - 100 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน 1 - 2 ครั้งต่อวัน
จ. สำหรับผู้ที่มีภาวะแอลโดสเตอโรนสูงชนิดปฐมภูมิ (Primary hyperaldo steronism
  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 400 มิลลิกรัม เป็นเวลา 3 - 4 สัปดาห์
  • เด็ก: ไม่มีขนาดรับประทานที่เป็นมาตรฐาน การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์
ฉ. สำหรับภาวะขนดกเกิน (Hirsutism):
  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 50 - 200 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็ก: ไม่มีขนาดรับประทานที่เป็นมาตรฐาน การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาสไปโรโนแลคโตน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและ เภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาสไปโรโนแลคโตน สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ยาสไปโรโนแลคโตนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาสไปโรโนแลคโตนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น เสียสมดุลของน้ำหรือเกลือแร่ (อิเล็กโทรไลต์/Electrolyte) ของร่างกาย มีภาวะเต้านมโต ง่วงนอน ปวดศีรษะ ระคายเคืองในทางเดินอาหาร มีภาวะเกลือโซเดียมในร่างกายต่ำ (อาการ เช่น วิงเวียน หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ) หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ มีภาวะเกลือโพแทสเซียมสูง (อาการเช่น อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง) อ่อนเพลีย สับสน ประจำเดือนผิดปกติ และ ขนดก

มีข้อควรระวังการใช้ยาสไปโรโนแลคโตนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาสไปโรโนแลคโตนดังนี้

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาสไปโรโนแลคโตนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้น ฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาสไปโรโนแลคโตนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาสไปโรโนแลคโตน มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น ดังนี้

ควรเก็บรักษายาสไปโรโนแลคโตนอย่างไร?

ควรเก็บยาสไปโรโนแลคโตนที่อุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส (Celsius) เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดดและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

ยาสไปโรโนแลคโตนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาสไปโรโนแลคโตนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Aldactone (แอลแดคโตน) Pfizer
Altone (แอลโตน) Pharmaasant Lab
Hyles (ไฮเลส) Berlin Pharm
Pondactone (พอนแดคโตน) Pond’s Chemical
Spironex (สไปโรเน็กซ์) P P Lab

บรรณานุกรม

1 http://en.wikipedia.org/wiki/Spironolactone [2014,Sept6]
2 http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/search?keyword=spironolactone [2014,Sept6]
3 http://www.mims.com/USA/drug/info/spironolactone/ [2014,Sept6]
4 http://www.mims.com/Thailand/drug/search/?q=spironolactone [2014,Sept6]
5 http://www.medicinenet.com/spironolactone/article.htm [2014,Sept6]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน admin1 artthat39
Frame Bottom