Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ปากมดลูก  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี  ระบบโรคติดเชื้อ  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกคือวัคซีนอะไร?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีนเอชพีวี คือ วัคซีนป้องกันปากมดลูกจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อ ไวรัสเอชพีวี (HPV หรือ Human papilloma virus/ฮิวแมนแป๊บปิลโลมาไว รัส) ซึ่งการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก เพราะทำให้เซลล์ปากมดลูกอักเสบเรื้อรังและอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีกี่ชนิด?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก/วัคซีนเอชพีวี ในปัจจุบันมี 3 ชนิดคือ

  1. วัคซีนชื่อการค้า“Cervarix” ป้องกันได้เฉพาะไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่พบบ่อย 2 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์ 16, และ 18 ซึ่งป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70% (ไวรัสเอชพีวีที่เป็นต้นเหตุมะเร็งปากมดลูกมีได้หลากหลายสายพันธุ์ย่อยไม่น้อยกว่า 40 สายพันธุ์)
  2. วัคซีนชื่อการค้า “Gardasil ป้องกันไวรัสเอชพีวีได้ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ย่อยคือ
  3. วัคซีนชื่อการค้า “Gardasil 9” ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration: FDA) ได้รับรองประสิทธิภาพของวัค ซีนตัวใหม่ที่มีชื่อการค้าว่า “Gardasil 9” ซึ่งครอบคลุมป้องกันเอชพีวีไวรัสสายพันธุ์ย่อยได้เพิ่มอีก 5 สายพันธุ์ รวมจากของเดิม 4 สายพันธุ์เป็นทั้งหมด 9 สายพันธุ์คือ เอชพีวี/HPV 6, 11, 16, 18, (ของเดิม) และ อีก 5 สายพันธุ์ใหม่ คือ 31, 33, 45, 52, 58 ดังนั้น วัคซีนตัวใหม่ Gardasil 9 นี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้เพิ่มอีก 20% กล่าวคือ สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งหมดประมาณ 90%

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้จริงหรือ? ป้องกันมะเร็งอื่นหรือโรคอื่นได้ไหม?

ไวรัสเอชพีวีที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกมีหลายสายพันธุ์ย่อย(มากกว่า 40 สายพันธุ์ย่อย) แต่สายพันธุ์ย่อยที่สำคัญต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่ได้จากการ ศึกษาของประเทศทางตะวันตกคือ สายพันธุ์ 16 และ 18 เพราะ 70% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมด ลูกทั้งหมดในประเทศตะวันตกเกิดจากไวรัสสองสายพันธุ์ย่อยนี้

แต่ในประเทศไทยการศึกษาจากสถาบันจุฬาภรณ์ที่เผยแพร่เมื่อ กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2556 พบว่า สายพันธุ์ย่อยที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยมากที่สุดคือ สายพันธุ์ 52 รองลงไปคือ สายพันธุ์ 16 ซึ่งในอนาคตทางสถาบันจะได้ขยายขอบข่ายการศึกษาให้ครอบคลุมประชา กรทั่วประเทศให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นการใช้วัคซีนปากมดลูก 2 ตัวยาเดิมคือ Cervarix และ Gardasil ในหญิงไทยจึงอาจลดประสิทธิภาพลงไปอีก เพราะไม่สามารถป้องการการเกิดมะเร็งปากมดลูกจากสายพันธุ์ 52 ได้ ป้องกันได้เพียงจากสายพันธุ์ 16, 18 แต่วัคซีน “Gardasil 9” ป้องกันเอชพีวีสายพันธุ์ที่พบในหญิงไทยบ่อยที่สุดได้คือ สายพันธุ์ 52 วัคซีนตัวใหม่นี้จึงสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ใครควรต้องฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก? เริ่มฉีดเมื่ออายุเท่าไร?

ผู้ที่สมควรฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกคือ ผู้หญิง โดยการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีซึ่งเป็นเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อได้รับการฉีดตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย (ยังไม่ติดเชื้อ) รวมถึงในวัยที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่อไวรัสเอชพีวีได้ดี ซึ่งจากการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าเด็กหญิงในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีเพศสัมพันธ์ในอายุประมาณ 13 ปี และร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันฯต่อไวรัสนี้ได้ดีในช่วงอายุ 9 - 12 ปี

ดังนั้น สหรัฐอเมริกาจึงแนะนำการฉีดวัคซีนนี้ในผู้หญิงเริ่มตั้งแต่อายุ 11 - 12 ปี แต่สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ส่วนในอายุ 13 - 26 ปีก็น่าจะฉีด (ถึงแม้จะมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ตาม) แต่อาจได้รับผลในการป้องกันโรคลดลง

ปัจจุบัน มีการศึกษาพบว่า วัคซีนนี้น่าจะมีประสิทธิภาพป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ในหญิงกลุ่มอายุที่เพิ่มขึ้นคือ กลุ่มอายุ 26 - 45 ปี แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันการใช้วัคซีนนี้ที่แน่ชัดในหญิงกลุ่มอายุนี้

การฉีดวัคซีนนี้ในผู้ชาย: องค์กรที่ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา/ซีดีซี (CDC: Centers of Disease control and Prevention) ได้แนะนำการฉีดวัคซีน Gardasil หรือ Gardasil 9 ในเด็กชายช่วงอายุ 11 - 12 ปี เพื่อป้องกันโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนัก แต่สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ส่วนชายอายุที่มากกว่านี้มีรายงานว่า วัคซีนให้ผลป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีได้จนถึงอายุประมาณ 26 ปี โดยประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี อาจลดลงได้

ส่วนการฉีดวัคซีนเอชพีวีในผู้ชายเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง กำลังอยู่ในการ ศึกษา

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกอย่างไร? และต้องฉีดกระตุ้นอีกไหม?

การฉีดวัคซีนนี้ให้ได้ประสิทธิภาพ นอกจากขึ้นกับการมีเพศสัมพันธ์และอายุที่เริ่มต้นฉีดวัคซีนแล้ว ยังต้องฉีดให้ครบ 3 เข็มภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยฉีดเข็มที่ 2 หลังจากเข็มแรกประมาณ 2 เดือน และเข็มที่ 3 ภายใน 6 เดือนหลังฉีดเข็มแรก

ปัจจุบัน มีหลายการศึกษายืนยันว่า ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายต่อการติดเชื้อเอชพีวีหลังฉีดวัคซีนนี้ไปแล้วประมาณ 10 ปียังคงสูงอยู่ จึงทำให้วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพไม่จำ เป็นต้องมีการฉีดวัคซีนนี้กระตุ้นซ้ำอีก

อนึ่ง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2558 มีรายงานการศึกษาที่ว่า การฉีดวัคซีนนี้เพียง 2 เข็มก็อาจเพียงพอที่จะให้ภูมิคุ้มกันฯของร่างกายต่อการติดเชื้อเอชพัวีได้เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนนี้ 3 เข็ม ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องยังคงแนะ นำการฉีดวัคซีนนี้ที่ 3 เข็ม และให้มีการศึกษาเพิ่มเติมจนกว่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่จะแนะนำเป็นอย่างอื่น

วัคซีนมีผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) ไหม?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกผลิตจากชิ้นส่วนของไวรัส จึงไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีไม่ว่าจะเป็นกรณีใดทั้งสิ้น (ไม่เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็ง) แต่ชิ้นส่วนหรือสารที่มีอยู่ในวัค ซีน อาจก่ออาการแพ้ยา/แพ้วัคซีนได้ ซึ่งอาการแพ้ทั่วไปไม่รุนแรงและพบได้น้อยเช่น มีไข้ เจ็บตรงที่ฉีด หรือวิงเวียน มึนงง อาการจะหายได้เองภายใน 1 - 2 วันโดยไม่ต้องรักษา

แต่มีบางคนอาจแพ้รุนแรงถึงขั้นช็อกได้ (พบได้น้อยมาก) ถ้าเคยมีประวัติแพ้สารต่างๆมาก่อน ดังนั้นจึงควรแจ้งแพทย์/พยาบาลเสมอถึงประวัติอาการแพ้ต่างๆก่อนฉีดวัคซีนนี้

วัคซีนฉีดในคนท้องได้ไหม? ถ้ายังฉีดวัคซีนไม่ครบแล้วเกิดท้องจะทำอย่างไร?

การศึกษาเรื่องการฉีดวัคซีนนี้ในคนท้อง ยังมีระยะติดตามผลการศึกษาที่ยังไม่นานพอ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่แตกต่างไปจากที่กล่าวแล้วในหัวข้อวัคซีนมีผล ข้างเคียงไหม? และยังไม่พบว่าส่งผลให้เกิดความพิการของทารกหรือเพิ่มโอกาสการแท้ง แต่ผลในระยะยาวต่อทารกที่เกิดมายังไม่ทราบ

ดังนั้น จึงยังเป็นข้อห้ามฉีดวัคซีนตัวนี้ขณะตั้งครรภ์ (เนื่องจากยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กในอนาคต) ส่วนเมื่อฉีดวัคซีนไปแล้ว 1 - 2 เข็มแล้วเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา แพทย์จะให้ชะลอการฉีดวัคซีนเข็มถัดไปไปก่อน รอจนกว่าจะคลอดแล้วจึงพิจารณาใหม่ ซึ่งยังไม่มีการศึกษาว่าผลการป้องกันโรคมะเร็งที่ได้จะเป็นอย่างไร? และควรฉีดวัคซีนต่อไปให้ครบทั้งสามเข็มหรือไม่? แพทย์จะพูดคุยให้คำปรึกษาเป็นรายๆไป

อนึ่ง จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานว่าวัคซีนนี้ก่อให้เกิดความพิการต่อทารกในครรภ์หรือ ต่อการแท้ง เมื่อตั้งครรภ์หลังการฉีดวัคซีนนี้

วัคซีนแพงไหม?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก/วัคซีนเอชพีวียังมีราคาแพงอยู่ และต้องตระหนักว่าวัคซีนป้องกันโรคได้ 70 - 90% ขึ้นกับชนิดของวัคซีน ผู้หญิงจึงยังคงต้องรู้จักดูแลตนเองดังจะกล่าวในหัวข้อต่อไป ถึงแม้จะฉีดวัคซีนนี้แล้วก็ตา

อนึ่ง: ในสหรัฐอเมริกาวัคซีน Cervarix เข็มละประมาณ 100 ดอลลาร์, วัคซีน Gardasil เข็มละประมาณ 120 ดอลลาร์, วัคซีน Gardasil 9 เข็มละประมาณ 145 ดอลลาร์

ฉีดวัคซีนแล้วยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกไหม?

ข้อนี้สำคัญที่สุด ทุกคนต้องตระหนักถึงข้อนี้คือ วัคซีนรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกไม่ได้ และป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70 - 90% ขึ้นกับชนิดของวัคซีนที่ฉีด ดังนั้นทุกคนที่ฉีดวัคซีนนี้แล้วยังคงต้องเลิกปัจจัยเสี่ยงต่างๆอื่นๆต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก และยังต้องรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอบ่อยตามแพทย์แนะนำ

ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีนจะดูแลตนเองอย่างไร?

ไม่ต้องกลัว ถึงแม้ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกมีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ ผู้หญิงทุกคนจึงควรปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ทุกคนเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (วิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่) โดยเริ่มเมื่ออายุ 21 ปีหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแล้วอย่างน้อย 3 ปีขึ้นกับว่าเวลาใดถึงก่อน หลังจากนั้นความถี่ในการตรวจคัดกรองฯขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์

นอกจากนั้น ดังกล่าวแล้วว่าการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น การให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยชายในการมีเพศสัมพันธ์ จึงเป็นอีกวิธีลดโอกาสติดเชื้อต่างๆทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและไวรัสเอชไอวี/HIV (โรคเอดส์)

ถ้าอยากฉีดวัคซีนจะทำอย่างไร?

เมื่อต้องการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ควรสอบถามสูตินรีแพทย์หรือแพทย์โรค มะเร็งทั้งรังสีรักษาแพทย์และมะเร็งวิทยาอายุรแพทย์ ทั้งนี้ ต้องระลึกอยู่เสมอว่าวัคซีนนี้ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้เฉพาะที่เกิดจากเอชพีวีสายพันธุ์ย่อยที่วัคซีนนั้นๆป้องกันได้ (2 – 9 สายพันธุ์ขึ้นกับชนิดของวัคซีน)

ในหญิงไทยที่เชื้อเอชพีวีที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเป็นสายพันธุ์ 52 และ 16 เป็นหลัก ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดวัคซีนฯเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดทั้งในการป้องกันโรคและในเรื่องของค่าใช้จ่าย

วัคซีนเอชพีวีป้องกันโรคอะไรได้บ้าง?

ปัจจุบัน นอกจากการฉีดวัคซีนฯ (วัคซีนทั้ง 3 ชนิด) สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70 - 90% ขึ้นกับชนิดของวัคซีนแล้ว วัคซีน Gardasil และ Gardasil 9 ยังสามารถป้องกันหูดหงอนไก่ได้ประมาณ 90%, มะเร็งทวารหนักได้ประมาณ 80% และมีการศึกษาที่ระบุว่า วัคซีนทั้ง 2 ตัวนี้ ยังอาจลดโอกาสเกิดมะเร็งช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศหญิง มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งคอหอย และมะเร็งช่องปาก ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในการป้องกันโรคอื่นๆที่นอกเหนือจากมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่ ยังต้องการการศึกษาที่ชัดเจนจนสามารถแนะนำการนำมาใช้ทางคลินิกได้

นอกจากนั้น ปัจจุบันยังมีการศึกษาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ได้วัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีได้หลากหลายสายพันธุ์เพิ่มมากกว่า 9 สายพันธุ์ในปัจจุบัน และยังมีการพัฒนาวัคซีนนี้เพื่อใช้ในการรักษาหูดหงอนไก่ เพื่อป้องกันการกลายพันธุ์ไปเป็นมะเร็งปากมดลูก

บรรณานุกรม

  1. 1. ACOG :https://www.acog.org/Resources_And_Publications/Committee_Opinions/
    Committee_on_Adolescent_Health_Care/Human_Papillomavirus_Vaccination
    [2015,April11]
  2. http://www.cccthai.org/l-th/index.php/2009-06-13-08-18-36/2009-07-15-05-05-31/808--2554.html [2015,April11]
  3. Kahn, J. (2009). HPV vaccination for the prevention of cervical intraepithelial neoplasia. N Engl J Med, 361, 271-278.
  4. http://www.cdc.gov/std/hpv/stdfact-hpv-vaccine-young-women.htm [2015,April11]
  5. http://en.wikipedia.org/wiki/HPV_vaccines [2015,April11]
Updated 2015, April 11

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน shesogood kratai.sivara vanvan
Frame Bottom