Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

โภชนาการ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

วัคซีน (vaccine) เป็นผลงานทางสติปัญญาที่คิดค้นขึ้นมานานเกือบ 300 ปี เพื่อใช้ต่อต้านโรคต่างๆจากเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส โดยใช้หลักการให้วัคซีนเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายมนุษย์ เมื่อมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและตรงกับภูมิคุ้มกันต้านทานโรคที่ถูกกระตุ้นไว้ ร่างกายจะสามารถต่อต้านและไม่เจ็บป่วยจากเชื้อโรคนั้น หรืออาจมีอาการของโรค ได้แต่ก็ไม่รุนแรงมาก

วัคซีนถูกจำแนกและแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามวิธีการผลิต ดังนี้

วัคซีนที่ผลิตจากพิษของเชื้อโรคโดยนำพิษมาทำให้หมดฤทธิ์หรือหมดความรุนแรงเช่น วัคซีนบาดทะยัก วัคซีนคอตีบ ใช้โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของเชื้อโรคมากระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มนุษย์เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก

การนำเอาสารก่อภูมิต้านทาน (antigen/แอนติเจน คือตัวที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานโรค) มาเกาะกับโปรตีนของเชื้อโรคเช่น ฮิบ บี (Heamophilus Influenzae Type B)

วัคซีนที่ผลิตจากสารพันธุกรรมของเชื้อโรค (DNA /ดีเอ็นเอ) เช่น วัคซีนโรคเอดส์ หรือ วัณโรค (กำลังอยู่ในการศึกษาทั้งสองโรค)

การได้รับวัคซีนไม่ได้หมายความว่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรคของวัคซีนนั้นๆได้ทุกคน ทั้งนี้ขึ้นกับร่างกายของผู้รับวัคซีน ความแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันเดิม โรคประจำตัว นอกจากนี้ยังขึ้นกับคุณภาพของวัคซีน ระยะเวลากระตุ้นด้วยวัคซีน การเก็บรักษาวัคซีน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องเก็บในตู้เย็นที่ควบคุมอุณหภูมิ 2 - 8 ๐C เพื่อถนอมรักษาและมีอายุการใช้งานได้นาน การใช้วัคซีนในปัจจุบัน แพร่หลายไปในทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นทารกแรกเกิดไปจนกระทั่งคนชรา ถือได้ว่าวัคซีนเป็นของที่มีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคและทำให้ชีวิตมนุษย์ยืนยาวขึ้น

วัคซีนป้องกันโรคได้อย่างไร?

วัคซีน

นักวิทยาศาสตร์ทราบว่าร่างกายมนุษย์มีระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคอยู่ในตัวเอง ภูมิคุ้มกันต้านทานของมนุษย์นอกจากจะทำ หน้าที่ป้องกันเชื้อโรคต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังสามารถจดจำเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้และจะทำการสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานหรือที่เรียกกันว่า สารภูมิต้านทาน (แอนติบอดี้/Antibodies) หากร่างกายมีสารภูมิต้านทานที่จำเพาะต่อเชื้อโรค เมื่อได้รับเชื้อโรคตัวเดิมในครั้งต่อไป ร่างกายจะต่อต้านและกำจัดเชื้อโรคเหล่านั้นทิ้ง วัคซีนจึงเปรียบเสมือนครูฝึกที่ทำให้ร่างกายรู้จักเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรค และสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานขึ้นมาก่อนที่จะเจ็บป่วยด้วยเชื้อโรคนั้นๆ

ใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีน?

วัตถุประสงค์ที่ผลิตวัคซีนออกมาใช้ทั่วโลกเพื่อตอบสนองการมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้มาก มายหลายชนิด ด้วยพลังสติปัญญาของนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้มนุษย์มีทางเลือกการใช้วัคซีนตั้ง แต่ก่อนการตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งวัยชรา การเลือกใช้วัคซีนชนิดใด เหมาะกับร่างกายเราหรือไม่ ควรต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ ด้วยสภาพร่างกาย อายุ เพศ ยาที่ได้รับในขณะนั้น ต่างๆเหล่านี้มีผลต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต้านทานของวัคซีนทั้งสิ้น

ผลอันไม่พึงประสงค์จากวัคซีนมีอะไรบ้าง?

อาจแบ่งผลอันไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) จากการใช้วัคซีนได้ 2 ประเภทคือ

ประเภทแรกเป็นการแสดงอาการอย่างเฉียบพลันทันทีหลังจากได้รับวัคซีนเช่น มีอาการไข้ เจ็บ บวม แดง บริเวณที่ฉีด ผื่นคัน หูอื้อ ชัก เป็นอัมพาต เกิดภาวะแทรกซ้อนเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง และส่งผลให้เกิดการพิการชนิดชั่วคราวหรือพิ การถาวรไปเลย หรือบางคนอาจแพ้รุนแรง เกิดความดันเลือดต่ำทันที เสียชีวิตได้เมื่อให้การรักษาไม่ทัน

ประเภทที่สอง เป็นชนิดที่ใช้ระยะเวลานาน ผลของวัคซีนค่อยๆก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายเช่น เกิดโรคลมชัก การเรียนรู้และพัฒนาการทางสมองผิดปกติ ผลอันไม่พึงประสงค์แบบที่สองนี้จะสังเกตได้ยาก ต้องได้รับการวิเคราะห์ การสืบค้นประวัติอย่างละเอียด

ผลอันไม่พึงประสงค์จากการใช้วัคซีนข้างต้นอาจมีสาเหตุจากหลายอย่างอาทิเช่น พิษหรือส่วนประกอบจากเชื้อโรคที่นำ มาผลิตวัคซีน หรือสารที่ใช้เตรียมในกระบวนการผลิตวัคซีนเช่น สารปรอท สารฟอร์มัลดิไฮด์ สารอลูมิเนียม ซึ่งใช้เป็นส่วนผสม ของวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ผลไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นน้อยมากจนไม่เป็นอุปสรรคของการใช้วัคซีน ยกเว้นในคนเป็นโรคภูมิแพ้ หรือเคยแพ้วัคซีนมาก่อน ซึ่งควรต้องแจ้งแพทย์/พยาบาลให้ทราบก่อนได้รับวัคซีนเสมอ

วัคซีนมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

เพื่อความเหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งาน วัคซีนได้พัฒนาและมีรูปแบบต่างๆเช่น เป็นสารละลายที่หยอดทางปาก ยาพ่นจมูก ยาฉีดใต้ผิวหนัง ยาฉีดเข้ากล้าม หรือแผ่นติดที่ผิวหนัง

ตัวอย่างวัคซีนที่ระบุในตารางด้านล่างถูกนำมาเสนอเพื่อเป็นความรู้ทั่วไปให้กับประชาชน อาจใช้เป็นแนวทางและเสริมความเข้าใจในการใช้ ควรต้องอาศัยคำแนะนำจากแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยและแนะนำการใช้ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย

ตารางตัวอย่างวัคซีนที่มีใช้ในเด็ก

บรรณานุกรม

  1. 1. ชิษณุ พันธุ์เจริญ สุชีรา ฉัตรเพริดพราย ธันยวีร์ ภูธนกิจ จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ คู่มือ Vaccine 2010 และประเด็นในการสื่อสาร, ธนาเพรส.
  2. Randall Neustaedter OMD THE VACCINE GUIDE Copyright 2002 http://books.google.co.th/books [2015, Feb 7].
  3. Vaccine.http:vaccine//www.mims.com[2015, Feb 7].
  4. Cancer Vaccine. http:vaccine//wikipedia.org/wiki/Cancer_vaccine [2015, Feb 7].
Updated 2015, Feb 7

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom