Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ทั้งตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เชื้อเอชไอวีดื้อยา 

บทนำ

ยาราลทิกราเวียร์ (Raltegravir/RAL) เป็นยาต้านรีโทรไวรัสหรือไวรัสเอชไอวีกลุ่มใหม่ คือ กลุ่มที่ยับยั้งกระบวนการอินทีเกรชั่น (Integrase inhibitor/INSTs) กล่าวคือ ยาจะรบกวนการทำงานของเอนไซม์อินทีเกรซ (Integrase enzyme: หนึ่งในเอนไซม์สำคัญของไวรัสเอชไอวีที่ทำให้ไวรัสเอชไอวีสามารถเข้าเชื่อมต่อกับดีเอ็นเอของเซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของยาต้านรีโทรไวรัสที่จะเข้าทำปฏิกิริยา) ของเชื้อเอชไอวี เพื่อป้อง กันไม่ให้สารพันธุกรรม Proviral DNA ของเชื้อเอชไอวีเข้าเชื่อมต่อกับดีเอ็นเอของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด ซีดี-4 (CD-4 cell/Cluster of differentiation-4 cell) ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งยาตัวนี้ใช้เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ดื้อต่อยาต้านเอชไอวีหลายชนิด และในผู้มีการเพิ่มปริมาณไวรัสเอชไอวีในขณะกำลังได้รับยาต้านรีโทรไวรัสอยู่

ยาราลทิกราเวียร์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ราลทิกราเวียร์

ยาราลทิกราเวียร์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) โดยใช้ร่วมกับยาต้านรีโทรไวรัสชนิดอื่นอีก 2 ชนิดเช่น ทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir) และ เอมตริไซตาบีน(Emtricitabine)

ยาราลทิกราเวียร์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาราลทิกราเวียร์เป็นยาต้านรีโทรไวรัสกลุ่มยับยั้งกระบวนการอินทีเกรชั่น (Integrase inhibitor/INSTs) ของเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งเป็นกระบวนการรวมตัวของดีเอ็นเอ (DNA) ของเชื้อไวรัสเอชไอวีกับดีเอ็นเอของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดซีดี-4 ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยกลไกของยาจะทำการรบกวนการทำงานของเอนไซม์อินทีเกรซ (Integrase enzyme) ของเชื้อเอชไอวี เพื่อป้องกันไม่ให้สารพันธุกรรม Proviral DNA ของเชื้อเอชไอวีเข้าเชื่อมต่อกับดีเอ็นเอของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดซีดี-4 (CD-4 cell) ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งยาราลทิกราเวียร์ได้รับการรับรองให้ใช้เพื่อการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ดื้อต่อยาต้านรีโทรไวรัสเอชไอวีหลายชนิด และในคนที่มีการเพิ่มปริมาณไวรัสเอชไอวีในขณะที่กำลังได้รับยาต้านรีโทรไวรัสอยู่

ยาราลทิกราเวียร์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

รูปแบบที่มีจำหน่ายของยาราลทิกราเวียร์ในประเทศไทยมีรูปแบบทางเภสัชภัณฑ์คือเป็นยาเม็ดเคลือบฟิล์ม (Film-coated tablet) ขนาด 400 มิลลิกรัม

ยาราลทิกราเวียร์มีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ไม่แนะนำให้ใช้ยาราลทิกราเวียร์ในผู้ที่อายุน้อยกว่า 16 ปีเนื่องจากไม่มีข้อมูลการศึกษาทางเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic: ความเป็นไปของยาเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย) ของยาดังกล่าว

*****หมายเหตุ:

  • สามารถรับประทานยาราลทริกราเวียร์ได้ทั้งขณะท้องว่างหรือหลังอาหาร
  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมทั้งยาราลทิกราเวียร์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

สำหรับการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาราลทริกราเวียร์ให้ตรงเวลาอย่างเคร่งครัด

อาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมของยาราลทริกราเวียร์เข้าสู่กระแสโลหิต ดังนั้นจึงสามารถรับประทานยาราลทริกราเวียร์ได้ทั้งขณะท้องว่างหรือหลังอาหาร

ขนาดยาราลทริกราเวียร์จะรับประทานวันละ 2 ครั้งเพื่อให้ระดับยาในร่างกายคงที่และมีประสิทธิภาพ จึงควรรับประทานยาให้ห่างกัน 12 ชั่วโมง

กรณีลืมรับประทานยานี้ให้รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ (หากห่างไม่เกิน 6 ชั่วโมงจากเวลารับประทานยาปกติ) แต่หากนึกขึ้นได้ในช่วงใกล้กับเวลาที่ต้องรับประทานยามื้อถัดไป (เกินกว่า 6 ชั่วโมงจากเวลารับประทานยาปกติ) ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมรับประทานยาไป รับประทานยามื้อถัดไปในขนาดยาปกติ จากนั้นรับประทานยาในขนาดปกติต่อไป (ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า หรือนำยามื้อที่ลืมไปมารับประทานด้วย) และรับประทานยาในมื้อถัดๆไปในขนาดยาปกติเช่นเดิม ยกตัวอย่างเช่น ปกติรับประทานยาเวลา 8.00 น. และ 20.00 น. หากผู้ป่วยนึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. โดยนึกขึ้นได้ตอนเวลา 12.00 น.(เกินกว่าเวลาปกติที่รับประทานยา 4 ชั่วโมง) ก็ให้รับประทานยามื้อ 8.00 น. ทันที ณ เวลาที่นึกขึ้นได้ จากนั้นเมื่อถึงเวลา 20.00 น. ให้รับประทานยามื้อ 20.0 น.ในขนาดปกติ แต่ถ้าหากผู้ป่วยนึกขึ้นได้ในช่วงเวลาที่นานเกินกว่า 6 ชั่วโมงของเวลาปกติแล้ว ให้รอรับประทานยามื้อต่อไป โดยข้ามยามื้อที่ลืมไปและรับประทานยามื้อถัดไปในขนาดปกติ (ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า หรือนำยามื้อที่ลืมไปมารับประทานด้วย) ยกตัวอย่างเช่น หากนึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. ตอนเวลา 16.00 น. (เกิน 6 ชั่วโมง) ให้ผู้ป่วยข้ามมื้อ 8.00 น. ไปเลย และให้รับประทานยามื้อ 20.00 น. ในขนาดยาปกติ ไม่ต้องนำยาที่ลืมในมื้อ 8.00 น. มารับประทาน หรือเพิ่มขนาดยยาเป็น 2 เท่าโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม การกินยานี้ไม่สม่ำเสมอจะทำให้ระดับยาในเลือดอยู่ในระดับสูงบ้างต่ำบ้าง ซึ่งช่วงที่ระดับยามีขนาดต่ำก็จะเป็นเหมือนการกระตุ้นให้เชื้อไวรัสเกิดการกลายพันธุ์ จนเป็นสาเหตุของการดื้อยานี้ในเวลาต่อม

ยาราลทิกราเวียร์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ผล/อาการไม่พึงประสงค์ (อาการข้างเคียง/ผลข้างเคียง) ของยาราลทิกราเวียร์เช่น ท้องเสีย, ปวดศีรษะ, คลื่นไส้, อ่อนเพลีย และปวดเมื้อยตากล้ามเนื้อ และอาจพบความผิดปกติของค่าการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ โดยอาจพบค่าเอนไซม์ตับเพิ่มสูงขึ้น (ค่า AST/Aspartate amino transferase, ALT/Alanine aminotransferase เพิ่มสูงขึ้น) ค่าเอนไซม์ตับจะเพิ่มสูงขึ้นได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีภาวะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ–บีและไวรัสตับอักเสบ-ซีมาก่อน และอาจพบภาวะตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis: ระดับเอนไซม์อะไมเลส/Amylase เพิ่มสูงขึ้น และยังพบว่าระดับเอนไซม์ไลเปส/Lipase เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน )

การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการที่ควรติดตามขณะใช้ยาราลทิกราเวียร์มีดังนี้เช่น ค่าการทำงานของตับ (Liver Function Enzyme ได้แก่ ค่า AST, ALT, Bilirubin), เอนไซม์ที่บ่งชี้ภาวะตับอ่อนอักเสบ (เช่น อะไมเลส, ไลเปส) ซึ่งควรติดตาม หากสงสัยว่าเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา

มีข้อควรระวังการใช้ยาราลทิกราเวียร์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาราลทิกราเวียร์ดังนี้เช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาราลทิกราเวียร์) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาราลทิกราเวียร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาราลทิกราเวียร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้เช่น

ควรเก็บรักษายาราลทิกราเวียร์อย่างไร?

แนะนำเก็บยาราลทิกราเวียร์ที่อุณหภูมิห้อง ไม่เก็บยาในที่อุณหภูมิสูงเกินกว่า 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น หรือเก็บยาในห้องที่ร้อนจัด หรือมีความชื้นมากเช่น ในรถยนต์หรือห้องน้ำ นอกจากนี้ยังควรเก็บยาในภาชนะบรรจุเดิมและเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาให้พ้นจากแสงแดดหรือบริเวณที่มีแสงสว่างส่องถึงตัวยาตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อรักษาคุณภาพของยาให้มีประสิทธิภาพตลอดถึงวันสิ้นอายุของยา

ยาราลทิกราเวียร์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาราลทิกราเวียร์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Isentress (ไอเซนเทรส) tablet 400 mg MSD

บรรณานุกรม

  1. 1. Lacy CF. Amstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information handbook. 20th ed. Ohio: Lexi-Comp; 2011-12. Product Information: Isentress, Raltegravir, MSD, Thailand.
  2. TIMS (Thailand). MIMS. 130th ed. Bangkok: UBM Medica; 2013
  3. ภรจริม นิลยนิมิต, ศรัณย์ธร อัครธำรงสิน, ยง ภู่วรวรรณ. ความหลากหลายบริเวณ TA repeat ของยีน Uridine Glucuronosyltransferaseในประชากรไทย และโรค Gilbert. วารสารกุมารเวชศาสตร์. 2555
  4. สมนึก สังฆานุภาพ. การดื้อยาต้านเอชไอวี หลักการพื้นฐานและการใช้ทาง คลินิก. กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน. 2551


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul aw248 France
Frame Bottom