Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อแบคทีเรีย 

บทนำ

ยาสปาร์ฟลอกซาซิน (Sparfloxacin) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroqui nolone) ที่นำมาใช้รักษาอาการอักเสบจากร่างกายติดเชื้อแบคทีเรีย โดยตัวยาสามารถกระจายตัวเข้าสู่เนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง อวัยวะส่วนต่างๆในระบบทางเดินหายใจ อวัยวะของระบบสืบพันธุ์ น้ำนมมารดา น้ำดี ถุงน้ำดี เป็นต้น

ยาสปาร์ฟลอกซาซินมีรูปแบบยาแผนปัจจุบันเป็นชนิดรับประทาน ดูดซึมได้ดีจากระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ เมื่อตัวยาเข้าสู่กระแสเลือดจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 45% ก่อนที่จะถูกส่งไปยังอวัยวะตับ ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 16 - 30 ชั่วโมงเพื่อกำจัดปริมาณยาครึ่งหนึ่งออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทิ้งไปกับอุจจาระและปัสสาวะ

ประโยชน์และสรรพคุณหลักๆของยาสปาร์ฟลอกซาซินได้แก่ การรักษาการติดเชื้อของไซนัส/ไซนัสอักเสบ หลอดลม/หลอดลมอักเสบ ไปจนถึงอาการปอดบวม แต่สามารถใช้ได้ผลกับเชื้อแบคทีเรียที่ตอบสนองกับยานี้เท่านั้น

สำหรับอาการข้างเคียงที่ดูจะโดดเด่นของยานี้นั้นเป็นอาการทางผิวหนังโดยยาจะกระตุ้นให้เกิดการแพ้แสงแดดได้มากขึ้น

ก่อนการสั่งใช้ยาสปาร์ฟลอกซาซิน แพทย์อาจมีคำถามประกอบกับการพิจารณาเพื่อการสั่งจ่ายยาอาทิ

เมื่อแพทย์มีคำสั่งจ่ายยาสปาร์ฟลอกซาซิน ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำการใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเช่น ยานี้รับประทานช่วงท้องว่างหรือพร้อมอาหาร อาจจะรับประทานพร้อมกับนมหรือกาแฟก็ได้ ทางเภสัชกรรมจะแนะนำให้รับประทานพร้อมน้ำดื่มที่สะอาดเป็นปริมาณมากพอเพื่อช่วยลดผลกระทบบางประการของยา

สำหรับขนาดรับประทานของยานี้จะขึ้นกับอาการป่วยและชนิดของโรค/แบคทีเรีย โดยทั่วไปยานี้สามารถรับประทานเพียงวันละ 1 ครั้ง และใช้เวลาของการรับประทานตามคำสั่งของแพทย์ ผู้ป่วยต้องมีวินัยต่อการใช้ยาชนิดนี้กล่าวคือ รับประทานตรงเวลา ถูกขนาด ไม่ปรับลดหรือเพิ่มขนาดการรับประทานด้วยตนเอง เมื่อมีการรักษาด้วยยานี้หากไม่ทำให้อาการป่วยจากการติดเชื้อดีขึ้นภายใน 2 - 3 วัน ผู้ป่วยควรกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์พิจารณาปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาใหม่โดยเร็ว

สปาร์ฟลอกซาซินมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

สปาร์ฟลอกซาซิน

ยาสปาร์ฟลอกซาซินมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

สปาร์ฟลอกซาซินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาสปาร์ฟลอกซาซินมีกลไกการออกฤทธิ์โดยตัวยาจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับสารพันธุกรรมในตัวแบคทีเรียที่มีชื่อว่า DNA gyrase ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถจำลองโครงสร้างสารพันธุกรรมของตัวเองได้ ส่งผลให้หยุดการแพร่พันธุ์และตายลงในที่สุด

สปาร์ฟลอกซาซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาสปาร์ฟลอกซาซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดชนิดรับประทานขนาด 100 และ 200 มิลลิกรัม/เม็ด

สปาร์ฟลอกซาซินมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาสปาร์ฟลอกซาซินมีขนาดรับประทานเช่น

  • ผู้ใหญ่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป: รับประทานวันแรก 400 มิลลิกรัม วันถัดมาให้รับประทาน 200 มิลลิกรัมครั้งเดียว/วันเป็นเวลา 9 วัน สามารถรับประทานยานี้ในช่วงท้องว่างหรือพร้อมอาหารก็ได้
  • เด็กและผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี: ไม่แนะนำการใช้ยานี้ด้วยยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดในผลข้างเคียงของยานี้ในคนกลุ่มอายุนี้

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาสปาร์ฟลอกซาซิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาสปาร์ฟลอกซาซินสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามการลืมรับประทานยานี้บ่อยครั้งอาจทำให้อาการโรคทรุดลงอีกทั้งเสี่ยงต่อการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย

สปาร์ฟลอกซาซินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาสปาร์ฟลอกซาซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น

อนึ่งอาการข้างเคียงหลายอาการไม่จำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา เพียงแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ยาให้เหมาะสม อาการข้างเคียงเหล่านั้นก็อาจหายไปได้เองเช่น การรับประทานยาพร้อมอาหาร สามารถลดและบรรเทาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร-ลำไส้ หรือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงในช่วงที่มีการใช้ยานี้ก็สามารถลดความเสี่ยงหรือผลกระทบทางผิวหนังได้

มีข้อควรระวังการใช้สปาร์ฟลอกซาซินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาสปาร์ฟลอกซาซินเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามรับประทานยานี้พร้อมกับยาที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียม (Aluminium เช่น Aluminium hydroxide) แคลเซียม (เช่น Calcium carbonate) แมกนีเซียม (Magnesium เช่น Magnesium hydroxide) หรือกลุ่มวิตามิน อาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ หากจำเป็นต้องใช้ยาเหล่านั้นร่วมกันควรเลี่ยงและรับประทานยากลุ่มดังกล่าวให้ห่างจากการรับประทานยาสปาร์ฟลอกซาซินประมาณ 4 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา
  • ระหว่างการใช้ยานี้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงโดยเฉพาะในช่วงเวลา 10 - 15 นาฬิกา กรณีจำเป็นต้องออกแดดให้ใช้ร่ม ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ใส่หมวก สวมแว่นกันแดด หรือจะใช้โลชั่นป้องกันแสงยูวีร่วมด้วยก็ได้
  • ยานี้อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการวิงเวียน ง่วงนอน หากมีอาการดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะหรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรต่างๆ
  • ยานี้สามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงประเภทหนึ่งคือ เกิดภาวะเส้นเอ็นของผู้ป่วยปริแตก(ปวดในตำแหน่งนั้นมากจนไม่สามารถใช้กล้ามเนื้อ/ข้อนั้นๆได้) หากพบอาการดังกล่าวต้องหยุดใช้ยาทันทีแล้วรีบกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาสปาร์ฟลอกซาซินด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

สปาร์ฟลอกซาซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาสปาร์ฟลอกซาซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

  • การใช้ยาสปาร์ฟลอกซาซินร่วมกับยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของเกลืออะลูมิเนียม แมกนีเซียม รวมถึงยาที่มีส่วนประกอบของธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก อาจทำให้การดูดซึมและการกระจายตัวในร่างกายของยาสปาร์ฟลอกซาซินลดลง ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • การใช้ยาสปาร์ฟลอกซาซินร่วมกับยายาหลอดลมเช่น Theophylline อาจทำให้ปริมาณของยายาหลอดลมในกระแสเลือดเพิ่มมากขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณีๆไป
  • การใช้ยาสปาร์ฟลอกซาซินร่วมกับยา Methotrexate อาจทำให้ไตกำจัดยา Methotrexate ออกจากร่างกายได้น้อยลงจึงอาจส่งผลเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายจากการรักษาได้ หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดการใช้ให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • การใช้ยาสปาร์ฟลอกซาซินร่วมกับยา Probenecid สามารถทำให้ยาสปาร์ฟลอกซาซินอยู่ในร่างกายได้นานขึ้นซึ่งการใช้ร่วมกันต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

ควรเก็บรักษาสปาร์ฟลอกซาซินอย่างไร?

ควรเก็บยาสปาร์ฟลอกซาซินภายในอุณหภูมิห้องที่เย็น ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

สปาร์ฟลอกซาซินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาสปาร์ฟลอกซาซินที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Sparx (สปาร์ก) Wockhardt
Sparinta (สปารินตา) Intas
Zagam (ซาแกม) Mylan Pharmaceuticals Inc.

บรรณานุกรม

  1. http://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/sparfloxacin-oral-route/description/drg-20066071 [2015,Aug15]
  2. https://www.mims.com/India/drug/info/sparfloxacin/?type=full&mtype=generic#Dosage [2015,Aug15]
  3. http://mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=sparfloxacin [2015,Aug15]
  4. https://www.mims.com/India/drug/info/SPARX/SPARX%20tab [2015,Aug15]
  5. https://www.mims.com/India/drug/info/SPARINTA/SPARINTA%20tab [2015,Aug15]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom