Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

รกค้าง 

ภาวะรกงอกติดคืออะไร?

รกงอกติด (Placenta accreta) เป็นภาวะผิดปกติทางสูติกรรมภาวะหนึ่งที่รกเกาะแน่นกับกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งโดยปกติรกจะเกาะที่ชั้นเยื่อบุโพรงมดลูก [ชั้นด้านในสุดของผนังมดลูก ลึกถัดลงไปจากชั้นนี้คือชั้นกล้ามเนื้อมดลูก (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง อวัยวะเพศ ภายในสตรี)] และจะมีการลอกตัวและคลอดออกมาหลังคลอดทารกภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที แต่หากรกเกาะลึกเลยเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกจะทำให้รกไม่สามารถลอกตัวได้ตามกลไกปกติจากการหดรัดตัวของมดลูก จึงทำให้รกติดค้างในโพรงมดลูกส่งผลให้มดลูกหดรัดตัวได้ไม่ดีทำให้เสียเลือดมาก (เลือดออกจากแผลรอยเกาะของรกที่เยื่อบุโพรงมดลูก) จนทำให้เกิดภาวะตกเลือดหลังคลอดซึ่งเป็นอันตรายต่อมารดาจนถึงเสียชีวิตได้

อุบัติการณ์ของรกงอกติดพบได้ประมาณ 1 รายต่อ 2,500 รายของการคลอด

อนึ่งบางครั้งแพทย์จะใช้คำรวมว่า รกติดตรึง (Adherent placenta) และแบ่งตามระดับความ รุนแรงเป็น 3 ชนิด/แบบได้แก่

1. รกงอกติด (Placenta accrete) คือรกเกาะลึกเข้าไปในบางส่วนของชั้นกล้ามเนื้อมดลูก พบได้ประมาณ 75 - 78% ของผู้ป่วยที่มีรกงอกติด

2. รกแทรกติด (Placenta increta)รกทั้งอัน/ทั้งรกเกาะลึกเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก พบได้ประมาณ 17% ของผู้ป่วยที่มีรกงอกติด

3.Placenta percreta รกเกาะทะลุชั้นกล้ามเนื้อมดลูกออกไปยังผิวนอกสุดของมดลูก พบ ได้ประมาณ 5 - 7% ของผู้ป่วยที่มีรกงอกติด และอาจงอกเกาะเข้าไปในอวัยวะอื่นในอุ้งเชิงกรานที่อยู่ติดกับมดลูกด้วยเช่น ลำไส้ ลำไส้ตรง กระเพาะปัสสาวะ

ภาวะรกงอกติดมีความสำคัญอย่างไร?

รกงอกติด

ภาวะรกงอกติดมีความสำคัญดังนี้

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการมีภาวะรกงอกติด?

ผู้ที่เสี่ยงต่อการมีภาวะรกงอกติดได้แก่

1. สตรีที่เคยมีภาวะรกเกาะต่ำ (Placenta previa): ในภาวะปกติรกจะเกาะบริเวณส่วนบนของโพรงมดลูก หากรกมาเกาะผิดที่คือมาเกาะบริเวณส่วนล่างของโพรงมดลูก จะเสี่ยงต่อการเกิดรกงอกติดได้ง่ายเพราะบริเวณส่วนล่างของโพรงมดลูกมีชั้นเยื่อบุโพรงมดลูกและชั้นกล้ามเนื้อบางกว่าส่วนบนของมดลูก

2. สตรีที่เคยผ่าตัดคลอดบุตร: เนื่องจากรอยแผลผ่าตัดที่โพรงมดลูกอาจเป็นบริเวณที่เยื่อบุโพรงมดลูกบางทำให้รกที่มาเกาะบริเวณนี้เกาะลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก และที่เสี่ยงมากที่สุด คือมีรกเกาะต่ำในรายที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อนร่วมด้วย

3. สตรีที่เคยมีภาวะรกงอกติดในครรภ์ก่อน

4. สตรีที่เคยขูดมดลูกจากการแท้งบุตร หรือจากมีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก จึงทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางมาก รกจึงเกาะเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก

5. สตรีที่เคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูกที่มีแผลที่กล้ามเนื้อมดลูกหรือที่เยื่อบุโพรงมดลูก

6. สตรีที่เคยมีการแท้งติดเชื้อทำให้มีการอักเสบในโพรงมดลูก โพรงมดลูกอาจบางหรือมีพังผืด เมื่อรกเกาะบริเวณนี้จึงอาจเกาะลึก/งอกติดและทำให้ลอกตัวยากกว่าปกติ

อาการของรกงอกติดมีอะไรบ้าง?

อาการของรกงอกติดได้แก่

1. ระยะก่อนคลอด: ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ยกเว้นในรายที่รกเกาะลึกจนทะลุเข้าไปในกระเพาะ ปัสสาวะสามารถทำให้ถ่ายปัสสาวะเป็นเลือดได้ หรืออาจมีปวดท้องเฉียบพลันจากมีเลือดออกในช่องท้องโดยเกิดจากรกเกาะลึกมากจนทะลุกล้ามเนื้อมดลูกออกมาในช่องท้อง

2. หลังคลอดทารก: หากรกงอกติดรกจะไม่สามารถลอกตัวได้หมดและคลอดออกมาภายหลังคลอดทารกได้ภายใน 30 นาที จะทำให้เกิดเลือดออกจากโพรงมดลูกมากผิดปกติเรียกว่า ตกเลือด หลังคลอดอย่างมากแบบเฉียบพลัน (Early postpartum hemorrhage) และอาจเป็นอันตรายจนเสียชีวิตได้

3. หากมีรกงอกติดบางส่วน: ทำให้รกบางส่วนติดค้างในโพรงมดลูก จะทำให้เกิดเลือดออกระยะหลังคลอดแบบช้า (Delayed postpartum hemorrhage) ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก (เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ)

4. รกบางส่วนที่ติดค้างในโพรงมดลูกจะทำให้มดลูกเข้าอู่ (หดตัวจนขนาดกลับคืนปกติ) ช้าหลังคลอด มดลูกหดรัดตัวไม่ดีจึงยังสามารถคลำยอดมดลูกได้ทางหน้าท้อง กดเจ็บ โดยทั่วไปหลังคลอดประมาณ 2 สัปดาห์มักคลำไม่พบมดลูกทางหน้าท้อง

5. รกบางส่วนติดค้างในโพรงมดลูกจะทำให้หลังคลอดมีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด (น้ำคาวปลาไม่หมดหายไป) มีกลิ่นเหม็น

แพทย์วินิจฉัยภาวะรกงอกติดอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยภาวะรกงอกติดโดย

  • กรณีก่อนตั้งครรภ์และก่อนคลอด แพทย์จะให้ความระมัดระวังอย่างมากว่าจะเกิดภาวะรกงอกติดซ้ำในการคลอดครั้งต่อไป หากสตรีตั้งครรภ์มีปัจจัยเสี่ยงตามที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง และความรุนแรงของภาวะนี้มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในระหว่างฝากครรภ์แพทย์จะมีการส่งตรวจอัลตราซาวด์ภาพอุ้งเชิงกรานเพื่อดูลักษณะการเกาะของรกว่าเกาะต่ำหรือเกาะลึกผิดปกติหรือไม่ บางครั้งอาจจำเป็นต้องส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า/เอมอาร์ไอ (MRI) อุ้งเชิงกราน และหากพบรกเกาะลึกจนทะลุกล้ามเนื้อมดลูก แพทย์จะวางแผนการรักษาอย่างระมัดระวังอย่างมาก ต้องมีทีมแพทย์ดูแลหลายคนเพราะมีโอกาสที่เลือดจะออกมากจนมารดาเสียชีวิตได้
  • กรณีหลังคลอด หากรกไม่คลอดทั้งอัน/ทั้งรก การวินิจฉัยไม่ยากเพราะแพทย์จะทราบได้เลยเพราะไม่มีรกคลอดออกมา แต่หากรกติดยึดแน่นเป็นบางส่วน เมื่อตรวจรกแพทย์จะเห็นร่องรอยการฉีกขาดของรก ของเส้นเลือดรก แต่บางครั้งจำเป็นต้องใช้อัลตราซาวด์ภาพมดลูกมาช่วยการวินิจฉัยว่ามีรกติดค้างในโพรงมดลูกหรือไม่ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

การรักษาภาวะรกงอกติดทำอย่างไร?

แนวทางการรักษาภาวะรกงอกติดได้แก่

ก. สำหรับการรักษารกงอกติด กรณีที่สามารถวินิจฉัยว่ามีภาวะรกงอกติดแบบรุนแรงตั้งแต่ระยะก่อนคลอด แพทย์จะให้คำอธิบายถึงความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่สตรีตั้งครรภ์และครอบครัวว่ามารดามีโอกาสที่จะเสียเลือดมากหรือได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน หรือแพทย์อาจส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการผ่าตัด การให้เลือด หรือแพทย์จะทำการผ่าตัดคลอด บุตรในระยะเวลาที่เหมาะสมโดยที่ไม่รอให้เจ็บครรภ์เนื่องจากมีอันตรายมาก ต้องใช้ทีมแพทย์หลายคนในการรักษา ต้องมีการเตรียมเลือดให้เพียงพอ และอาจทำการผ่าตัดมดลูกออกเลยหลังคลอดทารกแล้ว (Cesarean hysterectomy) โดยไม่ทำการล้วงรกออกเพราะการล้วงรกออกอาจจะทำให้เสียเลือดมากจนผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้

ข. ในกรณีที่วินิจฉัยรกงอกติดก่อนคลอดไม่ได้ มาวินิจฉัยได้หลังคลอดทารกแล้วรกไม่คลอด หากพบว่ารกติดตรึงไม่แน่นมากหรือติดเพียงบางส่วน แพทย์อาจทำการล้วงรกออกมาได้ แต่อย่างไรก็ตามจะมีการเสียเลือดมากต้องให้เลือดและให้สารน้ำทดแทนให้เพียงพอ และถ้ามีเศษรกติดแน่นค้างในโพรงมดลูกบางส่วนแพทย์จะทำการขูดมดลูกต่อไปและมีการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ แต่หากรกติดแน่นมากแพทย์จะไม่พยายามล้วงรกต่อ ต้องพิจารณาตัดมดลูกเพื่อช่วยชีวิตมารดาไว้

สามารถป้องกันภาวะรกงอกติดได้หรือไม่?

อาจสามารถป้องกันรกงอกติดได้บ้างได้แก่ หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง เช่น ลดการผ่าตัดคลอดบุตร

ภาวะรกงอกติดสามารถกลับเป็นซ้ำได้หรือไม่ในครรภ์ต่อไป?

ภาวะรกงอกติดสามารถกลับเป็นซ้ำได้ในกรณีที่ไม่ได้รักษาด้วยการตัดมดลูก และอาการมักรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆในครรภ์ต่อๆไป ดังนั้นผู้เคยมีรกงอกติดควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ครั้งใหม่ โดยต้องให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงของมารดาก่อนและวางแผนในการที่จะให้มารดาตั้งครรภ์

มีผลข้างเคียงจากภาวะรกงอกติดไหม?

ผลข้างเคียงที่อันตรายจากภาวะรกงอกติดคือ การเกิดภาวะรกค้างที่จะส่งผลให้เกิด

1. การตกเลือดหลังคลอดที่อาจรุนแรงถึงกับเสียชีวิต

2. การติดเชื้อในมดลูก/เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ

ภาวะรกงอกติดมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ภาวะรกงอกติดมีการพยากรณ์โรคได้ตั้งแต่การพยากรณ์โรคที่ดีรักษาได้หาย ไปจนถึงการพยากรณ์โรคไม่ดีถึงเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ขึ้นกับหลายปัจจัยที่สำคัญคือ

ดังนั้นการพยากรณ์โรคของผู้ป่วยจึงต่างกันเป็นกรณีๆไป แพทย์ผู้รักษาจึงเป็นผู้ให้การพยากรณ์โรคที่ถูกต้อง

ผู้มีรกงอกติดควรดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองหลังรักษาภาวะรกงอกติด (หลังการล้วงรกหรือหลังการขูดมดลูก) และแพทย์ ให้กลับมาดูแลตนเองที่บ้านคือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำ
  • กินยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนไม่หยุดยาเอง
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัด

อนึ่งแนะนำอ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com ทั้งหมด 4 เรื่องคือ เรื่อง ระยะหลังคลอด, เรื่อง การขูดมดลูก, เรื่อง เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ และเรื่อง น้ำคาวปลา

หลังคลอดเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

หลังคลอด/หลังรักษาภาวะรกงอกติด เมื่อแพทย์ให้กลับไปดูแลตนเองที่บ้าน ควรพบแพทย์ /ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

หลังการรักษาภาวะรกงอกติดสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่?

หากครรภ์ที่ผ่านมามีรกงอกติดเล็กน้อย ได้รับการรักษาทันท่วงทีไม่ได้ตัดมดลูก สามารถตั้งครรภ์ใหม่ได้ ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าต้องเว้นระยะการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปอีกนานเท่าใดจึงจะสามารถตั้งครรภ์ใหม่ได้อย่างปลอดภัย แต่อย่างน้อยควรเว้นระยะมีบุตรไปประมาณ 2 ปีเพื่อให้มีโอกาสเลี้ยงดูบุตรได้เต็มที่และให้เวลาโพรงมดลูกในการปรับสภาพให้สมบูรณ์เต็มที่ก่อนทำหน้าที่ในการตั้งครรภ์ครั้งใหม่

ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อตั้งครรภ์ครั้งต่อไปต้องอย่าลืมที่จะบอกแพทย์ผู้ดูแลว่า เคยมีปัญหาเรื่องรกติด/รกค้างในครรภ์ที่แล้ว และมีภาวะแทรกซ้อนอย่างไรบ้าง ต้องให้เลือดหรือไม่ เพื่อแพทย์จะได้วางแผนการดูแลให้เหมาะสมต่อไป

นอกจากนี้เมื่อวางแผนที่จะตั้งครรภ์ใหม่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงของมารดา ก่อนการตั้งครรภ์ใหม่

แต่หากตั้งครรภ์ใหม่โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน ให้รีบพบแพทย์ฝากครรภ์แต่เนิ่นๆตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ และแจ้งแพทย์ให้ทราบถึงประวัติการมีรกค้าง/รกงอกติดดังกล่าวในตอนต้น

ทารกที่เกิดจากรกงอกติดปกติหรือไม่?

สุขภาพของทารกในครรภ์ที่มีรอกงอกติดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคทั้งในระยะตั้งครรภ์ และระยะระหว่างการคลอด

ก. ในระยะตั้งครรภ์ หากระบบไหลเวียนในรกที่จะส่งอาหารจากมารดาไปทารกไม่มีปัญหา ทารกก็จะเจริญเติบโตดี แต่หากรกไปเกาะบริเวณที่ทำให้การไหลเวียนเลือดไปยังทารกไม่ดีหรือรกเกาะทะลุไปนอกมดลูก เด็กอาจมีภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์หรือจำเป็นต้องผ่าตัดคลอดก่อนกำหนดได้

ข. ในระยะระหว่างการคลอด หากไม่มีเลือดออกก่อนคลอดและแพทย์วางแผนผ่าตัดคลอดร่วมกับการตัดมดลูก สุขภาพทารกขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนดหรือคลอดครบกำหนด แต่หากมีเลือดออกก่อนคลอดมากก็อาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ถ้าให้การช่วยเหลือไม่ทันท่วงที

บรรณานุกรม

  1. https://th.wikipedia.org [2016,Feb20]
  2. http://www.uptodate.com [2016,Feb20]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 9 คน sirikul popeppo padungchob19 Nongbeer eurokungza a1v4d PPaapp Panupol mdnatt
Frame Bottom