Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ปากมดลูก  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี  ระบบโรคติดเชื้อ  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกคือวัคซีนอะไร?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คือ วัคซีนป้องกันปากมดลูกจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อ ไว รัสเอชพีวี (HPV หรือ human papilloma virus/ฮิวแมนแป๊บปิลโลมาไวรัส) ซึ่งการติดเชื้อไว รัสเอชพีวีนี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก เพราะทำให้เซลล์ปากมดลูกอัก เสบเรื้อรัง และอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้จริงหรือ? ป้องกันมะเร็งอื่นหรือโรคอื่นได้ไหม?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ไวรัสเอชพีวีที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกมีหลายสายพันธุ์ย่อย แต่สายพันธุ์ย่อยที่สำคัญต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่ได้จากการศึกษาของประเทศทางตะวัน ตก คือ สายพันธุ์ 16 และ 18 เพราะ 70% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกทั้งหมด เกิดจากไวรัสสองสายพันธุ์นี้ ดังนั้น วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบันจึงป้องกันการเกิดมะเร็งปากมด ลูกได้ประมาณ 70% (เฉพาะจากสายพันธุ์ย่อย 16 และ 18)

แต่ในประเทศไทย การศึกษาจากสถาบันจุฬาภรณ์ที่เผยแพร่เมื่อ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 พบว่า สายพันธุ์ย่อยที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยมากที่สุด คือ สายพันธุ์ 52 รองลงไป คือ สายพันธุ์ 16 ซึ่งทางสถาบันจะได้ขยายขอบข่ายการศึกษาให้ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นการใช้วัคซีนปากมดลูกที่มีอยู่ในปัจจุบันในหญิงไทย จึงอาจลดประสิทธิภาพลงไปอีก เพราะวัคซีนฯปัจจุบันไม่สามารถป้องการการเกิดมะเร็งปากมดลูกจากสายพันธุ์ 52 ได้ ป้อง กันได้เพียงจากสายพันธุ์ 16, 18

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบัน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าป้องกันมะเร็งชนิดอื่นที่มีเชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นปัจจัยเสี่ยงได้ไหม แพทย์กำลังศึกษาอยู่ ซึ่งได้แก่ โรคมะเร็งช่องปาก โรค มะเร็งคอหอยส่วนปาก และโรคมะเร็งทวารหนัก

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบัน ผลิตโดย 2 บริษัท

  • บริษัทหนึ่งป้องกันได้เฉพาะไวรัสสายพันธุ์ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่พบบ่อยทั้งสองสายพันธุ์ (สายพันธุ์ 16, 18)
  • แต่ของอีกบริษัท ป้องกันได้ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ย่อย คือ ของมะเร็งปากมดลูก 2 สายพันธุ์ดัง กล่าว และของหูดอวัยวะเพศอีก 2 สายพันธุ์ (ซึ่งป้องกันหูดอวัยวะเพศได้ประมาณ 90%)

ใครควรต้องฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก? เริ่มฉีดเมื่ออายุเท่าไร?

ผู้ที่สมควรฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกคือ ผู้หญิง โดยการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งเป็นเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อได้รับการฉีดตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย (ยังไม่ติดเชื้อ) ซึ่งจากการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าเด็ก หญิงในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีเพศสัมพันธ์ในอายุประมาณ 13 ปี

ดังนั้น สหรัฐอเมริกาจึงแนะนำการฉีดวัคซีนเริ่มตั้งแต่อายุ 11-12 ปี หรือฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ส่วนในอายุ 13-26 ปี ก็น่าจะฉีด (ถึงแม้จะมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ตาม) แต่อาจได้รับผลในการป้องกันโรคลดลง

ส่วนในอายุอื่นๆ การศึกษายังไปไม่ถึงในปัจจุบัน จึงยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนว่า การฉีดวัค ซีนได้ประโยชน์ในกลุ่มที่เหลือนี้

ส่วนการฉีดวัคซีนตัวนี้ในผู้ชายเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง กำลังอยู่ในการศึก ษาเช่นกัน

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกอย่างไร? และต้องฉีดกระตุ้นอีกไหม?

การฉีดวัคซีนให้ได้ประสิทธิภาพ นอกจากขึ้นกับการมีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังต้องฉีดให้ครบ 3 เข็ม ภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยฉีดเข็มที่ 2 หลังจากเข็มแรกประมาณ 2 เดือน และเข็มที่ 3 ภายใน 6 เดือนหลังฉีดเข็มแรก

ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ว่า ในอนาคตต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นหรือไม่ เพราะการศึก ษายังไปไม่ถึง แต่การศึกษาในปัจจุบันพบว่า วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพอยู่หลังจากฉีดไปแล้ว 6-8 ปี

ดังนั้น ทุกคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว จึงต้องคอยติดตามข่าว เพราะอาจมีหรือไม่มีการต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นก็ได้ในอนาคต

วัคซีนมีผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) ไหม?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกผลิตจากชิ้นส่วนของไวรัส จึงไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีไม่ว่าจะเป็นกรณีใดทั้งสิ้น (ไม่เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็ง) แต่ชิ้นส่วนหรือสารที่มีอยู่ในวัค ซีน อาจก่ออาการแพ้ได้ ซึ่งอาการแพ้ทั่วไปไม่รุนแรงและพบได้น้อย เช่น มีไข้ เจ็บตรงที่ฉีด หรือ วิงเวียน มึนงง อาการจะหายได้เองภายใน 1-2 วัน โดยไม่ต้องรักษา

แต่มีบางคน อาจแพ้รุนแรงถึงขั้นช็อกได้ (พบได้น้อยมาก) ถ้าเคยมีประวัติแพ้สารต่างๆมาก่อน ดังนั้นจึงควรแจ้งแพทย์/พยาบาลเสมอถึงประวัติอาการแพ้ต่างๆก่อนฉีดวัคซีน

วัคซีนฉีดในคนท้องได้ไหม? ถ้ายังฉีดวัคซีนไม่ครบแล้วเกิดท้องจะทำอย่างไร?

การศึกษาเรื่องการฉีดวัคซีนในคนท้องยังมีน้อยมาก แต่ยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่แตกต่างไปจากที่กล่าวแล้วในหัวข้อ วัคซีนมีผลข้างเคียงไหม? และยังไม่พบว่า ส่งผลให้เกิดความพิการของทารก หรือเพิ่มโอกาสการแท้ง แต่ผลในระยะยาวต่อทารกที่เกิดมา ยังไม่ทราบ

ดังนั้น จึงเป็นข้อห้ามฉีดวัคซีนตัวนี้ขณะตั้งครรภ์ (เนื่องจากยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กในอนาคต) ส่วนเมื่อฉีดวัคซีนไปแล้ว 1-2 เข็ม แล้วเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา แพทย์จะให้ชะลอการฉีดวัคซีนเข็มถัดไปไปก่อน รอจนกว่าจะคลอดแล้วจึงพิจารณาใหม่ ซึ่งยังไม่มีการศึกษาว่า ผลการป้องกันโรคมะเร็งที่ได้จะเป็นอย่างไร? และควรฉีดวัคซีนต่อไปให้ครบทั้งสามเข็มหรือ ไม่? แพทย์จะพูดคุยให้คำปรึกษาเป็นรายๆไป

วัคซีนแพงไหม?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกยังมีราคาแพงอยู่ และต้องตระหนักว่า วัคซีนป้องกันโรคได้ 70% (เฉพาะการติดเชื้อจากสายพันธุ์ย่อย 16 และ 18) ดังนั้น ผู้หญิงจึงยังคงต้องรู้จักดูแลตน เอง ดังจะกล่าวในหัวข้อต่อไป ถึงแม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ตา

ฉีดวัคซีนแล้ว ยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกไหม?

ข้อนี้สำคัญที่สุด ทุกคนต้องตระหนักถึงข้อนี้คือ วัคซีนรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกไม่ได้ และป้องกันมะเร็งปากมดลุกได้ประมาณ 70% (เฉพาะจากการติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย 16 และ 18) ดังนั้น ทุกคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว ยังคงต้องเลิกปัจจัยเสี่ยงต่างๆอื่นๆต่อการเกิดมะเร็งปากมด ลูก และยังต้องรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ บ่อยตามแพทย์แนะนำ

ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีนจะดูแลตนเองอย่างไร?

ไม่ต้องกลัว ถึงแม้ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกมีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ ผู้หญิงทุกคนจึงควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ หรือ แพทย์ทุกคน เรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (วิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่) โดยเริ่มเมื่ออายุ 21 ปี หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแล้วอย่างน้อย 3 ปี ขึ้นกับว่าเวลาใดถึงก่อน หลังจากนั้นความถี่ในการตรวจขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์

นอกจากนั้น ดังกล่าวแล้วว่า การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดัง นั้น การให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ จึงเป็นอีกวิธีลดโอกาสติดเชื้อต่างๆทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี และไวรัสเอชไอวี/HIV (โรคเอดส์)

ถ้าอยากฉีดวัคซีนจะทำอย่างไร?

เมื่อต้องการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ควรสอบถามสูตินรีแพทย์ หรือ แพทย์โรค มะเร็ง ทั้งรังสีรักษาแพทย์ และมะเร็งวิทยาอายุรแพทย์

ทั้งนี้ ต้องระลึกอยู่เสมอว่า วัคซีนฯป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้เฉพาะที่เกิดจากเอชพีวีสายพันธุ์ย่อย 16 และ 18 ดังนั้นในหญิงไทยที่เชื้อเอชพีวีที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเป็นสายพันธุ์ 52 และ16 เป็นหลัก ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดวัคซีนฯ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดทั้งในการป้องกันโรคและในเรื่องของค่าใช้จ่าย

บรรณานุกรม

1. ACOG : https://www.acog.org/Resources_And_Publications/Committee_Opinions/Committee_on_Adolescent_Health_Care/Human_Papillomavirus_Vaccination [2014,April19]
2. http://www.cccthai.org/l-th/index.php/2009-06-13-08-18-36/2009-07-15-05-05-31/808--2554.html [2014, April19]
3. Kahn, J. (2009). HPV vaccination for the prevention of cervical intraepithelial neoplasia. N Engl J Med, 361, 271-278.

Updated 2014, April 19

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 7 คน sirikul jameslvtw puu_puay Kanlayarat Koehler jukkit.temee kamonwan.pongkate narongsak.chunkamol
Frame Bottom