Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อแบคทีเรีย 

บทนำ

ยาสเตรปโตมัยซิน (Streptomycin) เป็นยาปฏิชีวนะที่อยู่ในกลุ่มยาอะมิโนไกลโคไซด์(Aminoglycosides) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1943 (พ.ศ. 2486) โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกาที่ชื่อ Albert Schtz

นักวิทยาศาสตร์สกัดยานี้ได้จากแบคทีเรียแกรมบวกที่มีชื่อว่า Streptomyces griseus และตัวยาถูกนำมาใช้รักษาวัณโรคและยังครอบคลุมถึงเชื้อแบคทีเรียอื่นอีกเช่น Pasteurella pestis, Brucella, Haemophilus influenzae, Haemophilus ducreyi, Klebsiella pneumonia, Escherichia coli, Proteus, Aerobacter aerogenes, Streptococcus faecalis และ Strepto coccus viridians

ผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวังของยาสเตรปโตมัยซินเป็นเรื่องของพิษที่เกิดกับโสตประสาท/ประสาทหูและเป็นพิษกับไต รวมถึงทำให้เกิดอัมพาตของเส้นประสาทบริเวณกล้ามเนื้อลาย (Neuromucular paralysis)

มีการศึกษาเรื่องเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic, การศึกษาความเป็นไปของยาเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย) ของยานี้พบว่า สเตรปโตมัยซินถูกดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารได้ต่ำมาก แต่จะถูกดูดซึมได้ดีถ้าให้ยาผ่านทางกล้ามเนื้อ (ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ) จึงเป็นเหตุผลที่นักวิทยา ศาสตร์ต้องผลิตยาออกมาในรูปของยาฉีด ซึ่งหลังจากยาดูดซึมเข้ากระแสเลือดจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 34% จากนั้นตัวยาจะกระจายไปตาเนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกายยก เว้นแต่สมอง และร่างกายต้องใช้เวลา 2.5 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำในการกำจัดยา 50% ออกจากกระแสเลือดโดยผ่านไปกับปัสสาวะ

องค์การอนามัยโลกจัดให้ยาสเตรปโตมัยซินเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานของระบบสาธารณสุขในระดับชุมชน กระทรวงสาธารณสุขโดยคณะกรรมการอาหารและยาของไทยก็ได้บรรจุยานี้ลงในบัญชียาหลักแห่งชาติโดยจัดเป็นยาอันตราย และมีใช้เฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น

สเตรปโตมัยซินมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

สเตรปโตมัยซิน

ยาสเตรปโตมัยซินมีสรรพคุณดังนี้เช่น

สเตรปโตมัยซินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาสเตรปโตมัยซินคือ ตัวยาจะยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีนในตัวแบคทีเรียทำให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบโต ไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้และตายลงในที่สุด

สเตรปโตมัยซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาสเตรปโตมัยซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาฉีดชนิดผง ขนาดบรรจุ 1 และ 5 กรัม/ขวด

อนึ่ง การเตรียมยานี้ที่เป็นผงให้เป็นสารละลายสำหรับยาฉีด จะโดยผสมยาผงสเตรปโตมัยซิน 1 กรัมด้วยน้ำกลั่นสำหรับเตรียมยาฉีด (Sterile water for injection) ปริมาณ 4.2 หรือ 3.2 หรือ 1.8 มิลลิลิตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำสั่งแพทย์ว่าจะให้เตรียมเป็นความเข้มข้นเท่าใด

สเตรปโตมัยซินมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาสเตรปโตมัยซินมีขนาดการบริหารยา/การใช้ยาดังนี้เช่น

ก. สำหรับรักษาวัณโรค (Tuberculosis):

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน (แบ่งฉีดเป็นวันละ 2 ครั้งทุก 12 ชั่วโมง) เป็นเวลา 5 - 7 วัน/สัปดาห์ ใช้ยาในช่วง 2 - 4 เดือนแรกของการรักษา หากอาการดีขึ้นแพทย์อาจปรับขนาดการให้ยาเป็น 2 - 3 วัน/สัปดาห์ โดยขนาดสูงสุดไม่เกิน 1 กรัม/วัน ทั้งนี้หากเป็นผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 40 ปีแพทย์อาจพิจารณาขนาดการใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 500 - 750 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็ก: ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 20 - 40 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ขนาดสูงสุดไม่เกิน 1 กรัม/วัน (แบ่งฉีดเป็นวันละ 2 ครั้งทุก 12 ชั่วโมง) ระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

ข. สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียที่เยื่อบุหัวใจ (เยื่อบุหัวใจอักเสบ):

  • ผู้ใหญ่: ใช้ร่วมกับยาเพนิซิลลิน จี โดย
  • ถ้าเป็นการติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส (Streptococcal endocarditis) ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 1 กรัมเช้า - เย็นในสัปดาห์แรก และฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 500 มิลลิกรัมเช้า - เย็นในสัปดาห์ที่ 2 รวมระยะ เวลาการใช้ยา 2 สัปดาห์ - ถ้าเป็นการติดเชื้อเอนเทอโรค็อกคัส (Enterococcal endocarditis) ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 1 กรัม เช้า - เย็นใน 2 สัปดาห์แรก และฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 500 มิลลิกรัมเช้า - เย็นอีก 4 สัปดาห์
  • เด็ก: ใช้ร่วมกับยาเพนิซิลลิน จี เช่นกัน และขนาดยาขึ้นกับชนิดของเชื้อแบคทีเรียเช่น ถ้าติดเชื้อเอนเทอโรค็อกคัส (Enterococcal endocarditis) ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 20 - 30 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันโดยแบ่งฉีด 2 ครั้ง ซึ่งระยะเวลาของการรักษาอยู่ที่ 4 - 6 สัปดาห์แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษา

ค. สำหรับโรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis):

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 1 กรัม/วัน (แบ่งฉีดวันละ 2 ครั้งทุก 12 ชั่วโมง) เป็นเวลา 14 - 21 วัน โดยใช้ร่วมกับการรับประทานยา Doxycycline 100 มิลลิกรัมเช้า - เย็นเป็นเวลา 6 สัปดาห์
  • เด็กที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป: ฉีดเข้ากล้าม 20 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันแบ่งเป็นฉีดวันละ 2 ครั้งทุก 12 ชั่วโมง (ขนาดสูงสุดไม่เกิน 1 กรัม/วัน) เป็นเวลา 14 วัน โดยใช้ร่วมกับการรับประทาน Doxycycline 100 มิลลิกรัมเช้า - เย็นเป็นเวลา 6 สัปดาห์
  • หมายเหตุ: ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนที่ระบุขนาดยานี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี การใช้ยานี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปีจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

ง. สำหรับกาฬโรค (Plague):

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 2 กรัม/วันโดยแบ่งเป็นฉีด 2 ครั้งเป็นเวลา 10 วันเป็นอย่างต่ำ
  • เด็ก: ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 30 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันโดยแบ่งเป็น 2 - 3 ครั้ง/วันเป็นเวลา 10 วันเป็นอย่างต่ำ โดยขนาดการใช้ยาของเด็กสูงสุดไม่เกิน 2 กรัม/วัน

จ. รักษาโรคทูลารีเมีย (Tularaemia):

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 1 - 2 กรัม/วันโดยแบ่งฉีดวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 7 - 14 วัน จนกระทั่งผู้ป่วยไม่มีไข้เป็นเวลา 5 - 7 วัน
  • เด็ก: ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมเช้า - เย็นเป็นเวลา 10 - 14 วัน ขนาดใช้ยาสูงสุดในเด็กไม่เกิน 2 กรัม/วัน

*****หมายเหตุ:

  • ระหว่างการใช้ยานี้ต้องเฝ้าระวังเรื่องการได้ยินของผู้ป่วย ด้วยยานี้เป็นพิษต่อโสตประสาท ทำให้หูหนวกได้
  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาสเตรปโตมัยซิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

สเตรปโตมัยซินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาสเตรปโตมัยซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) ดังนี้เช่น มีอาการ วิงเวียน หูอื้อ เดินเซ หรือมีอาการแพ้ยาเกิดขึ้น หรือเกิดพิษต่อเส้นประสาทในหู/หูหนวก เกิดพิษกับไต เกิดภาวะโลหิตจาง (Aplastic anaemia) ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ (Agranulocyto sis) รวมถึงมีภาวะ Stevens-Johnson syndrome

มีข้อควรระวังการใช้สเตรปโตมัยซินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาสเตรปโตมัยซินดังนี้เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยากับหญิงตั้งครรภ์
  • ระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคไตและหญิงที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสยานี้กับผิวหนังหรือสูดเอาไอละอองของยานี้เข้าสู่ร่างกาย
  • หากใช้ยานี้เป็นเวลานาน ควรต้องคอยติดตามเรื่องการได้ยินของผู้ป่วยว่ายังปกติหรือไม่ เพราะยานี้มีพิษต่อประสาทหูอาจส่งผลให้การได้ยินลดลงหรือเสียไปได้
  • การใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคไตอาจเกิดความเสี่ยงของพิษที่เกิดกับเส้นประสาทได้มากขึ้นจากการสะสมของตัวยานี้ในร่างกายจนส่งผลให้เกิดพิษยาสูงขึ้น
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาสเตรปโตมัยซินด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

สเตรปโตมัยซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาสเตรปโตมัยซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้เช่น

ควรเก็บรักษาสเตรปโตมัยซินอย่างไร?

ควรเก็บยาสเตรปโตมัยซินที่อุณหภูมิ 2 - 8 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อน ความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็ก และสัตว์เลี้ยง

สเตรปโตมัยซินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาสเตรปโตมัยซินที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Strepto (สเตรปโต)General Drugs House
Streptomycin Sulfate M&H (สเตรปโตมัยซิน ซัลเฟต เอ็มแอนด์เฮช)M & H Manufacturing

บรรณานุกรม

1 http://en.wikipedia.org/wiki/Streptomycin#History [2015,Jan10]
2 http://www.mims.com/USA/drug/info/streptomycin/?type=full&mtype=generic#Dosage [2015,Jan10]
3 http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Strepto/?type=brief [2015,Jan10]
4 http://www.drugs.com/drug-interactions/streptomycin.html [2015,Jan10]
5 http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/92#item-8631 [2015,Jan10]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน humnoy12 samlong456
Frame Bottom