Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไขกระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคเลือด 

บทนำ

ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคเป็นระบบหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายของมนุษย์ และต่อสิ่งมีชีวิตโดยทั่วไป ระบบภูมิคุ้มกันฯช่วยป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆจากภายนอกที่อาจมาทำร้ายร่างกายได้

ระบบภูมิคุ้มกันฯประกอบไปด้วยระบบใหญ่ 2 ระบบคือ

ก. ระบบภูมิคุ้มกันฯที่มีมาแต่กำเนิด (Innate immunity) เช่น

ข. อีกระบบหนึ่งคือระบบภูมิคุ้มกันฯที่เกิดขึ้นภายหลัง (Acquired immunity) เช่น เมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมหรือเกิดการติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันฯภายในร่างกายที่เรียกว่า Antibody จะพยายามกำจัดสิ่งเหล่านั้นโดยอาศัยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆรวมไปถึงเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญคือ “บี-เซลล์ (B-cell)” ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวประเภทลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) สร้างจากไขกระดูกมีหน้าที่ในการจับกับสิ่งแปลกปลอมหรือแอนติเจน (Antigen) โดยมีการทำงานแบบจำเพาะกับสิ่งแปลกปลอมหรือกับแอนติเจนเป็นรายชนิดไป

ยาริทูซิแมบ (Rituximab) หรือยาชื่อการค้าในต่างประเทศคือยา Rituxan เป็นยาประเภทโมโนโคลนอลแอนตีบอดี (Monoclonal Antibody) คือยาที่ทำงานโดยเลียนแบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันฯหรือแอนติบอดี (Antibody) ของร่างกาย โดยมีฤทธิ์การทำงานแบบจำเพาะเจาะจงต่อแอนติเจน (Antigen) ชนิดหนึ่งๆเท่านั้น

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (NHL; Non-Hodgkin Lymphomas) เชื่อว่าเป็นมะเร็งที่เกิดจากการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์ภูมิคุ้มกันฯประเภทลิมโฟไซต์ (Lympho cytes) โดยเฉพาะเซลล์ประเภทที่เรียกว่า บี-เซลล์ (B-cell) บนผิวของบี-เซลล์มีตัวรับหรือแอนติเจน (Antigen) ที่เรียกว่า ซีดี-20 (CD-20 ย่อมาจาก Cluster of differentiation 4) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมวงจรการแบ่งเซลล์ (Cell cycle) โดยยาริทูซิแมบซึ่งทำหน้าที่เสมือนแอนติบอดีจะเข้าจับกับตัวรับหรือแอนติเจนที่เรียกว่า ซีดี-20 นี้ นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) จะมีปริมาณบี-เซลล์มากกว่าคนปกติ จึงมีการนำยาริทูซิแมบมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคข้อรูมาตอยด์ด้วย

ปัจจุบัน ยาริทูซิแมบเป็นยาควบคุมพิเศษในประเทศไทย ใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น

ยาริทูซิแมบมีสรรพคุณอย่างไร?

ริทูซิแมบ

ยาริทูซิแมบมีข้อบ่งใช้/สรรพคุณดังต่อไปนี้

1. ใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (NHL; Non-Hodgkin Lymphomas)

2. ใช้รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดเรื้อรัง (CLL; Chronic Lymphocytic Leukemia)

3. ใช้รักษาโรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ขั้นปานกลางถึงรุนแรงร่วมกับยาเมโธรเทรกเซต (Methotrexate)

4. ใช้รักษาโรคหลอดเลือดอักเสบชนิดเวเกเนอร์สแทรนูโลมาโทซิส (WG; Wegener’s Granulomatosis) หรือโรคหลอดเลือดอักเสบที่มีก้อนเนื้อเกิดร่วมด้วย

5. ใช้รักษาโรคหลอดเลือดอักเสบชนิดไมโครสโกปิกโพลีแอนไจทิส (MPA; Microscopic Polyangiitis) ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวข้องกับการแพ้ภูมิตัวเองหรือออโตอิมมูน (Autoimmune) ชนิดหนึ่งทำให้เกิดการอักเสบและการตายของเส้นเลือดฝอย ใช้ร่วมกับยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ส (Glucocorticoids)

ในบางกรณีอาจมีการนำยาริทูซิแมบมาใช้ในการรักษาโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการกดภูมิคุ้มกันฯซึ่งไม่ได้เป็นข้อบ่งใช้ที่ได้ขึ้นทะเบียนยาไว้ (Unlabeled use) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาเช่น

1. Autoimmune Hemolytic Anemia (IHA) หรือภาวะที่ผู้ป่วยสร้างภูมิคุ้มกันฯขึ้นต้าน ทานเม็ดเลือดแดงของตัวเอง

2. Chronic Immune Thrombocytopenia (ITP) หรือภาวะที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันฯทำลายเกล็ดเลือดของตัวเอง

3. โรคไตชนิดเนโฟรติดระยะดื้อยา (Refractory Nephrotic Syndrome)

4. Chronic Graft-versus-host disease (GVHD) หรือภาวะที่ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่ไขกระดูกของผู้ให้มีปฏิกิริยาต่อต้านกับเซลล์ในร่างกายของผู้รับการปลูกถ่าย

5. Idiopathic Membranous Nephropathy (IMN) เป็นภาวะที่เซลล์ของไตเปลี่ยนรูปร่างไปซึ่งเกิดมาจากปฏิกิริยาจากภูมิคุ้มกันฯผิดปกติของร่างกาย

6. โรคไตอักเสบที่เกิดจากโรคลูปัส/โรคเอสแอลอี (Lupus Nephritis)

7. Pemphigus vulgaris หรือภาวะที่ภูมิคุ้มกันฯของร่างกายต่อต้านเซลล์ผิวหนังของตัวเอง

8. Post-transplant lymphoproliferative disorder หรือภาวะที่ร่างกายสร้างเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อมน้ำเหลือง ม้าม ไขกระดูก โดยเฉพาะบี-เซลล์ (B-cell) มากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันฯบกพร่อง

9. Thrombotic Thrombocytopenic Purpura (TTP) เป็นภาวะที่เกล็ดเลือดในร่างกายเกาะกันผิดปกติส่งผลทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และเกิดการอุดตันของหลอดเลือดในอวัยวะต่างๆจากมีลิ่มเลือดเกิดในหลอดเลือดนั้นๆ

ยาริทูซิแมบออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาริทูซิแมบออกฤทธิ์โดยการจับแอนติเจนชนิด ซีดี-20 (CD-20) อย่างจำเพาะเจาะจง แอนติเจนซีดี-20 มีหน้าที่ในการกำหนดวงจรการแบ่งเซลล์ (Cell cycle) โดยอยู่บนผิวเซลล์ของบี-เซลล์ (B-cell) ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันฯของร่างกาย เมื่อยริทูซิแมบเข้าจับกับบี-เซลล์แล้วจะกระตุ้นให้เกิดการตายของบี-เซลล์ผ่านวงจรที่เรียกว่า Complement-dependent B-cell cytotoxicity

ยาริทูซิแมบมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาริทูซิแมบมีรูปแบบเภสัชภัณฑ์เป็นยาฉีดปราศจากเชื้อ ขนาดความแรง 10 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร (10 mg/ml)

ยาริทูซิแมบมีขนาดบริหารยาอย่างไร?

ยาริทูซิมแมบมีขนาดบริหารยา/การใช้ยาที่โดยทั่วไปคือ 375 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ผิวหนึ่งตารางเมตร (375 mg/m2; 375 mg/skin surface area/square meter) ต่อหนึ่งครั้งการบริหารยา ทั้งนี้จำนวนครั้งในการบริหารยาและขนาดยาขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้และดุลยวินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

อย่างไรก็ดีเพื่อช่วยลดผลข้างเคียงจากยาริทูซิแมบในระหว่างการบริหารยาและที่อาจเกิดขึ้นหลังได้รับยานี้ แพทย์อาจให้ยาพาราเซตามอลและ/หรือยาในกลุ่มยับยั้งสารฮีสตามีน (Antihistamines) หรือกลุ่มยาแก้แพ้ โดยให้ก่อนการบริหารยาริทูซิแมบทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาริทูซิมแมบควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร

หากลืมไปรับยาตามนัดควรทำอย่างไร?

หากลืมไปรับยาริทูซิแมบหรือไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัด ให้ติดต่อแพทย์/โรงพยาบาลโดยทันที

ยาริทูซิแมบมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

ยาริทูซิแมบอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์/อาการข้างเคียง) เช่น ท้องเสีย ปวดข้อ ปวดหลัง หน้าแดง เหงื่อออกขณะนอนหลับ รู้สึกวิตกกังวล น้ำมูกไหล หากอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

ยาริทูซิแมบอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงเช่น การเกิดอาการเลือดไหล ตามอวัยวะต่างๆเช่น เหงือก เจ็บคอ มีไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการเหมือนเกิดการติดเชื้อ ปวดหู มีอาการปวดเวลาปัสสาวะ เกิดการบวมแดงที่ผิวหนัง หรืออาการปวดตึงตามตัว มีอาการปวดแน่นบริเวณหน้าอก หรือหากใช้ยาแล้วเกิดอาการแพ้ยาเช่น มีผื่นคัน เปลือกตา/หนังตา ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

ยาริทูซิแมบมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นไหม?

ยาริทูซิแมบมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น กับยากดภูมิคุ้มกันฯอื่นๆ: ไม่ควรใช้ยาริทูซิแมบร่วมกับยากดภูมิคุ้มกันฯหรือยาต้าน/รักษามะเร็งเช่น ยาอะดาลิมูแมบ (Adalimumab) ยาเซอร์โทลิซูแมบ (Certolizumab) ยาซิสพลาติน (Cisplatin) ยาอีทาเนอร์เซ็บต์ (Etaner cept) ยาโกลิมูแมบ (Golimumab) ยาอินฟลิซิแมบ (Inflizimab) ยาอะซาไธโอพรีน (Azthio prine) ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporin) ยาซิโรลิมัส (Silorimus) และยาทาโครลิมัส (Tacroli mus) เนื่องจากจะทำให้ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันฯที่ต่ำลงไปอีกจนอาจเกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และระหว่างที่ใช้ยาริทูซิแมบผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนด้วย จึงต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนการฉีดวัคซีนต่างๆ

มีข้อควรระวังในการใช้ยาริทูซิแมบอย่างไร?

มีข้อควรระวังในการใช้ยาริทูซิแมบเช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาริทูซิแมบ) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาริทูซิแมบอย่างไร?

ยาริทูซิแมบที่ได้รับจากบริษัทผู้ผลิต ให้เก็บยาในตู้เย็นอุณหภูมิระหว่าง 2 - 8 องศาเซล เซียส (Celsius) โดยเก็บในภาชนะหรือในกล่องที่มิดชิด ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น

ในส่วนของยานี้ที่ได้รับการผสมให้มีความพร้อมใช้ยาแล้ว ให้เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิระ หว่าง 2 - 8 องศาเซลเซียสเช่นกัน (ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น) ซึ่งโดยทั่วไปยาผสมฯนี้จะมีความคงตัวอยู่ได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามแนะนำให้ผสมยาริทูซิแมบต่อเมื่อมีความต้องการใช้ยา

ยาริทูซิแมบมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาริทูซิแมบที่มีการจัดจำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิตดังต่อไปนี้

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
แมบธีรา (MABTHERA)บริษัท โรชไทยแลนด์ จำกัด

บรรณานุกรม

  1. American Pharmacists Association. Rituximab. Drug Information Handbook with Trade names index. 23;2014:1857-1860.
  2. SPC. Mabthera 100mg and 500mg concentrate for solution for infusion http://www.medicines.org.uk/emc/medicine/2570 [2015,Sept19]
  3. Membranous nephropathy https://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/000472.html [2015,Sept19]
  4. Janeway, C. et. al. Immunobiology 6thedition Garland Science Publishing, 2005.
  5. พงศ์ธร ณรงค์ฤกษ์นาวิน, ไพจิตต์ อัศวธนบดี. Wegener’s Granulomatosis,สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. http://thairheumatology.org/journal/Wegener%20Granulomatosis.pdf [2015,Sept19]
  6. พลรังสิตย์ กรุดภู่, เอกรัฐ รัฐฤทธิ์ธำรง, ลลิตา นรเศรษฐ์ธาดา, อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์, ชาตรีชัยอดิศักดิ์โสภาและ วีระศักดิ์ นาวารวงศ์. ลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วย Thrombotic thrombocytopenic purpura (TTP) ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. J Hematol Transfus Med. 23(3):2013; 217-226.
  7. พัชราภรณ์ สุดชาฎา, สินธุ์วิสุทธิ์ สุธีชัย. การป้องกันและเฝ้าระวังผู้ป่วย Tumor Lysis Syndrome ใน วารสารโรคมะเร็ง. 2011;31(4):172-180.
  8. ปวีณา ปราชญ์นิวัฒน์. Hemolytic Anemia. http://www.microscopy.ahs.chula.ac.th/newmicros/lecture/images/clinhema/ha.pdf [2015,Sept19]
  9. เว็บไซต์คณะกรรมการอาหารและยา http://wwwapp1.fda.moph.go.th/consumer/conframe.asp [2015,Sept19]
  10. สถาบันโรคผิวหนัง. Pemphigus vulgaris. CPG for Pemphigus Vulgaris 63-67.
  11. อุปถัมภ์ ศุภสินธุ์, บัญชา สถิระพจน์ และสุมาภา ชัยอำนวย. โรคไตลูปัส. แผนกโรคไต กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.
  12. อรุณี เจตศรีสุภาพ. ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ. http://haamor.com/th/ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ [2015,Sept19]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน santirat_ OOOkdOOO Apple0049
Frame Bottom