Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ลำไส้ใหญ่  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ท้องเสีย 

บทนำ

ลำไส้ใหญ่อักเสบ (Colitis) เป็นโรคที่มีการอักเสบของเยื่อบุด้านในของผนังลำไส้ใหญ่/เยื่อเมือกลำไส้ใหญ่ ลำไส้ใหญ่อักเสบมีสาเหตุได้หลากหลายมากมายทั้งจากการติดเชื้อและจากสาเหตุต่างๆที่ไม่ใช่การติดเชื้อ ซึ่งเมื่อแพทย์ทราบสาเหตุโรคนั้นๆก็จะได้ชื่อไปตามสาเหตุนั้นเช่น โรคบิดมีตัว โรคบิดไม่มีตัว โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง โรคโครห์น เป็นต้น

ลำไส้ใหญ่อักเสบอาจเกิดเฉพาะที่ลำไส้ใหญ่ และ/หรือเกิดร่วมกับการอักเสบของกระเพาะอาหาร และ/หรือของลำไส้เล็กก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของโรค

ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นโรคพบบ่อย พบเกิดได้ในทุกอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ พบได้ทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย ทั้งนี้ไม่มีสถิติของการเกิดโรคกลุ่มนี้ แต่จะเป็นการศึกษาแยกเป็นสถิติการเกิดของแต่ละโรคย่อยที่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละสาเหตุของลำไส้ใหญ่อักเสบเช่น สถิติการเกิดโรคโครห์น เป็นต้น

ลำไส้ใหญ่อักเสบมีสาเหตุจากอะไร?

ลำไส้ใหญ่อักเสบ

สาเหตุที่พบได้บ่อยของลำไส้ใหญ่อักเสบเช่น

ก. ลำไส้ใหญ่อักเสบจากการติดเชื้อ : เช่น

ข. โรคที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจนแต่เชื่อว่าน่าเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมร่วม กับภาวะภูมิต้านตนเอง เช่น โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง และโรคโครห์น

ค. โรค Necrotizing enterocolitis in new born: เป็นโรคพบเกิดในทารกคลอดก่อนกำหนดที่ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันคือ ลำไส้ยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ลำไส้ขาดออกซิเจน และอาจร่วมกับแบคที่เรียในลำไส้เจริญมากผิดปกติ เป็นต้น

ง. Pseudomembranous colitis: เป็นการอักเสบของลำไส้ใหญ่ที่เกิดจากผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะบางชนิดที่ผู้ป่วยใช้ยาเหล่านั้นเป็นระยะเวลานานเกินไป ส่งให้มีผลฆ่าแบค ทีเรียที่ดีในลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เกิดการขาดสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียมีพิษบางชนิดจึงสร้างสารชีวพิษ (Toxin) ขึ้นมาในปริมาณมากส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อเมือกที่บุลำไส้ใหญ่ เกิดเป็นการอักเสบของลำไส้ใหญ่เกิดขึ้น

จ. Ischemic colitis: โรคลำไส้ใหญ่อักเสบที่เกิดจากลำไส้ใหญ่ขาดเลือดเช่น จากโรคหลอดเลือดอักเสบ ภาวะช็อกที่รุนแรง โรคหลอดเลือดแดงแข็งรุนแรง หรือจากการผ่าตัดใหญ่ในช่องท้อง เป็นต้น

ฉ. Allergic colitis: เป็นโรคจากการแพ้อาหาร มักพบในเด็กเล็กเช่น แพ้นมวัว แพ้นมถั่วเหลือง เป็นต้น

ช. โรคออโตอิมมูน

ซ. จากการฉายรังสีรักษาบริเวณช่องท้อง เช่น การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก หรือ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนลำไส้ตรง เป็นต้น

ฌ. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่ม NSAID, ยา Isotretinoin

ลำไส้ใหญ่อักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการของลำไส้ใหญ่อักเสบแบ่งเป็น 3 กลุ่มอาการหลักคือ อาการหลักของลำไส้ใหญ่อักเสบที่พบในทุกสาเหตุ, อาการลำไส้ใหญ่อักเสบที่ขึ้นกับแต่ละสาเหตุ และอาการทั่วไปที่เหมือนกับโรคทั่วๆไป

ก. อาการหลักของลำไส้ใหญ่อักเสบ: หมายถึงอาการลำไส้ใหญ่อักเสบที่เกิดในผู้ ป่วยลำไส้ใหญ่อักเสบทุกรายเช่น ท้องอืด ปวดท้องทั่วๆไปไม่ปวดเฉพาะจุด อุจจาระเป็นมูก ปวดอุจจาระตลอดเวลา ท้องเสีย กระหายน้ำ และถ้าท้องเสียมากจะมีภาวะขาดน้ำ

ข. อาการทางลำไส้ใหญ่ที่ขึ้นกับแต่ละสาเหตุ: เช่น อาการในข้อ ก. ร่วมกับอุจจาระมีมูกเลือด อุจจาระมีกลิ่นเหม็นรุนแรง ปวดท้องรุนแรงเฉพาะจุด มีไข้ลอยและสูง ท้องเสียหลังบริโภคอาหารที่แพ้ (เช่น หลังดื่มนม) หรือปวดตามข้อต่างๆ เป็นต้น เช่น อาการของโรคบิดมีตัว โรคครห์น โรคเอชไอวี เป็นต้น

ค. อาการเช่นเดียวกับโรคอื่นๆทั่วไปเช่น อาการในข้อ ก. + ข้อ ข. ร่วมกับอาการทั่ว ไปเช่น หนาวสั้นเมื่อมีไข้ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ร่วมกับปวดเนื้อตัว อ่อนเพลีย

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆที่รวมถึงอาการที่กล่าวในหัวข้อ อาการ และอาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเองใน 2 - 3 วันควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ แต่หากอาการเลวลงควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอถึง 2 - 3 วัน

แพทย์วินิจฉัยลำไส้ใหญ่อักเสบอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยลำไส้ใหญ่อักเสบได้จากประวัติทางการแพทย์ต่างๆเช่น อาการโรคที่เป็นอยู่ การใช้ยาต่างๆ การตรวจร่างกาย อาจมีการตรวจทางทวารหนัก การตรวจเลือดดูการอักเสบ เช่น ซีบีซี การตรวจอุจจาระ การเพาะเชื้อจากอุจจาระ การตรวจภาพช่องท้อง/ลำไส้ด้วยอัลตราซาวด์ เอกซเรย์สวนแป้ง และ/หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจส่องกล้องทวารหนักและ/หรือ ลำไส้ ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อที่รอยโรคเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา และการตรวจเพาะเชื้อจากรอยโรค

รักษาลำไส้ใหญ่อักเสบอย่างไร?

แนวทางการรักษาลำไส้ใหญ่อักเสบประกอบด้วยการรักษาประคับประตองตามอาการ และ การรักษาสาเหตุ

ก. การรักษาประคับประคองตามอาการ: เป็นการรักษาเช่นเดียวกันในผู้ป่วยลำไส้ใหญ่ อักเสบทุกรายเช่น การให้ยาแก้ปวดท้อง (เช่น ยา Hyoscine) ยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้(เช่น ยา Loperamide) ยาลดไข้ (เช่น ยาParacetamol) การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเมื่อร่างกายมีภาวะขาดน้ำ เป็นต้น

ข. การรักษาสาเหตุ: การรักษาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นกับสาเหตุเช่น การหยุด ยาต่างๆที่เป็นสาเหตุ, การให้ยาปฏิชีวนะเมื่อโรคเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย, การให้ยาฆ่าสัตว์เซลล์เดียวเมื่อเป็นโรคบิดมีตัว (เช่น ยา Metronidazole), การรักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรังหรือการรักษาโรคโครห์น เมื่อสาเหตุเกิดจากโรคดังกล่าว เป็นต้น

ลำไส้ใหญ่อักเสบมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากลำไส้ใหญ่อักเสบเช่น

ลำไส้ใหญ่อักเสบมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคในลำไส้ใหญ่อักเสบจะขึ้นกับแต่ละสาเหตุและความรุนแรงของแต่ละสาเหตุ ซึ่งมีได้ตั้งแต่รักษาโรคได้หายในกรณีเป็นสาเหตุที่รักษาหายได้และโรคไม่รุนแรงเช่น ลำไส้ใหญ่อักเสบจากการติดเชื้อจากแบคทีเรียชนิดที่ไม่รุนแรง ไปจนถึงการเสียชีวิต (ตาย) กรณีโรครุนแรงโดยเฉพาะกรณีเกิดผลข้างเคียงเช่น โรคไทฟอยด์ โรคติดเชื้ออีโคไลสายพันธุ์รุนแรง ลำไส้ทะลุและเกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดเชื้อรุนแรง ลำไส้อุดตัน หรือเลือดออกรุนแรงจากแผลในลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นลำไส้ใหญ่อักเสบได้แก่

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

เมื่อเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันลำไส้ใหญ่อักเสบอย่างไร?

การป้องกันโรคลำไส้ใหญ่อักเสบคือ การป้องกันสาเหตุที่ป้องกันได้ซึ่งคือสาเหตุจากการติดเชื้อที่การป้องกันสำคัญคือ การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) และการรักษาความสะอาดอาหารและน้ำดื่มเช่น ในโรคไทฟอยด์ โรคอาหารเป็นพิษจากติดเชื้ออีโคไล โรคบิดมีตัว รวมไปถึงการรู้จักใช้ถุงยางอนามัยชายในการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

นอกจากนั้นคือ การกินยาต่างๆเฉพาะกรณีจำเป็น ไม่ซื้อยาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อน ซึ่งยาสำคัญที่เป็นสาเหตุลำไส้ใหญ่อักเสบคือ ยาในกลุ่มยาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAID ดังนั้นการซื้อยาต่างๆควรต้องปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนเสมอ

บรรณานุกรม

  1. Piccoli,D. et al. http://emedicine.medscape.com/article/927845-overview#showall [2016,Jan2]
  2. 2. https://en.wikipedia.org/wiki/Colitis [2016,Jan2]
  3. https://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/001125.htm [2016,Jan2]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom