Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมใต้สมอง  ระบบต่อมไร้ท่อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ร่างยักษ์ 

บทนำ

สภาพโตเกินไม่สมส่วน (Acromegaly) เป็นโรคที่เกิดจากมีฮอร์โมนที่เรียกว่า โกรทฮอร์โมน เรียกย่อว่า ‘ฮอร์โมน จีเอช’ (Growth hormone, GH หรือ Human growth hormone ย่อว่า HGH หรือ hGH) หรือแปลง่ายๆว่า ฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต)ถูกสร้างขึ้นมากจากต่อมใต้สมองจนสูงเกินปกติ

ฮอร์โมนจีเอช สร้างจากต่อมใต้สมอง และมีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและของอวัยวะทุกชนิดของร่างกาย โดยเฉพาะ กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ดังนั้น ผู้ป่วยโรคนี้จึงมีการเจริญเติบโตของร่างกาย(ของเนื้อเยื่อและอวัยวะทุกส่วน)โตเกินปกติ แต่ไม่สมส่วน รวมทั้งมีการทำงานที่ผิดปกติไปด้วย จึงส่งผลให้นอกจากผู้ป่วยจะมีร่างกายโตเกินไม่สมส่วนแล้ว ยังมีอาการผิดปกติต่างๆอีกมากมายที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของทุกอวัยวะ รวมทั้งของต่อมไร้ท่อที่สร้างฮอร์โมนต่างๆด้วย (อ่านเพิ่มเติมใน haamor.com บทความเรื่อง โรคต่อมไร้ท่อ)

สาเหตุที่ทำให้มีปริมาณ จีเอชฮอร์โมนสูงเกินปกติ เกือบทั้งหมดเกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ใช่มะเร็งของต่อมใต้สมอง ทั้งนี้ถ้าโรคเกิดในวัยเด็ก หรือในช่วงวัยรุ่น ในวัยที่กระดูกยังมีการเจริญเติบโตอยู่ จะส่งผลให้กระดูก และกล้ามเนื้อเจริญเกินปกติ ผู้ป่วยจึงไม่หยุดสูง จะสูงได้มากๆและตัวใหญ่ จึงเรียกโรคนี้ว่า ‘สภาพร่างยักษ์ (Gigantism)’ ซึ่งโรคนี้ในเด็กจะพบมีการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายที่เกิดได้อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจึงมักมาพบแพทย์ได้เร็ว และได้รับการรักษาได้ทันท่วงที แต่ถ้าเกิดโรคนี้ในผู้ใหญ่ที่กระดูกหยุดการเจริญเติบโตแล้ว โรคจะดำเนินไปอย่างช้าๆ สภาพร่างกายผู้ป่วยจะค่อยๆเปลี่ยนไปช้าๆ ไม่สูง หรือไม่ใหญ่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจึงมักมาพบแพทย์ล่าช้า มักมาพบแพทย์ด้วยโรคอื่นๆจากผลข้างเคียงของโรคนี้ โรคที่เกิดในผู้ใหญ่นี้ เรียกว่า ‘โรคสภาพโตเกินไม่สมส่วน (Acromegaly)’

เนื่องจากทั้งโรคสภาพโตเกินไม่สมส่วน และโรคสภาพร่างยักษ์ มีธรรมชาติของโรคคล้ายกัน ที่รวมถึง อาการ การวินิจฉัย ผลข้างเคียง การรักษา บทความนี้จึงขอกล่าวถึงโรคทั้ง 2 ไปด้วยกัน และเพื่อไม่ให้แต่ละหัวข้อยาวเกินไป จึงของใช้คำว่า ‘สภาพโตเกินไม่สมส่วน’ ในส่วนที่เป็นหัวข้อ

สภาพโตเกินไม่สมส่วน เป็นโรคพบได้น้อย แต่พบได้บ่อยกว่า โรคสภาพร่างยักษ์มาก

สภาพโตเกินไม่สมส่วน พบผู้ป่วยในแต่ละปีได้ประมาณ 3-4 รายต่อประชากร 1 ล้านคน พบได้ใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิและในผู้ชาย โดยผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในช่วงอายุ 30-45 ปี แต่เมื่อแพทย์สอบถามประวัติทางการแพทย์เพิ่มเติม มักพบว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการผิดปกติมาได้ 5-15 ปี (เฉลี่ยประมาณ 8 ปี)

สภาพร่างยักษ์ เป็นโรคพบได้น้อยมากๆ การศึกษาต่างๆ มักเป็นรายงานผู้ป่วยเป็นรายๆไป จึงไม่มีสถิติเกิดโรคที่ชัดเจน

อะไรเป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงเกิดสภาพโตเกินไม่สมส่วน?

สภาพโตเกินไม่สมส่วน

สภาพโตเกินไม่สมส่วน และสภาพร่างยักษ์ ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเกิดจากมีเนื้องอกของต่อมใต้สมอง ชนิดเซลล์เนื้องอกสร้างฮอร์โมนชื่อ จีเอชฮอร์โมน ซึ่งถ้าเนื้องอกขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร เรียกว่า “Microadenama” แต่ถ้าเนื้องอกโตมากกว่า 1 เซนติเมตรที่โรคจะรุนแรงกว่า เรียกว่า “Macroadenama”

อย่างไรก็ตาม ส่วนน้อยมาก พบสภาพโตเกินไม่สมส่วนเกิดจากมีเนื้องอกหรือมะเร็งของบางอวัยวะที่เซลล์มะเร็งอาจสร้างจีเอชฮอร์โมนได้ เช่น ปอด ตับอ่อน ต่อมหมวกไต และที่พบได้น้อยมากๆๆลงไปอีก คือ จากมีการทำงานผิดปกติของวงจรกำกับการสร้างจีเอชฮอร์โมนของสมอง

ส่วนสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็ง หรือการทำงานผิดปกติของวงจรควบคุมการสร้างจีเอชฮอร์โมน ยังไม่ทราบ

สภาพโตเกินไม่ส่วน มีอาการอย่างไร?

สภาพโตเกินไม่สมส่วน และสภาพร่างยักษ์ส่วนใหญ่จะคล้ายกัน ยกเว้น สภาพโตเกินไม่สมส่วน สภาพร่างกาย/รูปลักษณะจะเปลี่ยนแปลงช้า ใช้เวลาเป็นหลายๆปี แต่ในสภาพร่างยักษ์ ผู้ป่วยจะสูงใหญ่รวดเร็วเห็นได้ชัดเจนซึ่งอาการที่คล้ายคลึงกัน เป็นอาการที่เกิดได้กับทุกเนื้อเยื่อ และทุกอวัยวะของร่างกาย อาการที่พบบ่อย ได้แก่

ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อมีร่างกายที่เจริญเติบโตผิดปกติ และ/หรืออาการผิดปกติต่างๆดังได้กล่าวในหัวข้อ “อาการฯ” ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ

แพทย์วินิจฉัยสภาพโตเกินไม่สมส่วนได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยสภาพโตเกินไม่สมส่วนและสภาพร่างยักษ์ได้ด้วยวิธีการเช่นเดียวกัน ได้แก่ จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจดูภาพลักษณ์ การตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนจีเอชและระดับฮอร์โมนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เอกซเรย์ภาพกระดูก โดยเฉพาะ กะโหลก กราม มือ และเท้า และการตรวจภาพต่อมใต้สมองด้วยคอมพิวเตอร์เอกซเรย์ หรือ เอมอาร์ไอ ซึ่งโรคนี้ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยจากการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาสภาพโตเกินไม่สมส่วนได้อย่างไร?

การรักษาสภาพโตเกินไม่สมส่วน และสภาพร่างยักษ์ ใช้วิธีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้จะเลือกใช้วิธีใด ขึ้นกับ อายุผู้ป่วย อาการผู้ป่วย ขนาดก้อนเนื้อ และดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งวิธีรักษาได้แก่

นอกจากนั้น คือ การรักษาโรคต่างๆที่เป็นผลข้างเคียงจาก สภาพโตเกินไม่สมส่วน/ สภาพร่างยักษ์ เช่น การรักษาโรคเบาหวาน การรักษาโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

สภาพโตเกินไม่สมส่วนมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของสภาพโตเกินไม่สมส่วน และสภาพร่างยักษ์ ขึ้นกับการมาพบแพทย์ได้เร็วก่อนที่จะเกิดโรคเรื้อรัง การรักษาควบคุมเนื้องอกนั้นได้ดี และการรักษาควบคุมโรคเรื้อรังต่างๆได้ดี

สภาพโตเกินไม่สมส่วน จัดเป็นโรคเรื้อรัง โดยทั่วไปผู้ป่วยมักเสียชีวิตจากโรคที่เป็นผลข้างเคียง เช่น โรคหัวใจ และผู้ป่วยมักมีอายุสั้นกว่าคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคเรื้อรังต่างๆได้เป็นอย่างดี โอกาสมีชีวิตได้ยืนยาวก็สูงขึ้น

ส่วน สภาพร่างยักษ์ ถ้าได้รับการรักษาได้เร็วก่อนที่จะเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ผู้ป่วยมักมีอายุได้ยืนยาวเช่นเดียวกับคนทั่วไป

สภาพโตเกินไม่สมส่วนมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจาก สภาพโตเกินไม่สมส่วน และสภาพร่างยักษ์ คือ การเกิดโรคเรื้อรังต่างๆในทุกระบบอวัยวะของร่างกาย เช่น โรคกระดูก โรคข้อ โรคหัวใจ โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคของต่อมไทรอยด์

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยด้วยโรค สภาพโตเกินไม่สมส่วน และสภาพร่างยักษ์ ได้แก่

มีวิธีตรวจคัดกรอง สภาพโตเกินไม่สมส่วนไหม?

เนื่องจากยังไม่รู้สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของ สภาพโตเกินไม่สมส่วนและสภาพร่างยักษ์ ปัจจุบันจึงยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองให้พบทั้ง 2 โรค

ป้องกันสภาพโตเกินไม่สมส่วนได้อย่างไร?

เนื่องจากยังไม่รู้สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของ สภาพโตเกินไม่สมส่วนและสภาพร่างยักษ์ จึงยังไม่มีวิธีป้องกันทั้ง 2 โรคนี้

บรรณานุกรม

  1. http://emedicine.medscape.com/article/925446-overview#showall [2017,April8]
  2. Melmed,S. (2006). Acromegaly. NEJM. 355, 2558-2573


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom