Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ริมฝีปาก  ระบบโรคผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปากลอกแตก 

บทนำ

ภาวะริมฝีปากลอก หรือริมฝีปากแตก หรือชื่อทางการแพทย์คือ Exfoliative cheilitis เป็นการอักเสบของริมฝีปากที่ทำให้มีริมฝีปากแห้งและลอก ซึ่งยังไม่มีการศึกษารายงานสถิติการเกิดภาวะนี้ชัดเจน แต่พบว่าเป็นภาวะที่พบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง พบในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวมากกว่าในวัยสูงอายุ

ริมฝีปากลอกเกิดได้อย่างไร?

ริมฝีปากลอก

สาเหตุการเกิดริมฝีปากแห้งลอกแตก พบว่าสัมพันธ์กับการบาดเจ็บของผิวหนังที่ริมฝีปาก ซึ่งอาจเกิดจากการกระทำบ่อยๆต่อริมฝีปากเช่น แกะปาก ลอกปาก เลียริมฝีปาก กัดริมฝีปาก ซึ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่มักสัมพันธ์กับอาการวิตกกังวล เครียด หรืออาจเกิดจากการบาดเจ็บของผิว หนังบริเวณริมฝีปากโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ/แพทย์หาสาเหตุไม่พบ

ริมฝีปากลอกติดต่อไหม?

ริมฝีปากลอกไม่ใช่โรคติดต่อจึงไม่ติดต่อทั้งการสัมผัส หายใจ คลุกคลี การใช้ของใช้ต่างๆร่วมกัน ที่รวมถึงเสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว และการกินอาหารร่วมกัน

ริมฝีปากลอกมีอาการอย่างไร?

อาการของริมฝีปากลอกที่พบบ่อยคือ ริมฝีปากบวม แดง เจ็บ มีสะเก็ด อาจคัน หรืออาจแตกเป็นร่อง และผิวหนังบริเวณริมฝีปากลอกออกได้เป็นแผ่น

แพทย์วินิจฉัยได้อย่างไร?

โดยทั่วไปแพทย์วินิจฉัยภาวะริมฝีปากลอกได้จากการสอบถามประวัติการใช้ชีวิต ลักษณะความประพฤติเกี่ยวกับริมฝีปากดังกล่าว ปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ การตรวจร่างกาย และการตรวจ ดูลักษณะริมฝีปาก แต่ในบางกรณีที่มีการอักเสบของริมฝีปากมาก แพทย์อาจต้องทำการตรวจเพิ่ม เติมเพื่อดูว่าเกี่ยวกับการติดเชื้อราหรือไม่เช่น เชื้อราแคนดิดา (Candida) อาจโดยนำเนื้อเยื่อที่ริมฝีปากบริเวณรอยโรคไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

หากมีอาการริมฝีปากแห้งลอกแตก สามารถพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยรักษาและรับคำ แนะนำการดูแลริมฝีปากได้เสมอ

รักษาริมฝีปากลอกอย่างไร?

แนวทางการรักษาภาวะริมฝีปากลอกได้แก่ การใช้ยาทาที่ริมฝีปากโดยเป็นยาในกลุ่มยา สเตียรอยด์ชนิดความเข้มข้นอ่อน {อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids)} เพื่อลดการอักเสบของผิวหนังร่วมกับการทาริมฝีปากบ่อยๆเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยปิโตรเลียม เจลลี่ (Petroleum jelly)/วาสลีน (Vaseline)

ในรายที่ริมฝีปากลอกเกิดจากพฤติกรรมการแกะ ลอก เลีย ริมฝีปาก การให้ยารับประทานเพื่อลดความวิตกกังวล และการแนะนำให้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเหล่านี้กับภาวะริมฝีปากลอกนี้อาจช่วยลดอาการลงได้

ในรายที่ริมฝีปากลอกเกิดจากเชื้อรา การรักษาคือการใช้ยาฆ่าเชื้อราซึ่งอาจเป็นยาทาและ/หรือยากินขึ้นกับความรุนแรงของอาการ

ริมฝีปากลอกก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากภาวะริมฝีปากลอกคือ ในผู้ที่มีริมฝีปากแห้งแตกมากจะมีอาการเจ็บแสบ คันที่ริมฝีปาก นอกจากนั้นคือการเสียภาพลักษณ์สำหรับในบางคน

ริมฝีปากลอกมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ภาวะริมฝีปากลอกเป็นภาวะไม่อันตราย ดูแลรักษาได้หายเสมอ โดยอาการจะดีขึ้นเมื่อปัจจัย ที่ทำให้ริมฝีปากบาดเจ็บหมดไปเช่น การลอก การเลียริมฝีปากบ่อยๆ อย่างไรก็ตามอาการกลับมาเป็นซ้ำอีกได้เสมอ เมื่อกลับมามีพฤติกรรมดังกล่าวอีก

ดูแลรักษาตนเองอย่างไรเมื่อมีริมฝีปากลอก?

การดูแลตนเองเมื่อเกิดภาวะริมฝีปากลอกคือ

  • พยายามหยุดพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของผิวหนังบริเวณริมฝีปากเช่น การลอกปาก เลียริมฝีปาก
  • ทาริมฝีปากบ่อยๆด้วยปิโตรเลียม เจลลี่ร่วมกับ
  • ใช้ยาทาริมฝีปากตามที่แพทย์สั่ง
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของริมฝีปากเมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่มเช่น วันละ 8 - 10 แก้ว
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกมื้ออาหารเพื่อช่วยให้เซลล์แข็งแรงเพื่อแผล/อาการที่ริมฝีปากหายได้เร็วขึ้น
  • รักษาสุขภาพจิตไม่ให้วิตกกังวล

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด?

หลังการรักษาด้วยยาทาริมฝีปาก ถ้าอาการลุกลามขึ้นสามารถพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัดได้เสมอ

ป้องกันริมฝีปากลอกได้อย่างไร?

การป้องกันภาวะริมฝีปากลอกทำได้โดย

  • รักษาความชุ่มชื่นของริมฝีปาก ซึ่งในกรณีที่ริมปากแห้งสามารถทาปิโตรเลียม เจลลี่บ่อยๆ(ทาบ่อยได้เท่าที่ต้องการ) เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของริมฝีปาก
  • เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของผิวหนังที่ริมฝีปากเช่น การลอกปาก เลียปาก
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของริมฝีปากเมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่มเช่น วันละ 8 - 10 แก้ว
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกมื้ออาหารเพื่อช่วยให้เซลล์แข็งแรงเพื่อแผล/อาการที่ริมฝีปากหายได้เร็วขึ้น
  • ดูแลสุขภาพจิตใจให้แข็งแรง ไม่วิตกกังวลจนเกินเหตุ

บรรณานุกรม

1. ปรียากุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:ชื่อบท.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555
2. Lowell A. Goldsmith,Stephen I. Katz,Barbara A. Gilchrest,Amy S. Paller,David J.Leffell,Klaus Wolff.Fitzpatrick’s dermatology in general medicine :chapter.eight edition.McGraw-Hill.2012



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Thuksa Saelao aomki
Frame Bottom