Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบทางเดินอาหาร  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

อหิวาตกโรค 

บทนำ

อหิวาตกโรค(Cholera)เป็นโรคติดเชื้อที่เคยมีประวัติการแพร่ระบาดในประเทศไทยอยู่หลายครั้ง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ วิบริโอ โคเลอรี (Vibro Cholerae)ในบริเวณลำไส้ ส่งผลให้ผู้ที่ติดเชื้อเกิดอาการท้องเสีย ซึ่งบางรายจะมีอาการท้องเสียที่รุนแรงมาก อาเจียน ปวดขา อหิวาตกโรคเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาและมีอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยจะเกิดการสูญเสียน้ำอย่างมากจนร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำที่รุนแรง จนอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค หรือวัคซีนอหิวาตกโรค(Cholera vaccine)” ได้รับการพัฒนามานานแล้ว แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคยังไม่ยืนยาว กล่าวคือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคร้อยละ 85(85%) ในช่วง 6 เดือนแรก และลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 50(50%) ภายหลังการรับวัคซีนไปแล้ว 2 ปี

ปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค 2 ชนิด คือ ชนิดรับประทาน และชนิดฉีด แต่ความนิยมการใช้วัคซีนชนิดฉีดลดลง เนื่องจากประสิทธิภาพด้อยกว่าชนิดรับประทาน

ปัจจุบัน ประเทศไทยไม่ได้กำหนดให้วัคซีนอหิวาตกโรค เป็นวัคซีนจำเป็นสำหรับบุคคลทั่วไป เพราะประเทศเราพบโรคนี้ได้น้อยลงมาก และโรคนี้ไม่ได้มีการแพร่ระบาดในบ้านเราแล้ว ในบ้านเรา วัคซีนนี้ จึงเป็นเพียงวัคซีนที่แนะนำให้รับสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปในที่บริเวณ/ประเทศที่มีการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรค อย่างไรก็ดี องค์การอนามัยโลกได้จัดให้วัคซีนอหิวาตกโรคนี้ เป็นหนึ่งในวัคซีนที่ควรมีอยู่ในบัญชียา/วัคซีนจำเป็นในระบบสาธารณสุขมูลฐานของทุกประเทศ

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคมีกลไกการทำงานอย่างไร?

วัคซีนอหิวาตกโรค

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคมีกลไกการทำงานโดย ตัววัคซีนจะมีฤทธิ์ที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน/ภูมิต้านทานโรค(ภูมิคุ้มกันต้านทานโรค)ที่ต่อต้าน ตัวแบคทีเรีย และทอกซิน(Toxin, สารชีวพิษ)ที่สร้างโดยแบคทีเรียวิบริโอ โคเลอรี ที่เป็นสาเหตุของโรคอหิวาตกโรค โดยสารภูมิต้านทานที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อป้องกันอหิวาตกโรคนั้น จะสร้างที่บริเวณลำไส้เท่านั้น

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคมีข้อบ่งใช้อย่างไร? มีขนาดและวิธีการบริหารวัคซีนอย่างไร?

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค มีข้อบ่งใช้เพื่อ การป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย วิบริโอ โคเลอรี (Vibro Cholerae) โดยปัจจุบันมีวัคซีนนี้ใน 2 รูปแบบคือ ชนิดรับประทาน และชนิดฉีด อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดฉีดนั้นต่ำมากและไม่สามารถป้องกันโรคในระยะเวลานานได้ จึงมีการผลิตลดลง อีกทั้งองค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิดรับประทานในการป้องกันอหิวาตกโรคเท่านั้น ดังนั้นบทความนี้ จึงขอกล่าวถึงวัคซีนอหิวาตกโรคเฉพาะชนิดรับประทานเท่านั้น

การรับวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคชนิดรับประทาน ควรเว้นระยะเวลาจากการรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาใดๆ ก่อนและหลัง การเข้ารับวัคซีน อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

1. วัคซีนดูโครัล (Duloral®): เป็นวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคชนิดรับประทานที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยปกติแนะนำให้แก่ผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรคเท่านั้น อย่างไรก็ดี เคยมีการใช้วัคซีนนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรคในประเทศอินโดนิเซีย ประเทศซู และประเทศอูกันดามาก่อน

วัคซีนดูโครัลได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ได้ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป มีขนาดบรรจุ 3 มิลลิลิตร

สำหรับบุคคลทีมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป: บริหารโดยเจือจางวัคซีนนี้กับน้ำสะอาดให้ได้ปริมาตร 150 มิลลิลิตร ต้องเข้ารับวัคซีน 2 ครั้ง โดยต้องให้ห่างกันอย่างน้อย 7 วันแต่ไม่เกิน 6 สัปดาห์

ในเด็กอายุตั้งแต่ 2-5 ปี: ให้เจือจางวัคซีนให้ได้ 75 มิลลิตร บริหารโดยการรับประทานทั้งสิ้น 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งต้องให้ห่างกันอย่างน้อย 7 วันแต่ไม่เกิน 6 สัปดาห์

หากผู้รับวัคซีนที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป ยังอยู่ในบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาตกโรคหลังจากการรับวัคซีนไปแล้วภายในช่วง 2 ปี ควรได้รับวัคซีนนี้ กระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกครั้งหนึ่ง แต่หากนานเกิน 2 ปีไปแล้ว ควรเริ่มรับวัคซีนนี้ใหม่ทั้งหมด

เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ควรได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันทุกๆ 6 เดือนหากยังอยู่ในบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรค หากระยะเวลาตั้งแต่การรับวัคซีนเดิมเกิน 6 เดือนไปแล้ว ควรเริ่มรับวัคซีนนี้เหมือนการรับวัคซีนนี้เป็นครั้งแรก

2. วัคซีนแชนโคล (Shancol®): เป็นวัคซีนชนิดรับประทานเช่นกัน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศอินเดีย ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ได้ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป บริหารโดยการรับประทาน โดยให้ 2 ครั้ง ห่างกัน 14 วัน สำหรับวัคซีนนี้เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันนั้น แนะนำสำหรับผู้ที่ยังอยู่ในบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรค โดยอาจได้รับ 1 หรือ 2 ครั้ง ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้ดูแล ภายหลังจากการได้รับรับวัคซีนครั้งแรกไปแล้ว 2 ปี

อนึ่ง ในการจะเดินทางไปยังแหล่งที่มีการระบาดของอหิวาตกโรค ควรได้รับวัคซีนนี้ครบถ้วนล่วงหน้า อย่างน้อย 1 สัปดาห์

กลุ่มบุคคลใดที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค?

โดยทั่วไป วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคไม่ได้เป็นวัคซีนแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป เนื่องจากพบว่า มีโอกาสการติดเชื้ออหิวาตกโรคระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวน้อยมาก อย่างไรก็ดี หากเป็นนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จะเข้าไปทำงานในถิ่นทุรกันดารที่มีเชื้อโรคนี้เป็นเชื้อประจำถิ่น และผู้ที่เข้าไปทำงานในค่ายสำหรับผู้ลี้ภัย ควรได้รับวัคซีนชนิดนี้ก่อนเข้าไปยังบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรค โดยควรต้องได้รับวัคซีนนี้ครบถ้วนล่วงหน้า 1 สัปดาห์

มีข้อห้ามอะไรบ้างในการใช้วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค?

โดยทั่วไป วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคมีความปลอดภัย เว้นแต่ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา/แพ้วัคซีนนี้ หรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนนี้ รวมไปถึงการให้วัคซีนนี้กับผู้ที่กำลังป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบทางเดินอาหารเฉียบพลัน

ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดด้านควาปลอดภัยของวัคซีนนี้ แก่หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร การรับวัคซีนในช่วงภาวะเหล่านี้ จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์เป็นกรณีๆไป

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคก่ออาการไม่พึงประสงค์อะไรบ้าง?

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค อาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง)ที่ไม่รุนแรง เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน

อาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงพบได้น้อยมาก เช่น อาการแพ้วัคซีน ได้แก่ มีผื่นคันขึ้นตามตัว, ใบหน้า ลำคอ บวม, หายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง ภายหลังการรับวัคซีนนี้ หากเกิดอาการดังกล่าวขึ้น ต้องรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคมีวิธีการเก็บรักษาอย่างไร?

โดยทั่วไป วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส(Celsius) โดยเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่มากับผู้ผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด/แสงสว่างส่องโดยตรง

แต่อย่างไรก็ดี แต่ละสถานพยาบาลอาจมีนโยบายการเก็บรักษายา/วัคซีนที่แตกต่างกันออกไป จึงควรสอบถามจากฝ่ายเภสัชกรรมของสถานพยาบาลถึงวิธีการเก็บรักษาวัคซีนนี้ที่ถูกต้อง

ติดต่อขอเข้ารับวัคซีนได้อย่างไร?

ผู้มีความประสงค์ที่จะเข้ารับวัคซีนอหิวาตกโรค สามารถปรึกษาแพทย์ได้ที่ คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน, และคลินิกสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและให้คำปรึกษาแนะนำผู้เดินทางและน้กท่องเที่ยว สถานเสาวภา

บรรณานุกรม

  1. Weekly epidemiological record. Cholera vaccines: WHO position paper. World Health Organization. 2010, 85, 117–128.
  2. Centers for Disease Control and Prevention. Cholera Vaccone. http://www.cdc.gov/cholera/vaccines.html [2016,Oct22]
  3. NHS. Cholera – Vaccination. http://www.nhs.uk/Conditions/Cholera/Pages/Vaccination.aspx [2016,Oct22]
  4. Cholera and Enterotoxigenic Escherichia Coli (ETEC) Travellers' Diarrhea vaccine. Health. Government of Canada http://healthycanadians.gc.ca/publications/healthy-living-vie-saine/4-canadian-immunization-guide-canadien-immunisation/index-eng.php?page=3#p4c2a10 [2016,Oct22]
  5. วัคซีนที่จำเป็นก่อนการเดินทาง/ท่องเที่ยวในต่างประเทศ. โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน. http://www.thaitravelclinic.com/th/Knowledge/recommended-vaccine-for-thai-travelers.html [2016,Oct22]
  6. https://www.dukoralcanada.com/when-to-take-dukoral.html [2016,Oct22]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom