Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

จมูก  ระบบหูคอจมูก 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

สิ่งแปลกปลอมในจมูก 

บทนำ

สิ่งแปลกปลอมในจมูก (Nasal foreign body) เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็ก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหารุนแรงถึงชีวิต และผู้ปกครองไม่ค่อยทราบแต่แรก มักจะรู้เมื่อเด็กมีปัญหาน้ำมูกเป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น และมักมีอาการเกิดกับรูจมูกเพียงข้างเดียว ซึ่งอาการทั้งหมดดัง กล่าวจะทำให้สงสัยว่า น่าจะเกิดจากปัญหานี้

สิ่งแปลกปลอมในจมูกเกิดได้อย่างไร?

สิ่งแปลกปลอมในจมูก อาจเกิดได้จาก

  • ผู้ป่วยจิตเวชที่เอาสิ่งแปลกปลอมใส่เข้าไปในรูจมูกเอง (พบได้น้อยกว่า)
  • เด็กเล็ก อายุ 1-2 ปี ซึ่งพบได้บ่อยเพราะเด็กรู้เท่าไม่ถึงการ มีความซุกซน และเด็กวัยนี้มักหยิบสิ่งของใส่จมูกอยู่เสมอ เช่น เศษกระดาษทิชชู ยางลบ ลูกปัด
  • หรือจากสัตว์จำพวกปลิงที่เข้าไปในช่องจมูกซึ่งมักพบในเด็กที่ลงเล่นน้ำใน คลอง หนอง บึง

สิ่งแปลกปลอมในจมูก แบ่งได้ 2 ชนิด คือ

  • สิ่งแปลกปลอมที่เกิดขึ้นเองภายในจมูก ได้แก่ ก้อนเลือด เช่น จากการมีเลือดกำ เดา หรืออาจเกิดจากน้ำมูกที่เหนียวข้นและแห้ง
  • สิ่งแปลกปลอมที่มาจากภายนอก แบ่งออกเป็น
    • สิ่งแปลกปลอมที่เป็นสิ่งมีชีวิต (พบได้น้อย) เช่น พวกแมลง ปลิง เป็นต้น
    • สิ่งแปลกปลอมที่เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต (พบได้บ่อย) เช่น ชิ้นส่วนของเล่นพลาสติก เศษกระดาษทิชชู ยางลบ ลูกปัด เม็ดโฟม เมล็ดผลไม้ เช่น น้อยหน่า มะขาม ละมุด และ ถั่วชนิดต่างๆ

มีอาการอย่างไรเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก?

อาการที่อาจพบได้เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก ขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งแปลกปลอม โดยอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ที่พบบ่อย เช่น

  • ถ้าสิ่งแปลกปลอมเป็นสิ่งมีชีวิต เช่น ปลิง ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการเจ็บในจมูก หรือมีเลือดไหลอยู่เรื่อยๆออกจากจมูกข้างเดียว ข้างที่มีสิ่งแปลกปลอม
  • ถ้าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่มีชีวิต ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ด้วยอาการหลักๆ 2 อย่าง คือ
    • ไม่ค่อยทราบแต่แรกว่ามีสิ่งแปลกปลอม ยกเว้นว่าได้ประวัติว่า เด็กใส่สิ่ง ของเข้าจมูก และผู้ปกครองสังเกตเห็นว่า มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในจมูก เช่น เม็ดพลาสติก หรือเศษโลหะ
    • เด็กมีน้ำมูกข้างเดียว เป็นหนองมีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน เกิดจากเมื่อสิ่งแปลกปลอมติดอยู่นานๆ จะเกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้น ในระยะหลังๆอาจเกิดไซนัสอักเสบตามมาได้ด้วย
  • ถ้าเกิดจากก้อนเลือด ผู้ป่วยมักมีอาการแน่นจมูกตามหลังการมีเลือดออกจากจมูก หรือถ้าเกิดจากน้ำมูก ผู้ป่วยก็มักมีอาการมีน้ำมูกเรื้อรังนำมาก่อน

แพทย์รักษาสิ่งแปลกปลอมในจมูกอย่างไร?

หลักในการรักษาเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก คือ แพทย์ต้องนำเอาสิ่งแปลกปลอมนั้นออกให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน/ผลข้างเคียง ซึ่งต้องทำด้วยความระมัดระวังมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆซึ่งเด็กมักดิ้น จมูกเด็กจึงอาจเกิดบาดเจ็บมากขึ้น มีเลือดออกจากจมูก หรือสิ่งแปลกปลอมนั้นหลุดลึกเข้าไปในหลอดลมได้

แพทย์จำเป็นต้องให้ ผู้ปกครองจับเด็กอุ้มนั่งตัก ใช้มือรัดแขน และหน้าผากเด็ก ขณะ เดียวกันใช้ขาของผู้ปกครองรัดขาเด็กไว้ไม่ให้ดิ้น และผู้ช่วยแพทย์ช่วยจับศีรษะเด็กเอาไว้ไม่ให้ขยับ ในขณะที่แพทย์ดึงเอาสิ่งแปลกปลอมออกโดยใช้ เครื่องมือทางการแพทย์ในการเอาสิ่งแปลกปลอมออก

ในเด็กที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ หากแพทย์ใช้ความพยายาม 2-3 ครั้ง แต่ไม่สามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกจากจมูกได้ แพทย์จะพิจารณาทำการรักษาภายใต้การดมยาสลบ

อนึ่ง หากสิ่งแปลกปลอมเป็นแบตเตอรี่ ผู้ปกครองต้องรีบนำเด็กมาโรงพยาบาลด่วน เพราะจำเป็นต้องรีบนำออกอย่างเร่งด่วน เพราะแบตเตอรี่มีสารเคมีที่เป็นด่าง อาจทำให้เซลล์ผนังจมูกเน่าตายได้

มีคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย หรือผู้ปกครองอย่างไร?

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหรือผู้ปกครอง ที่สำคัญ คือ

  • ข้อควรปฏิบัติ
    1. เมื่อพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมในช่องจมูก ต้องรีบมา/พาเด็กมาพบแพทย์ อย่าตื่นตกใจจนเกินเหตุ และต้องคอยปลอบให้กำลังใจแก่เด็กด้วย โดยอาจรอได้จนถึงรุ่งเช้าถ้าเด็กไม่มีอาการอะไร
    2. ถ้าสิ่งแปลกปลอมอยู่ตื้น อาจจะลองขยับโยกปลายจมูกดู หรือให้เด็กสั่งน้ำ มูกแรงๆ ใช้มือปิดรูจมูกอีกข้าง และให้เด็กสั่งน้ำมูกแรง 2–3 ครั้ง อาจจะทำให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาได้เอง ถ้าไม่ออกให้รีบมา/พาเด็กมาพบแพทย์
    3. ในผู้ป่วย/เด็กบางราย แพทย์อาจจะต้องเอาสิ่งแปลกปลอมออกภายใต้การดมยาสลบ ดังนั้นจึงแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อนมาพบแพทย์ เพื่อป้องกันการสำลักเศษอา หารจากกระเพาะอาหารเข้าปอดช่วงดมยาสลบ
  • ข้อห้ามในการกระทำ
    1. อย่าพยายามเอาคีม/เครื่องมือต่างๆคีบเอาสิ่งแปลกปลอมออกเอง เพราะจะดันเอาสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในหลอดลม/ปอดได้
    2. ในเด็ก/ผู้ป่วยที่ไม่ร่วมมือ อย่าใช้เครื่องมือแข็งๆเขี่ยสิ่งแปลกปลอม เพราะเด็กอาจ จะสะบัดศีรษะ เกิดการบาดเจ็บของจมูกได้
    3. อย่าดันสิ่งแปลกปลอมให้ตกลงไปในคอ เพราะ อาจสำลักเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหลอดลม ส่งผลให้เกิดทางเดินหายใจอุดตัน อาจถึงเสียชีวิตได้

มีกรณีอะไรบ้างที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน?

กรณีต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน คือ

  1. สิ่งแปลกปลอมเป็นแบตเตอรี่ (Disk battery) เพราะแบตเตอรี่จะปล่อยด่างออกมา ซึ่งด่างมีคุณสมบัติทำให้เนื้อเน่าตาย เกิดบาดแผลที่ผนังจมูกได้
  2. ผู้ป่วย/เด็กที่มีการรักษาไซนัสอักเสบมานาน และรักษาไม่หายขาด มีการเป็นซ้ำบ่อยๆและเป็นข้างเดียว ให้คิดถึงว่าจะมีสิ่งแปลกปลอมในจมูกข้างนั้นได้ ควรปรึกษาแพทย์หู คอ จมูก เพื่อการตรวจวินิจฉัยและให้ยารักษาภาวะอักเสบที่เหมาะสม

ป้องกันสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าจมูกอย่างไร?

ป้องกันสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าจมูกได้โดย

  • ควรระมัดระวังในการเลี้ยงดูเด็ก เศษของเล่นต่างๆ เมล็ดผลไม้ ต้องเก็บทิ้ง ไม่ให้เด็กเห็น ไม่ให้เด็กเล่น
  • เป็นธรรมชาติของเด็กในช่วงพัฒนาการที่ชอบสำรวจและอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นพ่อแม่ต้องสอนให้เด็กทราบว่าไม่ควรจะเอาสิ่งต่างๆใส่เข้าไปในจมูก

บรรณานุกรม

  1. ศิริเกียรติ ประเสริฐศรี : สิ่งแปลกปลอมด้าน หู คอ จมูก ใน กรีฑา ม่วงทอง บรรณาธิการ ตำราโรคหู คอ จมูก โครงการตำรา วพม. นำอักษรการพิมพิ์ 2548 : 292-300.
  2. อุศนา พรหมโยธิน, Foreign body in ENT, หู คอ จมูก เร่งด่วน ใน กรีฑา ม่วงทอง บรรณาธิการ โครงการตำรา วพม. พ.ศ. 2552


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Idintwanttobie
Frame Bottom