Frame Top
User

ลมชักฉันรักเธอ ภาค2: ตอน โชคดีของน้องออย

โดย ธนิศา หาญพินิจศักดิ์ ตรวจสอบโดย: รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
30 ธันวาคม 2014
ลมชักฉันรักเธอ2

หนูหวังเพียงให้ทุกอย่างมันจบลงแค่นั้น เมื่อหนูจบชีวิตลง

แต่...มันยังไม่จบค่ะ และหนูยังไม่ตาย ไม่งั้นคงไม่ได้มานั่งเขียนไดอารี่ตอนนี้อยู่

แม่กับน้องโทรมาหาหนูอีกหลายครั้ง แต่ด้วยฤทธิ์ยาทำให้หนูหลับสนิทจนไม่รับรู้อะไรแล้ว แม่รู้ว่าต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ โทรหาป๊า แต่กลับถูกตัดสายทิ้งเพราะเป็นเวลาที่ป๊านอนแล้ว จนแม่ตัดสินใจโทรหาเพื่อนบ้านที่สนิทกัน จึงมาเรียกหน้าบ้าน จนป๊าตื่น ทุกคนก็เข้ามาช่วยหนู และพาไปโรงพยาบาล

ระหว่างทาง หนูยังพอรู้สึกตัวอยู่บ้าง ความคิดแรกที่เกิดขึ้นตอนนั้นคือ "ทำไมฉันถึงไม่ตาย" รู้สึกว่าตัวเองทำพลาด แต่ตอนนั้นสมองมันเบลอจนคิดอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้อีกแล้ว

ห้องฉุกเฉินที่เต็มไปด้วยคนไข้ มีหนูเข้ามาเป็นคนไข้อีกคนหนึ่ง (ที่จริงหนูก็ไม่ทราบว่า ตอนนั้นห้องฉุกเฉินกำลังยุ่งหรือเปล่า แต่พอได้มาฝึกปฏิบัติงานที่นี่แล้ว จะรู้ว่ายุ่งทุกวัน นึกย้อนกลับไป วันนั้นหนูคงมาเพิ่มความวุ่นวายให้ห้องฉุกเฉินแน่ๆ) หมอซักประวัติแต่หนูก็ตอบไม่ค่อยได้ แต่ได้ข้อมูลยาจากจดหมายลาที่หนูเขียนไว้ แล้วพี่พยาบาลก็เจาะเลือด ให้น้ำเกลือ และเตรียมอุปกรณ์ล้างท้อง

หนูรู้สึกตัวเต็มที่อีกครั้งตอนที่สาย NG tube (สายพลาสติกใส่ทางรูจมูก ผ่านคอหอย และลงไปทางหลอดอาหาร) ขนาดใหญ่สุด ถูกใส่เข้าไปถึงคอ ความแข็งของสายทำให้ปลายสายทิ่มคอ เจ็บมากๆ และรู้สึกอยาอาเจียน และเนื่องจากสายงอกลับเข้าไปในโพรงจมูก ทำให้ต้องใส่ใหม่ถึงสามครั้ง

สุดท้ายป๊าเลยต้องมาใส่ให้เอง และล้างท้องให้เอง หลังจากเสร็จแล้ว ก็ย้ายหนูไปที่ห้องสังเกตอาการ

ดึกมากแล้ว ตอนนั้นหนูยังไม่ค่อยรู้สึกตัว เพื่อนบ้านที่มาพามาส่งกลับไปแล้ว มีเพียงป๊าที่ยังดูแลหนูไม่ห่าง สักพักพออาการคงที่ดีจึงย้ายไปห้องพิเศษ แล้วคืนนั้นก็ผ่านไป

หนูมาทราบทีหลังว่าคืนนั้นแม่ทราบข่าวแล้ว แม่ก็ร้องไห้ใหญ่ มานั่งคิดทีหลังก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าตอนนั้นหนูกล้าทำอย่างนั้นได้ยังไง

เช้าวันใหม่ หนูตื่นขึ้นมาเพราะพี่พยาบาลมาวัด vital signs (สัญญาณชีพ) หลังจากให้ activated charcoal (ผงถ่านกัมมันตร์) ก็ดึง NG tube ออกได้ รู้สึกสบายขึ้นมาหน่อยที่ไม่ต้องรู้สึกว่ามีสายอะไรอยู่ในคอ แต่ก็ยังคงง่วงซึมและมีอาการคลื่นไส้

ตอนสายป๊ากลับบ้านไปอาบน้ำ ระหว่างนั้นเอ๊ะโอ(คุณหมอข้างบ้านที่พามาส่งห้องฉุกเฉินเมื่อคืน) มาดูแลให้ก่อน สักพักป๊าก็กลับมา ป้อนข้าว ป้อนน้ำให้ แต่หนูยังรู้สึกไม่อยากกินอะไร แต่ก็พยายามกินเพราะเป็นสิ่งที่ป๊าตั้งใจทำให้

ป๊ากับหนูยังไม่ได้พูดอะไรกันมาก หนูเองก็ยังรู้สึกไม่อยากคุย ตอนนั้นอยากนอนอย่างเดียว หนูได้ยินเสียงป๊าพูดเบาๆ

"ป๊าขอโทษ"

เนื่องจากง่วงเกินกว่าจะพูดอะไร หนูได้เพียงแต่พูดในใจว่า "หนูก็ขอโทษเหมือนกัน"

แม่รีบกลับในเช้าวันนั้น (ทั้งๆที่แม่ตั้งใจจะอยู่กรุงเทพอีกหลายวัน) มาถึงโรงพยาบาลประมาณใกล้เที่ยง เพียงได้เห็นหน้ากัน ทั้งแม่และหนูก็น้ำตาไหล แม่เข้ามากอดหนู แล้วบอกหนูว่า "ลูกอย่าทำแบบนี้อีกนะ"

ตอนเที่ยง น้องๆที่อยู่วอร์ดเดียวกันมาเยี่ยม ทุกคนต่างเป็นห่วงหนู ให้กำลังใจ บอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรก็ปรึกษาได้ คุยได้ ระบายได้นะ หนูไม่เคยคิดมาก่อนเลยค่ะ ว่าหลายๆคนจะรักหนูมากถึงเพียงนี้

หนูได้กลับไปนอนต่อที่บ้านในวันนั้น สรุปแล้วหนูไม่เป็นอะไร ไม่ตาย และยังอยู่จนถึงวันนี้

เหตุการณ์นี้สอนให้หนูเข้าใจ ว่าก่อนที่คนเราจะฆ่าตัวตาย เรารู้สึกอย่างไร จะว่าคิดสั้นก็ไม่เชิง เพราะ ณ ตอนนั้น อารมณ์มันอยู่เหนือความคิดทั้งปวง เมื่อปล่อยให้อารมณ์โกรธ ความเศร้า เข้าครอบงำแล้ว ก็จะขาดสติ และทำอะไรไม่ดีลงไปได้

หนูยอมรับว่าหนูผิดเองค่ะ วันนั้น ป๊าอุตส่าห์เป็นห่วงหนู กลัวหนูจะหิวเลยเตรียมอาหารไว้ รอหนูตั้งนาน พอหนูกลับถึงบ้าน พูดไม่ดีใส่ป๊า ก็คงไม่แปลกที่ป๊าจะโกรธ และพูดอะไรไม่ดีออกมาเช่นกัน

แค่เพราะอารมณ์ มันทำให้คนเราสามารถทำอะไรก็ได้ ไม่แปลกเลยเวลาที่เห็นในละคร เวลาตัวละครกำลังโกรธหรือเสียใจ บางคนก็ทำลายข้าวของ ชกกำแพงจนเลือดออก ไม่ก็ตบตีกับอีกฝ่าย ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

ต่อไปหนูคงต้องมีสติมากขึ้นแล้วค่ะ

ข้อคิดเห็นจากหมอสมศักดิ์

อะไร อะไรก็เกิดขึ้นได้ และอะไรที่เลวร้ายก็อาจกลายเป็นดีก็ได้ เรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพียงแต่การไม่เข้าใจกันระหว่างป๊ากับน้องออย เป็นเหตุให้ทะเลาะกันและจบด้วยการทานยาเกินขนาด จนเกือบจะกลายเป็นโศกนาฎกรรม

แต่ด้วยพลังแห่งความรัก ความเข้าใจระหว่างพ่อ แม่ ลูก ก็ทำให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากที่น้องออยมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย เมื่อมาพบปัญหาที่ตนเองไม่คาดคิด ยอมรับไม่ได้ และก็พอดีที่แม่ไม่อยู่พอดี เวลาเกิดปัญหากับป๊าจึงไม่สามารถปรึกษากับคุณแม่ได้ทันที จากเรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ป๊าของน้องออย แม่และน้องออยมีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น เป็นพลังที่ทำให้น้องออยและทุกคนต้องผ่านเหตุการณ์ที่ไม่ดีไปได้

ผมเชื่อว่าน้องออยจะเกิดความเข็มแข็งมากยิ่งขึ้น รักพ่อ แม่มากยิ่งขึ้น รักตนเอง หมั่นดูแลตนเองให้หายจากโรคลมชักไวๆ เป็นหมอที่ดี มีความเข้าใจต่อผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

Blog
User ลมชัก ฉันรักเธอ ภาค2 : ตอน น้องออย…รักแม่นะ โดย ธนิศา หาญพินิจศักดิ์ ตรวจสอบโดย: รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน PRdelivery
Frame Bottom