Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไขกระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

มาลาเรีย 

บทนำ

ยาลูมีแฟนทรีน (Lumefantrine) หรือในชื่ออื่นอีกคือ เบนฟลูมีทอล (Benflumetol) เป็นยาที่ใช้ต่อต้านเชื้อมาลาเรีย/ไข้จับสั่นที่มีสาเหตุจากเชื้อสัตว์เซลล์เดียวชนิด Plasmodium falcipa rum (P.falciparum) โดยใช้ร่วมกับยาต้านมาลาเรียอีกชนิดคือ ยา Artemether และมีรูปแบบเป็นยารับประทานโดยมีสัดส่วนตัวยาต่อเม็ดดังนี้ ยา Artemether 20 มิลลิกรัม + ยา Lumefantrine 120 มิลลิกรัม

การรับประทานยาลูมีแฟนทรีนร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้มีการดูดซึมได้มากที่สุด เมื่อตัวยานี้อยู่ในกระแสเลือดจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีไปเป็นสารออกฤทธิ์ที่เรียกว่า เดสบิวทิล-ลูมีแฟนทรีน (Desbutyl-lumefantrine) ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 4 - 6 วันในการกำจัดยานี้ออกจากกระแสเลือดของผู้ป่วยที่ติดเชื้อมาลาเรีย การออกฤทธิ์ของตัวยานี้จะเกิดต่อวงจรชีวิตของเชื้อมาลาเรียในระยะที่ฟักตัวอยู่ในเม็ดเลือดแดง (Erythrocytic stages) โดยยาลูมีแฟนทรีนจะยับยั้งการสร้างกรดนิวคลีอิก (Nucleic acid/สารเกี่ยวข้องกับสารพันธุกรรม DNA) และสารโปรตีนของเชื้อมาลาเรีย

ข้อจำกัดของการใช้ยาลูมีแฟนทรีนที่ผู้บริโภคควรทราบคือ

  • ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้กับการติดเชื้อมาลาเรียที่มีอาการป่วยขั้นรุนแรง
  • ห้ามใช้เป็นยาป้องกันโรคมาลาเรีย

ทั้งนี้การใช้ยาลูมีแฟนทรีนร่วมกับยา Artemether สามารถใช้รักษามาลาเรียได้ทั้งในผู้ใหญ่ และในเด็ก การใช้ยานี้ในเด็กจะใช้น้ำหนักตัวเด็กมาประกอบในการคำนวณขนาดรับประทาน สำหรับการใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์มีข้อมูลทางคลินิกสนับสนุนว่าไม่ก่อให้เกิดความพิการกับทารกในครรภ์แต่อย่างใด แต่การใช้ยานี้กับสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรสามารถส่งผลต่อทารกที่ดื่มน้ำนมมารดาได้ด้วยยาลูมีแฟนทรีนสามารถถูกขับออกมากับน้ำนมของมารดา อย่างไรก็ตามการใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มใดก็ตามจะต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์แต่เพียงผู้เดียว

ลูมีแฟนทรีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ลูมีแฟนทรีน

ยาลูมีแฟนทรีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อบำบัดรักษาอาการป่วยจากโรคมาลาเรียที่มีการติดเชื้อเฉียบพลันและมีอาการไม่รุนแรง

ลูมีแฟนทรีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาลูมีแฟนทรีนคือ ตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อเชื้อมาลาเรียในระยะที่เชื้อฟักตัวอยู่ในเม็ดเลือดแดงโดยจะเข้ารบกวนการสร้างสารเชิงซ้อนที่มีชื่อเรียกว่า Beta-hematin (สารช่วยการดำรงชีวิตของเชื้อมาลาเรีย) รวมถึงยับยั้งการสังเคราะห์กรดนิวคลีอิก (Neucleic acid) และสารโปรตีนของเชื้อมาลาเรีย ส่งผลให้เชื้อมาลาเรียหยุดการเจริญเติบโต ไม่สามารถขยายพันธุ์และตายลงในที่สุด

ลูมีแฟนทรีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาลูมีแฟนทรีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดชนิดรับประทานที่มีตัวยาประกอบกันเช่น

ลูมีแฟนทรีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ในขนาดความแรงของยา Artemether 20 มิลลิกรัม + Lumefantrine 120 มิลลิกรัม/เม็ด ยานี้มีขนาดรับประทานเช่น

ก. ขนาดรับประทานของผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 16 ปีขึ้นไป: ให้รับประทานยาเป็นเวลา 3 วันดังนี้

  • วันแรก: เริ่มรับประทานยาพร้อมอาหาร 4 เม็ดครั้งเดียว จากนั้นอีก 8 ชั่วโมงถัดมาให้รับประ ทานอีก 4 เม็ด
  • วันที่ 2 และวันที่ 3: รับประทานยาครั้งละ 4 เม็ดเช้า - เย็น
  • สรุปผู้ป่วยต้องรับประทานยา 24 เม็ดเป็นเวลา 3 วัน
  • *กรณีที่ผู้ใหญ่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 35 กิโลกรัมให้ใช้ขนาดรับประทานตามเกณฑ์น้ำหนักตัวของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีที่รวมถึงเด็กดังจะกล่าวต่อไป

ข. ขนาดรับประทานของผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีที่รวมถึงเด็ก:

  • น้ำหนักตัว 5 - 15 กิโลกรัม:
    • วันแรกรับประทาน 1 เม็ดหลังอาหาร อีก 8 ชั่วโมงต่อมารับประทานอีก 1 เม็ด
    • วันที่ 2 และวันที่ 3 รับประทานครั้งละ 1 เม็ดเช้า - เย็น
    • สรุปรับประทานยาทั้งหมด 6 เม็ดเป็นเวลา 3 วัน
  • น้ำหนักตัวมากกว่า 15 - 25 กิโลกรัม:
    • วันแรกรับประทาน 2 เม็ดหลังอาหาร อีก 8 ชั่วโมงต่อมารับประทานอีก 2 เม็ด
    • วันที่ 2 และวันที่ 3 รับประทานครั้งละ 2 เม็ดเช้า - เย็น
    • สรุปรับประทานยาทั้งหมด 12 เม็ดเป็นเวลา 3 วัน
  • น้ำหนักตัวมากกว่า 25 - 35 กิโลกรัม:
    • วันแรกรับประทาน 3 เม็ดหลังอาหาร อีก 8 ชั่วโมงต่อมารับประทานอีก 3 เม็ด
    • วันที่ 2 และวันที่ 3 รับประทานครั้งละ 3 เม็ดเช้า - เย็น
    • สรุปรับประทานยาทั้งหมด 18 เม็ดเป็นเวลา 3 วัน
  • น้ำหนักตัวมากกว่า 35 กิโลกรัม:
    • วันแรกเริ่มรับประทานยาพร้อมอาหาร 4 เม็ดครั้งเดียว จากนั้นอีก 8 ชั่วโมงถัดมาให้รับประ ทานอีก 4 เม็ด
    • วันที่ 2 และวันที่ 3 รับประทานยาครั้งละ 4 เม็ดเช้า - เย็น
    • สรุปรับประทานยา 24 เม็ดเป็นเวลา 3 วัน

*อนึ่ง กรณีผู้ติดเชื้อมาลาเรียที่มีอาการของโรคตับโรคไตในระดับกลางลงมา ไม่ต้องปรับขนาดรับประทานแต่อย่างใด แต่ถ้ามีโรคตับโรคไตระดับรุนแรงการใช้ยานี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ ผู้รักษาเป็นกรณีไป

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาลูมีแฟนทรีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาลูมีแฟนทรีนสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยาลูมีแฟนทรีนตรงเวลา

ลูมีแฟนทรีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาลูมีแฟนทรีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายดังนี้เช่น

มีข้อควรระวังการใช้ลูมีแฟนทรีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาลูมีแฟนทรีนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่มีประวัติแพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคตับโรคไตในระยะรุนแรง
  • หยุดการใช้ยานี้ทันทีเมื่อพบอาการแพ้ยานี้และนำตัวผู้ป่วยพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดย เร็วทันที/ฉุกเฉิน
  • อาการข้างเคียงของยานี้ที่ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือที่ไม่รุนแรงหลายข้อที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาอื่นรักษา อาการเหล่านั้นจะทุเลาลงและหายได้เองหลังจากหยุดรับประทานยานี้ แต่หากมีอาการข้างเคียงที่รุนแรงหรือที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัด
  • หากได้รับยานี้ครบคอร์สตามกำหนด/ตามแพทย์สั่งแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับทรุดหนักลง ให้รีบนำตัวผู้ป่วยกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็วก่อนวันนัด
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาลูมีแฟนทรีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ลูมีแฟนทรีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาลูมีแฟนทรีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาลูมีแฟนทรีนอย่างไร?

ควรเก็บยาลูมีแฟนทรีนในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ลูมีแฟนทรีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาลูมีแฟนทรีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
AARNET PLUS (อาร์เนท พลัส)Alpha Aromatic 
ABHA-LM (แอบฮาม)Cure Quick
ADITHER PLUS (แอดิเทอร์ พลัส)Adley
AIGHT-L PLUS (เอช-แอล พลัส)Acinom Healthcare
ALITHER (อะลิเทอร์)Allenge
ANTHER (แอนเทอร์)Cosmas
Coartem (คอร์เทม)Novartis
FALCID-L (ฟาลซิด-แอล)Impact

บรรณานุกรม

  1. http://who.int/malaria/media/artemisinin_resistance_qa/en/ [2016,Feb13]
  2. http://apps.who.int/prequal/info_applicants/BE/Art-Lum_BE_2008April.pdf [2016,Feb13]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Lumefantrine [2016,Feb13]
  4. http://www.drugs.com/dosage/artemether-lumefantrine.html [2016,Feb13]
  5. http://www.drugbank.ca/drugs/DB06708 [2016,Feb13]
  6. http://www.drugs.com/ppa/artemether-lumefantrine.html [2016,Feb13]
  7. https://www.pharma.us.novartis.com/product/pi/pdf/coartem.pdf [2016,Feb13]
  8. http://www.drugs.com/drug-interactions/artemether-lumefantrine-index.html?filter=3&generic_only= [2016,Feb13]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน M1441
Frame Bottom