Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไขกระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เจ็บหน้าอก 

บทนำ

ยาไดไพริดาโมล (Dipyridamole) เป็นยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด ถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดในบริเวณลิ้นหัวใจเทียม วงการแพทย์ได้นำมาใช้ร่วมกับยาแอสไพรินเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต (ตาย) ในผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจวายทั้งในเชิงรักษาและป้องกัน การบริหารยาในผู้ป่วยมีทั้งแบบฉีดและแบบรับประทาน มีการใช้ในรูปลักษณะยาเดี่ยวและผสมร่วมกับยาอื่น

จากการศึกษาด้านเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic: การศึกษาความเป็นไปเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย) พบว่าหลังจากยานี้เข้าสู่กระแสเลือด จะมีการจับตัวกับพลาสมาโปรตีนถึง 99% และตับจะเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของไดไพริดาโมล ร่างกายต้องใช้เวลา 10 - 12 ชั่วโมงในการกำจัดยาออกจากร่างกาย 50%

นอกจากการใช้รักษาเชิงป้องกันในผู้ป่วยแล้ว ยาไดไพริดาโมลยังถูกนำไปใช้กับห้องทดลอง ด้วยวัตถุประสงค์ป้องกันมิให้ตัวอย่างเลือดที่นำมาใช้ศึกษาแข็งตัว หรือนำไปใช้ป้องกันการเจริญเติบโตของพวกคาร์ดิโอไวรัส (Cardiovirus: ไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และอาจทำให้เกิดอัมพาตได้) ที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการเพาะเลี้ยงเซลล์

คณะกรรมการอาหารและยาของไทยได้บรรจุยาไดไพริดาโมลอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อวัตถุประสงค์ใช้ในห้องทดลอง อย่างไรก็ตายาไดไพริดาโมลที่อยู่ในรูปของยาผสมจัดอยู่ในหมวดยาควบคุมพิเศษ ส่วนตำรับยาเดี่ยวถูกขึ้นทะเบียนเป็นยาอันตราย แพทย์ผู้รักษาเท่านั้นที่จะพิจารณาสั่งจ่ายยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้ป่วย

ยาไดไพริดาโมลมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ยาไดไพริดาโมล

ยาไดไพริดาโมลมีสรรพคุณดังนี้

ยาไดไพริดาโมลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาไดไพริดาโซลคือ ตัวยานี้จะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Adenosine deaminase และ Phosphodiesterase มีผลทำให้ชะลอการรวมตัวของเกล็ดเลือด

ยาไดไพริดาโมลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาไดไพริดาโมลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้

  • ยาเดี่ยวชนิดฉีด ขนาดความแรง 10 มิลลิกรัม/2 มิลลิลิตร
  • ยาเดี่ยวชนิดแคปซูล ขนาดความแรง 75 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • ยาผสมชนิดแคปซูล ขนาดความแรง 200 มิลลิกรัม ร่วมกับกรดอะซิติลซาลิไซลิก (Acetylsalicylic acid) 25 มิลลิกรัม

ยาไดไพริดาโมลมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาไดไพริดาโมล มีขนาดรับประทาน ดังนี้

ก. สำหรับป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือดในผู้ป่วยที่เปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 300 - 600 มิลลิกรัม โดยแบ่งรับประทาน อาจร่วมกับยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือดชนิดอื่น เช่น แอสไพริน

ข. สำหรับป้องกันการเจ็บหน้าอกด้วยเหตุหัวใจขาดเลือด:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 75 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

*****หมายเหตุ:

  • ควรรับประทานยานี้ก่อนอาหาร 1ชั่วโมงหรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง
  • ไม่มีการแนะนำเป็นมาตรฐานสำหรับการใช้ยานี้ในเด็ก การใช้ยานี้ในเด็กจึงขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาไดไพริดาโมล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาไดไพริดาโมล สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ยาไดไพริดาโมลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาไดไพริดาโมลอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ ผื่นคัน บางรายอาจพบอาการเจ็บหน้าอกเหมือนหัวใจขาดเลือด และตับทำงานผิดปกติ

มีข้อควรระวังการใช้ยาไดไพริดาโมลอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาไดไพริดาโมลดังนี้

  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่แพ้ยาไดไพริดาโมล
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยด้วยอาการเจ็บหน้าอกที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการได้
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำอยู่ก่อน หรือการใช้ยาเกินขนาดสามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำได้
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคตับ
  • ระวังการใช้ยานี้กับหญิงตั้งครรภ์และกับหญิงที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร ด้วยยานี้สามารถถูกขับออกมากับน้ำนมของมารดา
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาไดไพริดาโมลด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาไดไพริดาโมลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาไดไพริดาโมลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น ดังนี้

ควรเก็บรักษายาไดไพริดาโมลอย่างไร?

สามารถเก็บยาไดไพริดาโมลที่อุณหภูมิ 15 - 25 องศาเซลเซียส (Celsius) เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดดและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

ยาไดไพริดาโมลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาไดไพริดาโมลที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Aggrenox (แอ็กกรีน็อกซ์) Boehringer Ingelheim
Agremol (อะกรีมอล) Eurodrug
Persantin (เพอร์แซนทิน) Boehringer Ingelheim

บรรณานุกรม

1. http://en.wikipedia.org/wiki/Dipyridamole [2014,Sept6]
2. http://www.drugs.com/mtm/dipyridamole.html [2014,Sept6]
3. http://www.drugs.com/dosage/dipyridamole.html [2014,Sept6]
4. http://www.drugs.com/drug-interactions/dipyridamole.html [2014,Sept6]
5. http://www.drugs.com/cdi/dipyridamole.html [2014,Sept6]
6. http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/meds/a682830.html [2014,Sept6]
7. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/search?keyword=dipyridamole [2014,Sept6]
8. http://www.mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=dipyridamole [2014,Sept6]
9. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Agremol/?type=brief [2014,Sept6]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom